ADPT

ยกระดับการเก็บข้อมูลยุคใหม่ ด้วย HP 3PAR StoreServ All Flash Array ตอบรับ New Style of IT

hp_logo

HP 3PAR StoreServ เทคโนโลยีสตอเรจสำหรับอนาคต ตอบโจทย์ New Style of IT รองรับการทำงานในด้านประสิทธิภาพ มีความยืดหยุ่น ทำงานได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุด รองรับการเชื่อมต่อกับโซลูชั่นแบบขยาย มีฟังก์ชั่นการทำงานอันทรงประสิทธิภาพในระดับเอ็นเตอร์ไพรส์

hp_3par_01

เอชพี ผู้ให้บริการด้าน IT ชั้นนำระดับโลก หนึ่งในผู้นำทางความคิด และผู้ชี้นำเทรนด์ของโลกไอที ได้เคยประกาศว่า ปัจจุบันได้ก้าวสู่แนวคิด “ระบบไอทียุคใหม่” (New Style of IT) ที่หมายถึง การดำเนินธุรกิจโดยอาศัยเทคโนโลยีเป็นหลักในการสนับสนุนเป้าหมายขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว มีความเรียบง่าย มีความคล่องตัวมากขึ้น เข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา ความปลอดภัยสูง ลดความเสี่ยงและลดค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ต้องขับเคลื่อนด้วยระบบไอทีจริงๆ

New Style of IT ได้เปลี่ยนรูปแบบไปสู่ระบบไอทีที่เชื่อมโยงการทำงานสำหรับผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน ไอทีกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจ ที่ต้องการอาศัยแนวคิด New Style of IT ซึ่งจะต้องประกอบด้วยคุณลักษณะดังนี้

  1. Speed of Innovation รวดเร็วตอบความต้องการของธุรกิจได้ทันที จัดเตรียมสั้น ทันตามกระแสธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง
  2. Agility เทคโนโลยีต้องมีความยืดหยุ่น น่าเชื่อถือ และปรับเปลี่ยนตอบสนองได้ว่องไว
  3. Simplicity มีระบบจัดการที่ง่าย ทักษะในการบริหารจัดการลดลง สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์ภายนอกได้อย่างราบรื่น
  4. Low Cost การลงทุนไอทีต้องประหยัดและลดต้นทุนการใช้จ่าย โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงาน
  5. Low Risk ระบบจะต้องมีความน่าเชื่อถือ ลดความเสี่ยงกับการทำงานที่ผิดพลาด มีระบบความปลอดภัยของข้อมูลสูง รองรับการวางแผนระยะยาว

หลายเทคโนโลยีไอทีได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสอดรับกับแนวคิดดังกล่าว รวมถึง เทคโนโลยีสตอเรจสำหรับจัดเก็บข้อมูลระดับองค์กร ก็เช่นกัน ได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปมาก มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยระบบการทำงานเพื่อสอดคล้องกับ New Style of IT

HP Converged Storage ตอบโจทย์ New Style of IT

จากคุณลักษณะของ New Style of IT ทำให้เทคโนโลยีสตอเรจมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งแตกต่างกับส่วนดั้งเดิมที่มีราคาสูงกว่าพบว่า สตอเรจเครื่องใหญ่ๆ ซึ่งเดิมมีราคาแพง เริ่มลดการใช้งานลง ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่หลายรายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่ง ณ วันนี้เอชพีพร้อมแล้วกับอุปกรณ์ที่ชื่อว่า HP 3PAR StoreServ Storage ซึ่งเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบผนวกใหม่ (Converged Storage) นั่นเอง

สำหรับ HP 3PAR StoreServ Storage ได้รับการยอมรับจากสื่อชั้นนำ รวมถึงได้รับรางวัลมากมาย อาทิ กลุ่มของนักวิเคราะห์ที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมไอทีระดับโลกอย่าง (DCIG) ได้ยกย่องว่า เป็นสตอเรจที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานร่วมกับระบบ Virtualization เปรียบเทียบกับคู่แข่งจำนวน 49 ราย และได้รับการแนะนำว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับการใช้งานประเภท All Flash Array

นิตยสาร InfoWorld Technology of the Year ได้พูดถึง 3PAR StoreServ ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ดีที่สุดในด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และเป็นเครื่องมือในการพัฒนาสำหรับการต่อยอดของ Cloud Service ในปี 2014

ทาง Gartner เองก็ได้ทำการแนะนำว่า ถ้าเป็นสตอเรจสมัยใหม่ที่เหมาะกับการใช้งานด้านการประมวลผลธุรกรรมออนไลน์ (OLTP) งานที่ประมวลผลแบบเรียลไทม์ หรืองานด้าน Virtualization/Virtual Desktop Infrastructure และการใช้งานทั่วๆ ไปทาง HP 3PAR StoreServ ก็ได้คะแนนมาเป็นอันดับแรกสุด

