คุยกับ IBM Thailand: IBM กับการวางตัวในตลาด Cloud และ AI ที่แตกต่าง

TechTalkThai มีโอกาสได้ไปพูดคุยกับทาง IBM Thailand ในเรื่องของ IBM Cloud และ IBM Watson ซึ่งเป็นระบบ Cloud และ AI สำหรับตอบโจทย์ธุรกิจที่วางตัวแตกต่างจากคู่แข่งได้อย่างน่าสนใจไม่น้อย และเป็นมุมมองที่หลายๆ คนน่าจะยังไม่เคยได้มีโอกาสสัมผัสมาก่อน จึงขอหยิบยกมาสรุปให้ได้อ่านกันดังนี้ครับ

 

IBM Cloud: ระบบ Cloud ที่พร้อมตอบโจทย์ธุรกิจในฐานะ Platform สำหรับธุรกิจ

ทุกวันนี้ผู้ผลิตทางด้านเทคโนโลยีรายใหญ่แทบทุกรายต่างก็มีบริการ Cloud ให้ใช้งานกันทั้งสิ้น และตอนนี้วงการ Cloud เองก็เริ่มเข้าสู่สถานะที่มีความชัดเจนกันมากขึ้น ความแตกต่างระหว่างบริการ Cloud จึงไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ผู้ให้บริการแต่ละรายมีความพร้อมในการให้บริการและฟีเจอร์ต่างๆ ไม่เท่ากัน แต่กลายเป็นทิศทางของบริษัทผู้พัฒนาระบบ Cloud นั้นๆ ต่างหากที่เป็นตัวชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของบริการ Cloud แต่ละค่ายออกจากกัน และ IBM เองก็มีจุดยืนตรงนี้ที่ชัดเจนมาก

Credit: IBM

 

ในมุมมองของ IBM นั้น การให้บริการ Cloud ไม่ใช่การนำผลิตภัณฑ์เก่าๆ ที่ตนเองมีมาแปลงเป็น Cloud แต่ IBM มีกลยุทธ์ในระยะยาวที่ต้องการจะสร้างให้บริการ Cloud ของตนนั้นกลายเป็น Platform สำหรับธุรกิจแห่งอนาคตให้ได้ ทำให้ IBM Cloud นั้นถูกพัฒนาขึ้นมาด้วย 3 แนวทางหลักๆ ได้แก่

  • Data First ในอนาคตข้อมูลจะกลายเป็นสิ่งที่มีมูลค่าเปรียบเสมือนเงินและทรัพยากรต่างๆ ที่ผ่านมา IBM จึงมองถึงการออกแบบระบบที่ผนวกเทคโนโลยี Analytics และ Cognitive เพื่อรองรับการจัดการข้อมูลมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้ธุรกิจสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด โดยคำว่า Data ที่ IBM นิยามนั้นไม่ได้มีแค่ข้อมูลภายในองค์กร แต่ยังรวมถึงข้อมูลจากภายนอกที่องค์กรสามารถเข้าถึงได้จากช่องทางต่างๆ เช่น ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ โซเชียลมีเดีย ภาพ วิดีโอ เป็นต้น โดยข้อมูลนอกองค์กรเหล่านี้ถือเป็น 80% ของข้อมูลที่มีอยู่บนโลก แต่องค์กรยังนำมาใช้ประโยชน์ได้น้อยมากในปัจจุบัน
  • Enterprise Strong ถึงแม้หลายๆ คนจะคุ้นชินกับภาพของบริการ Cloud ที่เน้นความง่ายและความเร็วในการใช้งานและเพิ่มขยายเป็นหลัก แต่ในมุมของ IBM นั้นระบบ Cloud จะต้องสามารถเสริมศักยภาพธุรกิจในทุกอุตสากรรม โดยในเรื่องนี้ไอบีเอ็มได้นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีมาอย่างยาวนานทั่วโลกมาพัฒนาแพลตฟอร์มคลาวด์ให้ตอบโจทย์แต่ละธุรกิจ และสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ข้อบังคับทางธุรกิจต่างๆ รวมถึงในแง่การมีระบบ Security ศักยภาพสูง การมี Data Center กระจายอยู่ทั่วโลกกว่า 55 แห่งเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของธุรกิจในทุกมุมโลก การรองรับภาพของการทำ Hybrid Cloud และ Multi-Cloud เพื่อให้องค์กรนั้นมีอิสระในการเลือกใช้ IT Infrastructure ที่เหมาะสมกับความต้องการของตนได้ ไม่ต้องยึดติดกับผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งไปตลอด
  • Cognitive at the Core เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าต่อไปเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) หรือที่ IBM เรียกว่า Cognitive Computing ที่ IBM พัฒนามานานกว่า 10 ปีนั้น จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม ต้องนำไปใช้ในการแข่งขันเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมานำเสนอต่อผู้ใช้งาน ระบบ Cloud นั้นจึงต้องสามารถต่อยอดไปถึงขั้นของการให้บริการด้าน Cognitive ได้ ปัจจุบันมีธุรกิจใน 45 ประเทศทั่วโลกที่ได้นำ Cognitive Computing ที่ชื่อว่า IBM Watson ไปใช้งานแล้ว โดยคาดว่าภายในปีนี้จะมีผู้บริโภคกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลกที่ได้รับประโยชน์จาก Watson

