Hyper-Personalization คือกุญแจสำคัญสู่อนาคตของการเติบโตและสร้างความสัมพันธ์สำหรับธุรกิจไทย [Press Release]

กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย – ในขณะที่ Digital Landscape ของประเทศไทยกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ความคาดหวังของผู้บริโภคก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ในสภาพแวดล้อมที่มีการแข็งขันกันอย่างดุเดือดในปัจจุบัน วิธีการเข้าถึงหรือสื่อสารกับลูกค้าแบบทั่วไปอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป ที่ Infobip พวกเราเชื่อว่า Hyper-Personalization หรือการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและข้อมูลเรียลไทม์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ปรับแต่งอย่างละเอียดสำหรับผู้บริโภคในแต่ละบุคคล ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำศัพท์หรือวลีที่ถูกพูดถึงบ่อยอีกต่อไป แต่คือกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของฐานลูกค้าและยกระดับการมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในยุคดิจิทัลสำหรับธุรกิจไทย การสร้างประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงและตรงใจลูกค้ามากที่สุดจะเป็นตัวแปรสำคัญในการแข่งขันและสร้างความได้เปรียบอย่างยั่งยืนในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

รายงานล่าสุดของเราในหัวข้อ “Hyper-Personalization: Intelligent Customer Engagement for Business Growth”  ซึ่งจัดทำขึ้นโดยอ้างอิงข้อมูลจาก IDC เผยให้เห็นความเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่าง Hyper-Personalization กับ Communications-Platform-as-a-Service (CPaaS) โดยผลการศึกษาชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ระดับโลกที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับบริบทของประเทศไทย นั่นก็คือ การนำข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์มาใช้ในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกๆ ก้าวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ผู้บริโภคชาวไทยในปัจจุบัน เริ่มมองความสัมพันธ์กับแบรนด์คล้ายกับเป็นความสัมพันธ์ส่วนตัว เช่นเดียวกับผู้บริโภคทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยงานวิจัยของ Infobip พบว่า 83% ของผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ทั่วโลกมีมุมมองเช่นเดียวกัน พวกเขาคาดหวังมากกว่าการได้เห็นชื่อของตนเองในอีเมล หรือโปรโมชันวันเกิดที่ได้รับเหมือนกันทุกคน แต่คาดหวังประสบการณ์ที่มีความเฉพาะตัว เหมาะกับแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง ที่สะท้อนถึงความชอบและพฤติกรรมของพวกเขา

Hyper-Personalization แตกต่างจากการปรับแต่งประสบการณ์ลูกค้าแบบดั้งเดิม โดยมุ่งเน้นองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้

  • Data-driven insights: การเข้าใจพฤติกรรมและความชอบของลูกค้าแบบเรียลไทม์
  • Omnichannel engagement: การเชื่อมต่อกับลูกค้าอย่างไร้รอยต่อผ่านช่องทางที่ลูกค้าเลือกใช้
  • AI-powered decision-making: การคาดการณ์และปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าอย่างแม่นยำในทุกจุด

ดังนั้น ธุรกิจที่สามารถนำกลยุทธ์การตลาดแบบ Hyper-Personalization ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในรูปแบบของจำนวนการซื้อซ้ำที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงการขยายมูลค่าการใช้จ่ายของลูกค้าในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าหลายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย จะยังคงเผชิญความท้าทายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล หรือการสร้างสมดุลระหว่างระบบอัตโนมัติกับการสื่อสารที่มีความเป็นมนุษย์ แต่แนวทางการปรับตัวในอนาคตก็เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ข่าวดีก็คือ อุปสรรคเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการผสานโซลูชัน CPaaS เข้ากับระบบนิเวศที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลแบบครบวงจร เช่น การใช้ Customer Data Platform (CDP)

จากข้อมูลของ IDC ประเทศไทยมีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งในการนำระบบ Customer Data Platform (CDP) มาใช้งาน โดยคาดว่าการใช้จ่ายของภาคธุรกิจในด้าน CDP จะเติบโตเฉลี่ยที่ 26% ในช่วงปี 2024–2028 การลงทุนอย่างมีนัยยะสำคัญนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจที่ชัดเจนของธุรกิจไทยต่อบทบาทพื้นฐานของ CDP ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์แบบ Hyper-Personalization อย่างแท้จริง

การผสานสองกลยุทธ์สำคัญอย่าง CDP และ CPaaS เข้าด้วยกันถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับธุรกิจยุคใหม่ โดย CDP ทำหน้าที่จัดการข้อมูลลูกค้าที่กระจัดกระจายอยู่ตามช่องทางต่าง ๆ ให้กลายเป็นมุมมองแบบองค์รวม (Unified Customer View) ซึ่งข้อมูลที่ถูกรวบรวมและจัดระเบียบอย่างเป็นระบบนี้ จะถูกนำไปใช้ขับเคลื่อนโซลูชัน CPaaS เพื่อสร้างประสบการณ์การสื่อสารกับลูกค้าแบบอัจฉริยะและเรียลไทม์ในหลาย ๆ จุดสัมผัส หรือ Touchpoint กล่าวโดยสรุปก็คือ ระบบ CDP เป็นรากฐานสำคัญให้กับข้อมูลอัจฉริยะ ในขณะที่โซลูชัน CPaaS ช่วยส่งมอบประสบการณ์ที่ครบถ้วนและมีประสิทธิภาพให้กับลูกค้า