สำหรับการยอมรับในตลาดนั้นก็มีความโดดเด่น ยอดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ HP 3PAR ในประเทศไทยเมื่อสิ้นไตรมาสแรกของปี 2014 โตขึ้นกว่า 300% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2013 ทำให้เอชพีมีส่วนแบ่งยอดขายผลิตภัณฑ์กลุ่มสตอเรจได้เป็นอันดับ 1 ในไตรมาสแรกของปี 2014 ได้สำเร็จ

ณ วันนี้ทางเอชพีได้พัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยการเปิดตัว สตอเรจแบบออล-แฟลช HP 3PAR StoreServ 7450c ที่ตอบสนองความเร็วเพิ่มขึ้นในราคาที่เทียบเท่ากับราคาฮาร์ดดิสก์ระดับเอ็นเตอร์ไพรส์ทั่วไป โดยเสนอราคาอยู่ที่ประมาณ 70 บาทต่อกิกะไบต์

ยืดอายุ SSD ด้วยเทคโนโลยี Adaptive Spare และ Adaptive Read and Write

hp_3par_02

ก่อนหน้านี้การใช้งานระดับองค์กรจะใช้ Flash SSD ชนิดที่เรียกว่า SLC หรือ MLC มาใช้งานเท่านั้น เนื่องจากข้อจำกัดด้านจำนวนครั้งและปริมาณการเขียนซ้ำลงในตัวดิสก์ (SSD write endurance) ทำให้ผู้ผลิตต่างค่ายที่ไม่มีเทคโนโลยีแก้ปัญหาการเขียนข้อมูล ต้องหลีกเลี่ยงการใช้งาน MLC/cMLC กับงานที่เขียนหนัก เป็นเหตุให้เกิดความเสี่ยงไม่สามารถเขียนข้อมูลเพิ่มเติมลงไปได้

ด้วยข้อจำกัดนี้ ทางเอชพีได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง ที่เรียกว่า Adaptive Spare และ Adaptive read/write สามารถใช้ SSD ที่มีความจุขนาด 1.92 TB ที่แบบ cMLC ใช้งานในระดับองค์กร ไม่ส่งผลกระทบกับอายุการเขียนข้อมูลใน SSD ยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น เทคโนโลยีนี้ทำให้เอชพีกล้าที่จะการันตีอายุการเขียนของข้อมูลโดยไม่มีวันหมดตลอดการใช้งาน 5 ปี ถ้าอายุการใช้งานหมดเอชพีจะทำการเปลี่ยน Flash SSD ลูกใหม่ให้ทันที

เอชพีได้จดสิทธิบัตรการใช้ SSD ด้วยเทคโนโลยี HP Adaptive Sparse เพิ่มอายุการใช้งานและมีเนื้อที่เพิ่มขึ้น ทำให้ขยายพื้นที่ใช้งานต่อไดร์ฟสูงขึ้นร้อยละ 20 การใช้เนื้อที่ SSD ที่ได้เพิ่มขึ้นมากกว่าผู้ผลิตรายอื่น เช่น จากผู้ผลิตดั้งเดิม 400GB เนื้อที่ที่สามารถใช้งานได้ใน 3PAR จะกลายเป็น 480GB ส่วน 800GB จะกลายเป็น 920GB และ 1.6TB จะกลายเป็น 1.92B

สำหรับความต้องการหลีกเลี่ยงการอ่านหรือเขียนข้อมูลที่ไม่จำเป็นที่เกิดขึ้นจากการใช้งานร่วมกันกับแอพพลิเคชั่นจำนวนมากนั้น เอชพีได้เพิ่มอัลกอริทึมซอฟต์แวร์ ที่เรียกว่า Adaptive Read and Write แนวคิดคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการอ่านข้อมูลระหว่างเครื่องแม่ข่ายกับอุปกรณ์สตอเรจ ถ้าข้อมูลที่ส่งมามีขนาดเล็กเกินกว่า Block size สตอเรจ ระบบจะปรับขนาดการอ่านให้เท่ากับข้อมูลที่อ่านจริง ซึ่งทำให้ Cache hit เพิ่มขึ้น ใช้เวลาการตอบสนองส่งข้อมูลลดลง

ในขณะเดียวกันถ้ามีการเขียนข้อมูลที่มีขนาดเล็กกว่า Block size สตอเรจ ข้อมูลที่เขียนเท่านั้นที่จะถูกเขียนลงใน SSD ซึ่งทำให้สามารถยืดอายุการใช้ SSD ให้ยาวนานเพิ่มขึ้น (ตัวอย่างเช่น Block size สตอเรจ ระบุไว้ที่ 16KB ถ้ามีการเขียนมาที่ 8KB อัลกอริทึม Adaptive Write จะเขียนข้อมูลเพียง 8KB เท่านั้นไปยังเนื้อที่ใน SSD)