ด้วยแนวทาง 3 ประการหลักนี้ ทาง IBM จึงมีบริการ Cloud มากมายหลากหลายที่ตอบโจทย์เหล่าธุรกิจทั่วโลกในแง่มุมที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น IaaS, PaaS หรือ SaaS ก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วบริการทั้งหมดนั้นก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพของการเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนขององค์กรเท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อให้องค์กรสามารถก้าวไปสู่การเป็น Digital Business และเปิดโลกไปสู่อนาคตแห่งการนำ AI มาใช้ในการทำธุรกิจเป็นหลักเสียมากกว่า

 

Data หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนบริการ IBM Cloud และธุรกิจของลูกค้า IBM

โดยปกติเวลาพูดคุยกันเรื่องของ Cloud นั้นมักไม่ค่อยมีผู้ผลิตรายใดพูดในประเด็นของ Data กันมากนัก แต่ IBM กลับมีแง่มุมที่น่าสนใจมากในเรื่องของการนำ Data มาชูบริการ Cloud ของตนเองให้โดดเด่นขึ้นไปอีก

IBM นั้นนอกจากจะเตรียม Cloud ให้เป็น Platform ที่พร้อมสำหรับให้เหล่าองค์กรนำข้อมูลทั้งหมดมาจัดเก็บและประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคงปลอดภัยแล้ว ทาง IBM ยังมีการเตรียมข้อมูลกลางสำหรับให้เหล่าธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ นำไปใช้ต่อยอดได้ทันที รวมถึงมีการแบ่งข้อมูลออกมาเป็นชุดที่เหมาะสมสำหรับการนำไปใช้งานในธุรกิจเฉพาะทางหรืออุตสาหกรรมหนึ่งๆ เพื่อให้มีความแม่นยำมากขึ้น ทำให้องค์กรนั้นๆ ไม่ต้องทำการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ด้วยตัวเอง นับเป็นจุดแรกที่แตกต่างออกมา

ประเด็นถัดมา ด้วยความที่ IBM นั้นอยู่ในธุรกิจของระบบ Business Application, Data Analytics และ Cognitive Computing หรือ AI มาอย่างยาวนาน ทำให้ IBM นั้นมีความรู้และประสบการณ์ในหลากหลายอุตสาหกรรมว่าแต่ละธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมนั้นจะต้องการข้อมูลใดๆ ไปใช้งานบ้าง หรือหากจะทำ Cognitive Computing ให้ดีควรจะต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง ทำให้ IBM นั้นสามารถคัดสรรข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์มานำเสนอต่อธุรกิจองค์กรได้ โดยตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนก็คือดีลใหญ่ที่ IBM ไปเข้าซื้อกิจการของ The Weather Company มา และทำให้มีข้อมูลสภาพอากาศในประเทศต่างๆ ทั่วโลก พร้อมนำไปทำ Correlation และ Prediction ร่วมกับข้อมูลอื่นๆ เช่น ข้อมูลจากภายในองค์กร ยอดขายในแต่ละสถานที่ ข้อมูล Social Network หรือข้อมูลข่าวสารจากเว็บไซต์ต่างๆ ต่อได้ทันที