IDC คาดการณ์ว่า ภายในปี 2026 องค์กรธุรกิจถึง 65% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย จะเริ่มใช้งาน API ด้านการสื่อสารบนคลาวด์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI กันอย่างแพร่หลาย โดยแนวโน้มนี้จะช่วยเร่งให้เกิดการทำการตลาดแบบ Hyper-Personalization อย่างแพร่หลายทั่วทั้งภูมิภาค และเปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยสามารถสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อและตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้นในทุกจุด

ธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับลูกค้า จะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากการทำการตลาดแบบ Hyper-Personalization สำหรับธุรกิจไทยในวันนี้นั้น การลงทุนในแนวทางแบบบูรณาการที่ผสานพลังของ CDP และ CPaaS ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ผู้ที่ก้าวนำด้วยกลยุทธ์นี้ จะไม่เพียงแค่ตอบโจทย์ความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที แต่ยังจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของประเทศไทยได้อีกด้วย

ที่ Infobip เรามุ่งมั่นที่จะช่วยธุรกิจไทยให้ก้าวไปสู่เส้นทางการใช้กลยุทธ์แบบ Hyper-Personalization ได้อย่างมั่นคงและมั่งคั่ง เราเชื่อว่าการสร้างระบบนิเวศข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียวและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล จะช่วยให้แบรนด์สามารถก้าวผ่านความท้าทายสำคัญต่าง ๆ และส่งมอบประสบการณ์ลูกค้าที่ชาญฉลาดและมีความหมายยิ่งขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดจะนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ

เกี่ยวกับ Infobip

Infobip คือผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการสื่อสารบนคลาวด์ระดับโลก ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกันในทุกขั้นตอนตลอดประสบการณ์ของลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มเดียว Infobip ได้ส่งมอบโซลูชันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมแบบ omnichannel การระบุตัวตน การพิสูจน์ตัวตนผู้ใช้ และศูนย์ให้ความช่วยเหลือ แก่ธุรกิจและพันธมิตรมากมาย เพื่อลดความซับซ้อนในกระบวนการสื่อสารกับผู้บริโภค เพื่อการเติบโตของธุรกิจ และสร้างความภักดีจากลูกค้าต่อแบรนด์ Infobip นำเสนอเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นเอง ซึ่งมีศักยภาพครอบคลุมการเข้าถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์อื่น ๆ ไม่ต่ำกว่า 7 พันล้านเครื่องใน 6 ทวีป ผ่านการเชื่อมต่อกว่า 9,700+ รายการ โดยที่กว่า 800 รายการเป็นการเชื่อมต่อโดยตรงกับผู้ให้บริการโทรคมนาคม ทั้งนี้ Infobip ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 โดยมีผู้ร่วมก่อตั้ง ได้แก่ CEO ซิลวิโอ คูทิซ, โรเบิร์ต คูทิซ และ อิสเบล เจเลนิซ

รางวัลล่าสุดที่ได้รับ:

  • Infobip ได้รับการจัดอันดับเป็น Leader ในรายงาน CPaaS Universe โดย Omdia เป็นปีที่สองติดต่อกัน (พฤศจิกายน 2023)
  • Infobip ได้รับการจัดอันดับเป็น Established Leader ใน Juniper Research Conversational AI Leaderboard (กุมภาพันธ์ 2025)
  • Infobip ได้รับการยกย่องให้เป็น CPaaS Leader ติดต่อกันเป็นครั้งที่สามในรายงาน IDC MarketScape (กุมภาพันธ์ 2025)
  • Infobip ติดอันดับหนึ่งในผู้ให้บริการ CPaaS ชั้นนำในรายงาน CPaaS MetriRank โดย Metrigy (ธันวาคม 2024)
  • Infobip ได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับหนึ่งในกลุ่ม Established Leaders ด้าน RCS Business Messaging จากรายงาน RCS Business Messaging Competitor Leaderboard 2024 โดย Juniper Research (พฤศจิกายน 2024)
  • Infobip ได้รับการยกย่องเป็น ผู้ให้บริการอันดับหนึ่ง ในตลาด AIT Fraud Prevention โดย Juniper Research (ตุลาคม 2024)
  • Infobip ได้รับการจัดอันดับเป็น Leader ใน Gartner® Magic Quadrant™ for CPaaS เป็นปีที่สองติดต่อกัน (มิถุนายน 2024)
  • Infobip ติดโผบริษัทที่มีนวัตกรรมมากที่สุดในโลก ประจำปี 2024 โดย Fast Company (มีนาคม 2024)

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Somboon Advance Technology อัปเกรดจาก SAP ECC 6.0 สู่ SAP Cloud ERP Private ผ่าน RISE with SAP เตรียมต่อยอดเติบโตด้วย AI, Data และ IIoT โดย NTT DATA Business Solutions Thailand

สำหรับธุรกิจองค์กรหลายแห่งในไทย การอัปเกรดจาก SAP ECC 6.0 ที่กำลังจะหยุดสนับสนุนอย่างเป็ทางการในไม่ช้านี้ไปสู่โซลูชัน SAP S/4HANA on Cloud กำลังกลายเป็นวาระใหญ่ที่ต้องเร่งดำเนินการกันอย่างเข้มข้น ในบทความนี้ คุณองอาจ สินธทียากร ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป …

Nvidia จับมือ SK hynix, Naver และ Doosan ร่วมขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI เกาหลีใต้

Nvidia ผู้ผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์รายใหญ่ ประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรครั้งใหม่กับกลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ซึ่งรวมถึงผู้ผลิตชิปหน่วยความจำชั้นนำ SK hynix, ยักษ์ใหญ่ด้านอินเทอร์เน็ต Naver และกลุ่มบริษัทข้ามชาติ Doosan Group