เทคโนโลยีบีบอัดข้อมูลใหม่ ลดเนื้อที่การใช้งาน 75%

เมื่อเร็วๆ นี้ เอชพีได้นำเสนอเทคโนโลยี Inline Deduplication ส่งผลให้มีอัตราส่วนการลดพื้นที่การเก็บข้อมูลบนสตอเรจ (Deduplication) ลง 75% และถ้าใช้งานร่วมกับ Thin Provisioning ของ 3PAR ที่เป็นผู้นำในตลาด ทำให้เอชพีเป็นผู้ผลิตรายเดียวที่นำความสามารถของการทำ Thin Provisioning และ Deduplication ใส่ลงใน ASIC ฮาร์ดแวร์เฉพาะด้าน เรียกความสามารถนี้ว่า Thin Deduplication และ Thin Clones ทำให้ระบบจัดเก็บข้อมูลมีการใช้งานเนื้อที่ได้คุ้มค่ายิ่งขึ้น หลีกปัญหาด้านประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นจากการนำ Thin หรือ Deduplication ทำงานลงบนซอฟต์แวร์หน่วยควบคุมสตอเรจ

บริหารจัดการง่าย เรียนรู้ครั้งเดียว

hp_3par_03

จากประสบการณ์ของบริษัทที่ต้องการเน้นทักษะในการบริหารจัดการง่าย ทำให้เอชพีออกแบบสถาปัตยกรรมที่เป็น One Technology 3PAR ทุกรุ่นมีการใช้งานเทคโนโลยีระบบปฏิบัติการแบบเดียวกัน ซอฟต์แวร์และฟังก์ชั่นการทำงานเดียวกัน ข้ามข้อจำกัดการออกแบบระบบสตอเรจดั้งเดิมที่มีความซับซ้อนและใช้งานข้ามรุ่นไม่ได้ ข้อได้เปรียบนี้ทำให้ 3PAR StoreServ มีความสามารถเคลื่อนย้ายข้อมูลสตอเรจในระดับ Peer to Peer ไม่ลดทอนประสิทธิภาพการทำงานเนื่องจากไม่อาศัยอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติม เหมาะกับการประยุกต์ใช้งานหลายด้าน

เช่น เพิ่มความยืดหยุ่นและความเร็วในการปรับเปลี่ยนเคลื่อนย้ายข้อมูล Workload จาก 3PAR 7000c ไปยัง HP 3PAR StoreServ 7450c Storage array เน้นประสิทธิภาพของ SSD หรือย้ายข้อมูลไปยัง 3PAR StoreServe 10000 เพื่อควบรวมข้อมูลขนาดใหญ่ให้ทำงานต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ สิ่งเหล่านี้ทำให้ลูกค้าทุกระดับองค์กร สามารถใช้งานเทคโนโลยีขั้นสูงได้จาก 3PAR StoreServ ที่เป็นรุ่นเริ่มต้นได้ นอกจากนี้ลูกค้าดั้งเดิมของเอชพีสามารถอัพเกรดเพิ่มช่องทางการเชื่อมต่อรองรับการใช้งานเทคโนโลยี 16Gbps Fibre Channel ได้ทันที

รองรับการขยายตัวแบบคาดไม่ถึง

เทคโนโลยีสตอเรจแบบดั้งเดิมเป็นแบบ SILO ต้องอาศัยความชำนาญในการวางแผนล่วงหน้า ซึ่งถ้าไม่ดีพอทำให้เกิดปัญหาประสิทธิภาพที่เกิดจากความไม่เท่ากันในการเข้าถึงข้อมูลเกิดจุดคอขวด จุดนี้เอชพีมีเทคโลยีที่เหมาะกับ IT สมัยใหม่ ที่เรียกว่า Fine-Grained Storage Virtualization เน้นความฉลาดของผลิตภัณฑ์ ลดภาระออกแบบและการบริหารการจัดการได้ 90% อาศัยหลักการกระจายข้อมูล เกลี่ยการใช้งาน (Wide Stripping) ใช้สมรรถนะของดิสก์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การปรับขยายแบบอัตโนมัติ ระบบจะคล่องตัว เหมาะสมกับการใช้งานธุรกิจปัจจุบัน ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

รองรับการใช้งานจำนวนมาก ผนวกความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล