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ IBM นั้นก็ยังสามารถทำการตอบโจทย์ความต้องการของเหล่า Data Scientist และเหล่านักวิเคราะห์ข้อมูลทั่วโลกได้ด้วยระบบ IBM Data Science Experience (IBM DSX) ซึ่งเป็นบริการ Data Science Platform บน IBM Cloud ที่ประกอบขึ้นจาก Open Source Software ชื่อดังอย่าง Apache Spark, Jupyter มาร้อยเรียงกันบนหน้า Web Interface ที่สามารถรองรับการทำงานของเหล่า Data Scientist ร่วมกันเป็นทีมให้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยภาษาและเครื่องมือที่ถนัดอย่าง Python, Scala, R พร้อม Open Source Library ต่างๆ ให้ใช้งานได้ทันที อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับ Data Source ได้จากหลายแหล่ง แม้ว่าจะเป็นข้อมูลจากบริการ Cloud ของผู้ผลิตรายอื่นก็ตาม และยังสามารถทำงานร่วมกับ IBM Watson Machine Learning สร้าง API, Batch Process และ Real-time Stream สำหรับทำการวิเคราะห์ข้อมูลได้อีกด้วย

Credit: IBM

 

 

สุดท้าย IBM Cloud นั้นไม่เพียงแต่จะตอบโจทย์ของ Big Data Analytics เท่านั้น แต่ IBM ตีโจทย์คำว่าข้อมูลด้วยแง่มุมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบริการ Blockchain ที่ไอบีเอ็มเบอร์ 1 ของโลกในปัจจุบันจากการจัดอันดับของ Juniper Research และยังสนับสนุนโครงการ Hyperledger เพื่อเร่งให้เกิดการนำ Blockchain มาใช้งานภายในองค์กรให้เร็วที่สุด อีกทั้งยังมี IBM Watson IoT ระบบสำหรับรองรับการทำ IoT ขององค์กรที่ต้องมีการยุ่งเกี่ยวกับข้อมูลจำนวนมหาศาล ไปจนถึงเทคโนโลยีอื่นๆ กว่า 140 รายการภายใต้ IBM Cloud ที่จะมาช่วยตอบโจทย์ของข้อมูลในรูปแบบที่หลากหลายเพื่อนำมาใช้งานได้อย่างครบวงจร

 

IBM Watson: ระบบ AI ที่พร้อมสำหรับทั้งการนำไปใช้งานแบบสำเร็จรูป และการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง

ไอบีเอ็มเริ่มพัฒนาเทคโนโลยี Cognitive Computing / AI มาเป็นเวลามากกว่าสิบปีแล้ว ถือเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยี AI สำหรับการนำมาใช้ในภาคธุรกิจภายใต้ชื่อ IBM Watson และจากผลสำรวจของ IDC ทางด้านตลาดนี้เมื่อปี 2016 และเพิ่งถูกเผยแพร่ในปี 2017 นี้ก็ชี้ว่า IBM นั้นมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ของโลกที่ 10.1% และยอดขาย 161 ล้านเหรียญต่อปี หรือราวๆ 5,600 ล้านบาท เอาชนะคู่แข่งรายใหญ่อย่าง Palantir และ Google ไปได้

Credit: IDC via IBM

 

IBM Watson นั้นมีภาพที่หลายๆ คนเข้าใจผิดว่าเป็น Cognitive Computing หรือ AI สำเร็จรูปที่ผ่านการฝึกฝนมาแล้วพร้อมใช้งานได้ทันทีเท่านั้น ทำให้เกิดการเข้าใจผิดต่อเนื่องว่าไม่สามารถนำไปปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการที่แท้จริงของธุรกิจ หรือปรับแต่งให้มีความแม่นยำมากขึ้นได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วข้อความเหล่านี้ถูกต้องเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

IBM นั้นมีทางเลือกให้กับเหล่าลูกค้าองค์กรด้วยกันหลายทางในการนำ AI ไปใช้ในธุรกิจองค์กร ดังนี้

