เลือกอุปกรณ์ Storage สำหรับงาน AI และ Data อย่างไร ให้ตอบโจทย์เชิงธุรกิจ ฉบับผู้บริหาร IT โดย Computer Union

เมื่อเทคโนโลยีได้กลายมาเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ การตัดสินใจเลือกลงทุนในเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะนำมาใช้งานนั้นจึงไม่ใช่เรื่องของฝ่าย IT เพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลหรือ Data ได้กลายมาเป็นทรัพย์สินสำคัญชิ้นใหม่ของธุรกิจองค์กร การลงทุนใดๆ เกี่ยวกับข้อมูลนั้นก็ได้กลายเป็นการตัดสินใจสำคัญในระดับกลยุทธ์ของธุรกิจไปแล้ว ดังนั้นผู้บริหารในทุกวันนี้จึงควรต้องเข้าใจเบื้องต้นในเรื่องของระบบ Enterprise Storage ซึ่งเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำหรับธุรกิจ และเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงาน ในความสำคัญระดับเดียวกับการตัดสินใจซื้อเครื่องจักรมาเสริมสายการผลิตนั่นเอง

ในบทความนี้เราจะพาผู้บริหารธุรกิจทุกท่านไปรู้จักกับเทคโนโลยีของ Enterprise Storage อย่างสุดอย่าง All Flash Storage ไปจนถึงคุณค่าที่จะเกิดขึ้นต่อธุรกิจ และประเด็นสำคัญในการตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยี All Flash Storage

Enterprise Storage หัวใจสำคัญของการจัดเก็บข้อมูลเพื่อต่อยอดงาน AI และ Analytics

ในเอกสารผลการศึกษาจาก The Enterprise Strategy Group หรือ ESG ที่ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากผู้บริหารที่มีสิทธิ์ตัดสินใจทางด้าน IT นั้นระบุว่าปัจจัยอันดับหนึ่งที่ทำให้ระบบ IT ของธุรกิจองค์กรมีความซับซ้อนสูงที่สุดนั้นก็คือการที่ธุรกิจมีข้อมูลปริมาณมหาศาล ซึ่งเกิดจากการที่ธุรกิจนั้นให้คุณค่ากับข้อมูลมากขึ้นกว่าในอดีตอย่างก้าวกระโดดนั่นเอง

อย่างไรก็ดี การลงทุนด้านระบบโครงสร้างเพื่อการจัดเก็บและจัดการข้อมูลเหล่านี้ก็ยังถือเป็นสิ่งสำคัญของการดำเนินกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยกว่า 25% ของผู้บริหารในการสำรวจของ ESG นั้นระบุว่าฝ่าย IT นั้นได้กลายเป็นหน่วยงานที่ริเริ่มธุรกิจในภาคส่วนใหม่ๆ ไปแล้ว ในขณะที่อุปสรรคที่มักพบในเชิงเทคโนโลยีนั้น ก็คือความล่าช้าและความซับซ้อนของระบบและการเริ่มเปิดให้บริการใหม่ๆ

จากข้อมูลเหล่านี้ จะเห็นได้ว่าการวางระบบจัดเก็บข้อมูลที่ดีแต่แรกนั้นจะช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้งานข้อมูลได้อย่างเต็มที่ ลดความซับซ้อนที่จะเกิดขึ้น และเพิ่มความยืดหยุ่นในการสร้างโอกาสใหม่ๆ จากข้อมูลที่ธุรกิจองค์กรมีอยู่ได้

โดยทั่วไปแล้ว ภายใน Data Center ของธุรกิจองค์กรนั้น จะมีอุปกรณ์กลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า Enterprise Storage ซึ่งทำหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูลโดยเฉพาะ โดยอุปกรณ์เหล่านี้มักจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. มีพื้นที่ความจุเพียงพอต่อการใช้จัดเก็บข้อมูลทั้งในปัจจุบันและอนาคต
  2. มีประสิทธิภาพในการเขียนอ่านข้อมูลที่เพียงพอต่อการใช้งาน และเหมาะสมต่อรูปแบบของระบบงานที่ต้องการ
  3. มีความสามารถในการปกป้องข้อมูลไม่ให้สูญหายจากความเสียหายของ Hardware หรือระบบไฟฟ้า
  4. มีความสามารถอื่นๆ ตามที่องค์กรต้องการ เช่น การสำรองข้อมูลภายในหรืออกไปยังภายนอกระบบ, การทำงานร่วมกับระบบงานอื่นๆ ที่มีอยู่เดิม, การบริหารจัดการร่วมกับระบบอื่นๆ ได้ เป็นต้น
  5. อยู่ในงบประมาณที่เหมาะสมต่อการลงทุน และในระยะยาวมีค่าใช้จ่ายแอบแฝงเกิดขึ้นน้อยที่สุด

