Microsoft เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Cloud for Sustainability เพื่อลดคาร์บอนเท่ากับ “0”

ภาวะโลกร้อน ส่งผลกระทบต่อผู้คนและระบบนิเวศที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่น่าเป็นห่วง คลื่นความร้อนที่สูงขึ้นทุกปี สังเกตได้จากสภาพอากาศประจำฤดูที่ผิดแปลกไปจากในอดีต พายุที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ฝนตกต่างฤดู น้ำแข็งขั้วโลกละลายทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น สัดส่วนแผ่นดินของโลกลดลง
ปัญหาโลกร้อนถูกบรรจุเข้ามาเป็นวาระระดับโลก โดยมีการลงนามจากกลุ่มประเทศต่างๆ เพื่อพันธกิจร่วมกัน คือ การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุดและจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจากทั่วโลก
 
Microsoft องค์กรด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีที่มีส่วนร่วมในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจด้าน Cloud ที่มีศูนย์ Data Center ให้บริการลูกค้าอยู่ทั่วทุกมุมโลก
 
Cloud for Sustainability คือ ปณิธานที่แน่วแน่ของ Microsoft เพื่อลบก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากระบบนิเวศภายในปี 2573 และตั้งเป้าต่อยอดภายในปี 2593 ปริมาณค่าก๊าซเรือนกระจกจากธุรกิจจะต้องเท่ากับ “0”
Microsoft Cloud for Sustainability Solution เป็นพยายามที่ Microsoft ยินดีภูมิใจเสนอออกมาสู่สาธารณะ พร้อมเปิดให้ใช้งานความสามารถในระดับองค์กรเพื่อการบันทึกข้อมูล จัดทำรายงาน และสู่กระบวนการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการเชื่อมต่อข้อมูลโดยอัตโนมัติ และช่วยระบุพื้นที่ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อเฝ้าติดตามวัดผล
 
ก่อนหน้านี้ Microsoft ได้มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับตัวอย่างของ Emissions Impact Dashboard (EID) สำหรับ Azure ช่วยให้ลูกค้า Azure สามารถติดตามการปล่อยมลพิษจากการใช้งานบนระบบคลาวด์ได้ และขยายความสามารถของ EID ไปใช้งานบน Microsoft 365 โดยภารกิจหลักเช่นเดียวกับ Azure แต่กลุ่มผู้ใช้งานจะมีความหลากหลายมากกว่า
 
กลุ่มลูกค้าระดับองค์กรสามารถใช้ความสามารถจาก Emissions Impact Dashboard สำหรับ Microsoft 365 เพื่อวัดค่าตัวเลขของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มาจากการใช้งานบน Exchange Online, SharePoint, OneDrive for Business และ Microsoft Teams
 
Deloitte โชว์ผลการวิจัยและสำรวจกลุ่มธุรกิจกว่า 500 แห่งในประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ พบว่า 1 ใน 3 ของจำนวนธุรกิจยังไม่มีแผนและกระบวนการเกี่ยวกับการเยียวยาสภาพอากาศ และในจำนวนที่กล่าวมานี้มีอยู่ 60% ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการลดคาร์บอนไดออกไซด์
 
  • 70% ของกลุ่มธุรกิจที่สำรวจทั้งหมด มีเจตนารมณ์ที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายใน 3 ปีข้างหน้า
  • 40% ของกลุ่มธุรกิจที่สำรวจทั้งหมด มีความมุ่งมั่นที่จะทำภารกิจช่วยลดก๊าซมลพิษแบบยั่งยืน และมองว่าจะเป็นพันธกิจสามอันดับแรกๆ ขององค์กรด้วย
 
Microsoft จะไม่เดียวดายในความพยายามนี้ เพราะได้มีเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่รายใหญ่ลุกขึ้นมาประกาศจุดยืนบนภารกิจเดียวกันอย่าง Salesforce, Google และ IBM 
 
การสร้างโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเป็นตัวชี้วัด จะดำเนินการให้มีความแพร่หลายออกไปเป็นวงกว้างนั้น จะต้องอาศัยพันธมิตรเข้ามาช่วยขยายความสามารถของเครื่องมือนี้สู่องค์กรต่างๆ เพื่อเป้าหมายของภารกิจเดียวกันแบบยั่งยืน
 

About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

[Guest Post] บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก

“บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก” How Digital Transformation Enables CFOs to Achieve Organizational Agility and Resilience …

นักวิจัยสาธิตการแฮ็กเซิร์ฟเวอร์ Oracle เพื่อแสดงให้เห็นถึงช่องโหว่ที่ร้ายแรง

สืบเนื่องมาจากความล่าช้าในการแก้ไขข้อพร่องพกนานถึง 6 เดือน กับช่องโหว่ที่นักวิจัยเรียกว่า “mega 0-day” ช่องโหว่นี้สามารถถูกใช้ได้จากทางไกลโดยไม่ต้องผ่านการพิสูจน์ตัวตน ถูกค้นพบโดย Jang และ Peterjson นักวิจัยด้านความปลอดภัย พวกเขาตั้งชื่อมันว่า The Miracle …