  • ใช้ IBM Watson แบบสำเร็จรูป โดย IBM ได้ Train IBM Watson สำหรับงานบางประเภทด้วย Dataset กลางที่รวบรวมมาจากธุรกิจในแต่ละแผนกหรือแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อให้องค์กรที่ต้องการเริ่มต้นทดลองใช้งาน AI ในธุรกิจจริงสามารถเริ่มต้นได้อย่างรวดเร็วที่สุด เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่อยู่ในช่วงทดลองเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือองค์กรเล็กหรือแม้แต่ Startup ที่อาจไม่สามารถรวบรวมข้อมูลจำนวนมากพอมาสร้าง AI ของตนเองได้ หรือเป็น AI ที่ข้อมูลสามารถใช้ร่วมกันได้ทั้งโลก เช่น AI ที่ได้รับการ train ด้วยข้อมูลด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพ เป็นต้น
  • สอน IBM Watson ด้วยตัวเอง IBM นั้นเปิดให้องค์กรต่างๆ ทำการสอน IBM Watson ด้วยตัวเองได้ โดยนำชุดข้อมูลที่องค์กรเตรียมเอาไว้มาใช้ในการฝึกฝน และปรับแต่งผลลัพธ์หรือความแม่นยำเองตั้งแต่ต้นจนจบ กลายเป็น IBM Watson รุ่นเฉพาะสำหรับตอบโจทย์เฉพาะทางขององค์กรได้
  • นำ IBM Watson แบบสำเร็จรูปมาปรับแต่งให้แม่นยำและตรงตามความต้องการขึ้น สำหรับองค์กรที่ทดลองใช้ IBM Watson แบบสำเร็จรูปแล้วยังรู้สึกว่าไม่แม่นยำพอ แต่ก็ไม่สามารถรวบรวมข้อมูลมาฝึกเองตั้งแต่ต้นจนจบได้ ก็สามารถนำ IBM Watson ที่เรียนรู้ข้อมูลเบื้องต้นจากทาง IBM มาแล้วมาสอนเพิ่มเติมให้แม่นยำขึ้นได้เช่นกัน

 

คุณกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซอฟต์แวร์ IBM Thailand

 

ด้วยเหตุนี้เองทำให้ IBM สามารถช่วยให้เหล่าองค์กรสร้างความได้เปรียบมากขึ้นด้วยการเปิดให้องค์กรนั้นมีโอกาสได้นำ AI ไปใช้งานจริงได้เร็วกว่าคู่แข่ง อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งความแม่นยำให้สูงกว่า พร้อมกันนั้นทีมงานของ IBM ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี AI สำหรับองค์กรนั้นก็พร้อมจะให้ความช่วยเหลือเหล่าองค์กรทั่วโลกผ่านการประสานงานของทีมงาน IBM ในแต่ละพื้นที่นั้นๆ ด้วย ซึ่งกระบวนการและความร่วมมือตรงนี้เองก็ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่คู่แข่งหลายๆ รายของ IBM ยังขาดไป

 

ธุรกิจใหญ่หรือเล็ก ก็เข้าถึง IBM Cloud และ IBM Watson ได้ทั้งนั้น

แน่นอนว่าหากพูดถึงชื่อ IBM Watson หรือแม้แต่ IBM Cloud แล้วหลายๆ คนอาจนึกว่าราคาของระบบน่าจะแพงหรือเข้าถึงได้ยาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว IBM ได้พยายามปรับตัวให้กลายเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีที่ธุรกิจในทุกระดับเข้าถึงได้มาระยะหนึ่งแล้ว และการมาของ Cloud เองก็ทำให้ IBM สามารถนำเสนอเทคโนโลยีสู่ธุรกิจองค์กรทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายมากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน รวมถึงยังมีราคาที่สามารถแข่งขันได้มากขึ้น