3PAR StoreServ สามารถต่อขยายได้ทั้งแบบ Scale-Up และ Scale-Out เพื่อรองรับคลาวด์ เน้นการจัดสรรทรัพยากรในทุกสภาวะ ระบบจะต้องทำงานต่อเนื่องโดยส่งผลกระทบกับผู้ใช้น้อยที่สุดเมื่อมีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์บางชิ้นไม่สามารถทำงานได้ เช่น ดิสก์ หน่วยควบคุม กล่องจัดเก็บดิสก์ ช่องทางเชื่อมต่อระหว่างสตอเรจกับอุปกรณ์ภายนอกหายไป นอกจากนี้การการันตีการใช้ทรัพยากรโดยการควบคุมปริมาณการใช้ Workload ได้อย่างเหมาะสม ไม่รบกวนการใช้งานระหว่างแอพพลิเคชั่นที่ทำงานร่วมกัน สามารถกำหนด ปริมาณการรับ-ส่งข้อมูลต่อวินาที (IOPs) ปริมาณแบนด์วิดธ์ MB/s และความเร็วในการตอบสนอง Latency ในระดับ Millisecond

การใช้กับผู้บริการจำนวนมากจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัย เทคโนโลยี Virtual Domain สามารถแบ่งย่อยทรัพยากรในระบบมีระบบป้องกันข้อมูลเพิ่มความปลอดภัย เพื่อจัดสรรให้ผู้ขอบริการจำนวนมาก (Multi-tenant) ผู้รับบริการสามารถใช้งานเหมือนเป็นระบบของตัวเอง ผลที่ได้คือเพิ่มความปลอดภัยและกำหนดควบคุมการใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถต่อยอดระบบงานที่ต้องการการบริหารแบบรวมศูนย์จัดเก็บข้อมูล (Storage Consolidation)

เอชพีมีโปรแกรมที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ กับอุปกรณ์สตอเรจภายใต้ชื่อแคมเปญ HP 3PAR Get 6-Nintes ซึ่งระบุว่าลูกค้าที่ใช้ Quad-Controller หรือ 3PAR SoreServ array 7400c ที่ใหญ่ขึ้นไป รวมทั้ง 3PAR StoreServ Flash Array 7450c จะทำให้มี Data Availability ได้ถึง 99.9999% (32 วินาที downtime ภายใน 1 ปี)

กล่าวโดยสรุป HP 3PAR StoreServ เป็นเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลสำหรับอนาคต ไร้ขีดจำกัดด้านเทคโนโลยีในการเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับเทคโนโลยีที่หลากหลาย ตอบโจทย์การบริหารจัดการไอทียุคใหม่ซึ่งต้องการความรวดเร็ว ความคล่องตัวยืดหยุ่น ลดความเสี่ยงและลดต้นทุน พร้อมประสิทธิภาพทรงพลัง สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องในสภาวะที่ระบบเกิดข้อผิดพลาด รองรับการขยายงานในระบบดาต้าเซ็นเตอร์

ทั้งนี้ เอชพีมุ่งเน้นในการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องในการนำโซลูชั่น Cloud, Big Data, Mobility และ Security เพื่อตอบสนองเทรนด์ของเทคโนโลยียุคใหม่ พร้อมเป็นที่ปรึกษาและให้ความเชื่อมั่นกับลูกค้าในทุกระดับองค์กรในการสนับสนุน ปรับเปลี่ยนและพัฒนาระบบไอทีให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจอย่างรุนแรงในปัจจุบัน เพื่อให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจสืบเนื่องต่อไป

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.hp.com/go/3PAR หรือติดต่อ HP Enterprise Toll Free no. 001-800-156203101


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Guest Post]“GBDi” โชว์ระบบ CO-link 4 เดือน ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาเกือบแสนราย พร้อมขยายระบบเชื่อมโยงข้อมูลจองและรับวัคซีนโควิด-19

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล โดย สถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ จัดทำระบบบริหารจัดการเตียงสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ภายใต้ชื่อ CO-link เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เผยตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน สามารถติดตามผู้ป่วยจนเข้าสู่ระบบการรักษาไปแล้วเกือบแสนราย พร้อมขยายระบบเชื่อมโยงข้อมูลการจองและรับวัคซีน เพื่อลดความซ้ำซ้อน หนุนกระทรวงสาธารณสุขจัดหาวัคซีนได้แม่นยำมากขึ้น

AIS Business ผนึกกำลัง Mitsubishi Electric และ TKK ร่วมนำโซลูชัน 5G e-F@ctory ปฏิวัติอุตสาหกรรมไทยพร้อมใช้งานจริง

เห็นได้ชัดเจนว่าในปี 2021 นี้ ภาคอุตสาหกรรมถือว่าเป็นภาคส่วนที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนประเทศท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต การส่งออก ที่อาจจะยังพอช่วยขับเคลื่อนประเทศไปได้บ้าง ดังนั้น การนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อช่วยเร่งประสิทธิภาพในการทำงานให้ดีขึ้นและช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นไปได้ อีกทั้งยังช่วยเสริมศักยภาพความสามารถให้ทัดเทียมกับนานาชาติต่อไปในอนาคตอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ AIS …