แน่นอนว่าแต่ละธุรกิจองค์กรนั้นก็ย่อมแตกต่างกันออกไป บางระบบอย่างเช่นระบบสำรองข้อมูลบางระบบนั้นอาจต้องการเพียงแค่พื้นที่จัดเก็บข้อมูลปริมาณมากเพื่อให้สำรองข้อมูลของระบบเดียวย้อนหลังได้หลายชุด หรือระบบฐานข้อมูลนั้นก็อาจต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลไม่มากนัก แต่มุ่งเน้นที่ความเร็วเป็นหลัก ในขณะที่บางระบบที่อยู่บน Cloud เป็นหลักนั้นก็อาจใช้เพียงแค่ Cloud Storage ก็พอ แต่บางระบบที่มีความต้องการเฉพาะทางด้านข้อมูลมากหน่อยและต้องการลดต้นทุนการเช่าใช้ Cloud ก็อาจพิจารณาระบบ Enterprise Storage เพิ่มเติมได้ เป็นต้น

แต่สำหรับงานทางด้าน AI และ Analytics นั้น โจทย์โดยหลักคือการจัดเก็บข้อมูลปริมาณมหาศาลย้อนหลังเป็นเวลานาน และสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็วทั้งในเชิงของการเขียนและการอ่านข้อมูล รวมถึงจะต้องยังสามารถทำการย้ายข้อมูลได้ง่ายเพื่อให้มีความคล่องตัวในการนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้งาน ซึ่งในบรรดาเทคโนโลยี Enterprise Storage ที่มีด้วยกันหลากหลายนี้ All NVMe Flash Storage ก็เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่จะมาตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวนี้ได้เป็นอย่างดี

All NVMe Flash Storage เทคโนโลยี Enterprise Storage ล่าสุดที่เต็มเปี่ยมด้านประสิทธิภาพ

Non-volatile Memory Express หรือ NVMe นั้นคือชื่อของเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ในการเชื่อมต่อเข้าถึงข้อมูลภายในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลล่าสุด ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานกับ Flash Storage ซึ่งเป็นอุปกรณ์ Storage ชนิดที่มีความเร็วสูง โดยนอกจากจะมีความเร็วในการเชื่อมต่อเข้าถึงข้อมูลที่สูงแล้ว NVMe ก็ยังทำงานแบบคู่ขนานได้ ทำให้ในระบบ Enterprise Storage ที่ต้องการความเร็วสูงในการใช้งานอย่างเช่นระบบสำหรับ AI และ Analytics นั้น All NVMe Flash Storage จึงมักกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ไป

ในผลสำรวจของ ESG นั้นยังระบุด้วยว่าสาเหตุอันดับหนึ่งที่ธุรกิจองค์กรตัดสินใจเลือกใช้ All NVMe Flash Storage นั้น ก็คือการต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ Enterprise Storage ให้สามารถจัดเก็บและนำข้อมูลมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งสำหรับปัจจุบันและอนาคต ตามมาด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ระบบ Application ที่มีอยู่เดิม ไปจนถึงการลดค่าใมช้จ่ายทั้งในแง่ของการลงทุนระบบในภาพรวมและการดูแลรักษาระบบ IT

ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน All NVMe Flash Storage มากขึ้น อีกคุณสมบัติหนึ่งที่ ESG ได้ระบุถึงก็คือการทำ Storage Virtualization ซึ่งเป็นความสามารถที่จะช่วยให้สามารถทำการบริหารจัดการอุปกรณ์ Storage เดิมที่ธุรกิจองค์กรมีอยู่ก่อนหน้าได้จากศูนย์กลางร่วมกับ All NVMe Flash Storage นี้ ทำให้ไม่ต้องทิ้งหรือยกเลิกการใช้งานอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิมไปทั้งหมด แต่ยังคงสามารถเก็บไว้ใช้งานเพื่อเป็นทางเลือกในการจัดเก็บ, สำรอง หรือย้ายข้อมูลชั่วคราวได้ และทำให้การจัดการกับข้อมูลนั้นมีความยืดหยุ่นคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ซึ่งความสามารถนี้อาจจะไม่ได้มีในทุกระบบ Enterprise Storage ที่มีให้เลือกใช้ในวงการ

ในภาพรวมแล้ว การเลือกใช้ All NVMe Flash Storage จะช่วยให้ธุรกิจองค์กรได้รับประโยชน์ดังนี้