อย่างไรก็ดี IBM นั้นเห็นว่าในสภาวะที่ธุรกิจต่างๆ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตผ่าน Cloud ได้อย่างรวดเร็วนี้ ไม่ว่าจะเป็น AI ก็ดี, Data Analytics ก็ดี IoT ก็ดี หรือแม้แต่จะเป็น Blockchain ก็ดี สิ่งที่เหล่าธุรกิจควรพิจารณาคือจะสามารถสร้างคุณค่าใหม่ๆ จากเทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อนำเสนอแก่ลูกค้าและขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็วได้อย่างไรมากกว่า เพราะบางเทคโนโลยีนั้นเหมือนจะทำได้ยาก แต่ด้วยตัวช่วยของระบบต่างๆ บน Cloud และการใช้งานเทคโนโลยีที่ค่อนข้างง่ายขึ้นกว่าการที่ต้องจัดการระบบทั้งหมดด้วยตัวเองอย่างแต่ก่อนนั้น ก็ทำให้กำแพงความยากในเชิงเทคนิคลดน้อยลงไปเยอะแล้ว เหลือแค่ว่าเหล่าธุรกิจจะแข่งขันกันด้วยความคิดสร้างสรรค์ และการตอบโจทย์ทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างไรมากกว่า

ทาง IBM Thailand ได้แนะนำว่าองค์กรในไทยควรเริ่มลองพิจารณาดูว่าจะสามารถนำเทคโนโลยีต่างๆ นี้มาใช้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างไรบ้าง และลองพูดคุยความเป็นไปได้กับเหล่าผู้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ช่วยประเมินขั้นตอนความยากของปัญหา และเสริมมุมมองไอเดียต่างๆ เพิ่มเติมเข้าไป และ IBM เองก็พร้อมจะเป็นหนึ่งในผู้ให้คำปรึกษานี้แก่เหล่าองค์กรด้วยอีกรายหนึ่ง ซึ่งพร้อมจะเปิดให้ทดลองใช้งาน IBM Cloud และ IBM Watson ได้ฟรีๆ ทั้งสำหรับเรียนรู้และทดสอบธุรกิจ พร้อมมีทีมงานคอยช่วยเหลือด้านเทคนิคอย่างเต็มที่

 

เริ่มต้นเรียนเทคโนโลยีของ IBM ได้ฟรีๆ ที่ OnTheHub

นอกจาก IBM จะเปิดให้ทดลองใช้งานเทคโนโลยีของตนเองได้ฟรีๆ แล้ว IBM ยังได้สร้างหน้า Portal สำหรับให้เรียนรู้เทคโนโลยีแห่งอนาคตทั้งหลายกันได้ฟรีๆ ตั้งแต่ระดับผู้เริ่มต้นจนถึงผู้มีประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็น Cloud, IBM Watson, IoT, Data & Analytics, Security, Blockchain, IBM z Systems, IBM Power Systems, IBM Commerce และ IBM Mobile ได้ที่ http://onthehub.com/ibm/ ด้วย

หลังจากนี้หากทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสก็ตั้งใจว่าจะลองเข้าไปเรียนเนื้อหาตรงส่วนนี้และนำมารีวิวให้กับผู้อ่านทุกท่านกันอีกครั้งหนึ่งนะครับ ส่วนใครที่ใจร้อนก็เรียนกันไปก่อนได้เลยและมาบอกเล่าประสบการณ์กันได้ครับว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

Credit: IBM

 

ก็ขอจบบทความนี้เพียงเท่านี้ครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านบ้าง หากใครสนใจเทคโนโลยีใดก็ลองติดต่อทีมงาน IBM Thailand หรือคู่ค้าและตัวแทนจำหน่ายของ IBM ทั่วไทยได้ทันทีครับ



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Ericsson ประสบความสำเร็จ ทดสอบ 5G ที่ความเร็ว 23.4Gbps

Ericsson ได้ออกมาประกาศถึงความสำเร็จในการทดสอบความเร็วของเทคโนโลยี 5G ร่วมกับ Telecom Italia (TIM) ได้ความเร็วในการ Download ที่สูงถึง 23.4Gbps

Andrew Ng ชี้ สมรภูมิถัดไปของ AI คือธุรกิจโรงงานและการผลิต

Andrew Ng ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI ที่เคยเป็นผู้สร้างโครงการ Google Brain และเคยดำรงตำแหน่งผู้นำเทคโนโลยี AI แห่ง Baidu ได้ออกมาเผยถึงวิสัยทัศน์ว่าสมรภูมิถัดไปของการพัฒนา AI ในความคิดของเขานั้นอยู่ที่ภาคธุรกิจโรงงานและการผลิตเป็นหลัก