[PR] หัวเว่ยขยับตำแหน่ง สู่อันดับที่ 70 แบรนด์ยอดเยี่ยม โดย Interbrand ประจำปี 2017

เซิ่นเจิ้น, จีน/ 27 กันยายน 2560 –  หัวเว่ยขยับตำแหน่ง “แบรนด์ยอดเยี่ยมระดับโลก” ขึ้นจากอันดับที่ 72 ในปี 2016 มาเป็นอันดับที่ 70 ในการจัดอันดับประจำปี 2017 ของ Interbrand บริษัทที่ปรึกษาด้านแบรนด์ชั้นนำระดับโลก โดยหัวเว่ยมีคุณค่าแบรนด์เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อน แตะ 6,676 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ และเป็น 1 ใน 16 แบรนด์ที่มีคุณค่าแบรนด์เติบโตเพิ่มขึ้นสองหลักในทำเนียบ 100 อันดับของอินเตอร์แบรนด์

กลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของหัวเว่ยเกิดจากคุณค่าหลักที่หัวเว่ยยึดมั่นในการรังสรรค์นวัตกรรมเพื่อลูกค้าและความทุ่มเทในการสร้างสรรค์ รวมถึงความเชื่อของบริษัทที่ว่า การสร้างแบรนด์นั้นต้องยึดมั่นในจรรยาบรรณ

“ในช่วงกว่าสามทศวรรษที่ผ่านมา เราได้สร้างแบรนด์ของเราขึ้นมาและช่วยสร้างความสำเร็จให้แก่ลูกค้าของเราผ่านเทคโนโลยีอันทันสมัย ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง และบริการระดับพรีเมี่ยมของเรา รวมไปถึงพนักงานที่กระตือรือร้นและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ” มร. เควิน จาง ประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายการตลาดองค์กรหัวเว่ย กล่าว

สำหรับธุรกิจโทรคมนาคม หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของลูกค้ากลุ่มเครือข่ายโทรคมนาคม โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จให้แก่ลูกค้าด้วยการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ดิจิทัล เพิ่มมูลค่าของเน็ตเวิร์คที่ลูกค้ามีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และพัฒนาวิดีโอให้เป็นบริการพื้นฐาน หัวเว่ยยังช่วยให้ลูกค้าด้านโทรคมนาคมสามารถจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่อุตสาหกรรมต่างๆ ผ่านบริการคลาวด์ เพื่อความสำเร็จร่วมกันในการสร้างการเติบโตใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า

ในขณะเดียวกัน ธุรกิจกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรส์ของหัวเว่ยจะเน้นที่อุตสาหกรรมหลัก ๆ อาทิ ความปลอดภัยสาธารณะ การเงิน การขนส่ง และการผลิต เพื่อช่วยให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมสามารถปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลได้สำเร็จ  หัวเว่ยยังได้ร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรในอุตสาหกรรม สร้างศูนย์นวัตกรรมร่วมและโอเพ่นแล็บอีกหลายแห่งเพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดความสำเร็จทางธุรกิจร่วมกัน

ส่วนกลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์ หัวเว่ยใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าและตอบโจทย์ความต้องการ ก้าวนำการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม และพัฒนานวัตกรรมอย่างก้าวล้ำ ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนหัวเว่ย P Series และ Mate Series ที่มีดีไซน์ล้ำสมัย ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในตลาดไฮเอนด์ทั่วโลกและกลายมาเป็นสินค้ายอดนิยมในตลาด และหัวเว่ย Mate 10 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกของแบรนด์ที่ใช้ชิพเซ็ต Kirin 970 จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกในเดือนตุลาคมนี้ ที่เมืองมิวนิค

ในอีก 20-30 ปีข้างหน้า สังคมอัจฉริยะที่เชื่อมโยงผ่านอินเทอร์เน็ตจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้น ทุกๆ สิ่งจะมีระบบเซ็นเซอร์ ทุกๆ อย่างจะเชื่อมโยงกัน และของทุกสิ่งจะมีความอัจฉริยะเป็นคุณลักษณะพื้นฐาน เทคโนโลยีด้านไอซีที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คลาวด์ บิ๊กดาต้า อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะกลายเป็นเสาหลักของสังคมอัจฉริยะ หัวเว่ยในฐานะที่เป็นผู้ผลักดันหลักของสังคมอัจฉริยะ จะร่วมกับพันธมิตรในการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมและความก้าวหน้าในสังคมอย่างต่อเนื่อง

###

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ย ผู้นำทางด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่มุ่งมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านการสื่อสารที่ดีทั่วโลก ด้วยการเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบ สร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมแห่งข้อมูล และทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ ในอุตสาหกรรม  หัวเว่ยนำเสนอโซลูชั่นด้านไอซีทีแบบครบวงจร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่ลูกค้าในกลุ่มเครือข่ายโทรคมนาคมและเอ็นเตอร์ไพรส์ อุปกรณ์สื่อสารต่างๆ และระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง ด้วยกลยุทธ์การสร้างสรรค์นวัตกรรมตามความต้องการของลูกค้าและสัมพันธภาพที่ดีกับพันธมิตร ปัจจุบัน พนักงานกว่า 180,000 คนทั่วโลกของหัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ กลุ่มลูกค้าองค์กรและผู้บริโภคทั่วไป ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นไอซีทีของหัวเว่ยได้รับการติดตั้งในกว่า 170 ประเทศในทุกภูมิภาคของโลก และให้บริการประชากรกว่าหนึ่งในสามของโลก  หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี  2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของหัวเว่ย ได้ที่ www.huawei.com

ติดตามเราได้ที่

http://www.linkedin.com/company/Huawei

http://www.twitter.com/Huawei

http://www.facebook.com/Huawei

http://www.google.com/+Huawei

http://www.youtube.com/Huawei

About TechTalkThai PR 2

Check Also

เน็ตแอพ ยกระดับองค์กรยุคใหม่ สู่ Hybrid Multi-Cloud ขับเคลื่อนนวัตกรรมได้ทุกที่อย่างไร้รอยต่อ [PR]

เน็ตแอพ® (NASDAQ: NTAP) บริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอัจฉริยะ ประกาศเปิดตัวขีดความสามารถใหม่ด้าน Hybrid Multi-Cloud พร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติ ช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพสูงสุดในการรองรับทุกเวิร์กโหลด พร้อมช่วยให้องค์กรนำกลยุทธ์ด้านข้อมูลสมัยใหม่มาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งบนระบบภายในองค์กร (On-Premises) และคลาวด์ พร้อมคำนึงถึงอธิปไตยของข้อมูล การกำกับดูแล …

What’s next for your business? Transformaiton Now! Today’s Inspiration. Tomorrow’s Success. [PR]

เมื่อองค์กรต้องรับมือกับทั้ง AI, Cloud, ERP Transformation และความคาดหวังทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า “เราควรเปลี่ยนหรือไม่” แต่คือ เราควรเริ่มต้นและเดินหน้าอย่างไร