  • มีระบบ Enterprise Storage กลางสำหรับรองรับงาน AI โดยเฉพาะซึ่งมีประสิทธิภาพสูง วางใจได้ ไม่ต้องกังวลว่าระบบจะมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอต่องานในอนาคต
  • มีระบบ Enterprise Storage ที่มีความยืดหยุ่นสูง รองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ดีโดยไม่ต้องลงทุนใหม่ซ้ำๆ และยังนำอุปกรณ์เก่าที่มีอยู่เดิมมาใช้งานร่วมกันได้ด้วยการทำ Storage Virtualization เพิ่มความคุ้มค่ามากขึ้นไปอีก
  • มีความมั่นคงปลอดภัยและมีความเสี่ยงที่ข้อมูลจะสูญหายน้อย ด้วยประสิทธิภาพที่สูงของระบบก็ทำให้การเข้ารหัสข้อมูลและเสริมความมั่นคงปลอดภัยให้กับข้อมูลสำคัญทางธุรกิจนั้นเกิดขึ้นได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานของระบบ อีกทั้งเทคโนโลยีเหล่านี้มักมาพร้อมกับความสามารถในการสำรองข้อมูลเบื้องต้นในตัว ลดความเสี่ยงที่ข้อมูลจะสูญหายไปทั้งหมดจาก Ransomware ได้

IBM FlashSystem: ระบบ All NVMe Flash Storage ที่ไม่เพียงแต่เร็วเท่านั้น แต่ยังง่ายดาย ทนทาน และตอบโจทย์การก้าวไปสู่ Hybrid Multicloud

IBM ในฐานะของผู้นำทางด้าน AI, Analytics, Cloud และ Enterprise Data Center ได้ทำการพัฒนาโซลูชัน IBM FlashSystem ซึ่งเป็นอุปกรณ์ All NVMe Flash Storage ออกมาสู่ตลาดเพื่อให้ธุรกิจองค์กรได้นำไปใช้งานได้อย่างมั่นใจ โดยมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • ใช้สถาปัตยกรรม All NVMe ทั้งหมด และยังรองรับการใช้งาน Storage Class Memory (SCM) ทำให้มีความเร็วสูงกว่า All NVMe Flash Storage ทั่วๆ ไป โดย IBM FlashSystem รุ่น 9200 นั้นสามารถเขียนอ่านข้อมูลได้มากที่สุดถึง 18 ล้านครั้งต่อวินาทีเลยทีเดียว
  • รองรับการจัดเก็บข้อมูลปริมาณมหาศาลได้ โดย IBM FlashSystem รุ่น 9200 มีความจุได้สูงสุดถึง 32PB (32,000 TB) และยังมีเทคโนโลยี Data Reduction เพื่อลดพื้นที่ที่ต้องใช้ในการจัดเก็บข้อมูลลงได้ในตัว ช่วยให้เกิดความคุ้มค่าในการจัดเก็บข้อมูลมากยิ่งขึ้น พร้อมเทคโนโลยีในการปกป้องข้อมูลภายในตัวด้วย
  • เพิ่มขยายประสิทธิภาพและความจุได้ง่าย รองรับได้ทั้งการเพิ่มขยายแบบ Scale-Up และ Scale-Out
  • สามารถย้ายข้อมูลจากระบบจัดเก็บข้อมูลเดิมมาสู่ IBM FlashSystem ได้อย่างง่ายดายด้วยเครื่องมือที่มีให้พร้อมใช้งานได้ทันที ไม่ว่าข้อมูลเดิมนั้นจะถูกจัดเก็บอยู่บน Storage ของ IBM หรือผู้ผลิตรายอื่นก็ตาม
  • มี AI ช่วยทำการบริหารจัดการการจัดเก็บข้อมูลให้โดยอัตโนมัติ ทำให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดในประสิทธิภาพระดับที่เหมาะสมอยู่เสมอ
  • มี AI ช่วยทำการดูแลรักษาแจ้งเตือนแนวโน้มการเกิดปัญหาให้ล่วงหน้า ช่วยลด Downtime ที่อาจเกิดขึ้นกับระบบลงได้
  • สามารถทำการย้ายข้อมูลไปยัง Cloud ได้อย่างง่ายดาย เชื่อมต่อระบบเข้ากับ VMware, Kubernetes และ OpenShift ได้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การทำ Hybrid Multicloud ได้เป็นอย่างดี

และเพื่อให้สอดคล้องต่อความคล่องตัวของธุรกิจในแง่ของการลงทุน IBM จึงมีทางเลือกให้สามารถเช่าใช้งานอุปกรณ์ IBM FlashSystem โดยคิดค่าใช้จ่ายตามพื้นที่การใช้งานจริงรายเดือนได้ และสามารเปลี่ยนรุ่นของอุปกรณ์เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งานได้เมื่อถึงรอบของการอัปเกรด

สำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยี IBM Flash Storage สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ibm.com/it-infrastructure/storage/flash

สนใจโซลูชันของ IBM ติดต่อ Computer Union ได้ทันที

ผู้ที่สนใจโซลูชันจาก IBM หรือต้องการให้ทาง Computer Union นำเสนอข้อมูลเพิ่มเติม หรือทำ workshop สามารถติดต่อทีมงาน Computer Union ได้ที่ cu_mkt@cu.co.th หรือโทร 02-311-6881 #7158

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