Hilton และ IBM ทดลองใช้งาน Connie หุ่นยนต์รับแขกโรงแรมตัวแรกของโลกจาก IBM Watson

Hilton และ IBM ได้ออกมาประกาศความร่วมมือในการทดลองใช้ Connie หุ่นยนต์รับแขกโรงแรมตัวแรกของโลกที่ใช้เทคโนโลยีจาก IBM Watson และ WayBlazer เพื่อให้ข้อมูลกับแขกที่มาพักเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว, ร้านอาหารที่แนะนำ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่แนะนำในโรงแรม

ibm_hilton_connie

ชื่อของ Connie นี้ตั้งขึ้นตามผู้ก่อตั้งของ Hilton ที่มีชื่อว่า Conrad Hilton ซึ่ง Connie นี้ก็เป็นครั้งแรกของการพัฒนา IBM Watson สำหรับธุรกิจทางด้านโรงแรมและที่พักอาศัย โดย Connie จะมีหน้าที่ช่วยเจ้าหน้าที่ของ Hilton ในการให้คำแนะนำแก่แขกผู้มาพักผ่อนให้แบบรายบุคคล

ปัจจุบันนี้ Connie กำลังทำงานอยู่ที่โรงแรม Hilton McLean ใน Virginia และทุกๆ ครั้งที่ Connie ได้ทำการพูดคุยกับลูกค้าด้วย Watson API ต่างๆ เช่น Dialog, Speech to Text, Text to Speech และ Natural Language Classifier เป็นต้น Connie ก็จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มขึ้นไปด้วยเสมอ ซึ่งนอกจากในมุมเทคโนโลยีของ IBM แล้ว การนำ Connie มาใช้ของ Hilton นี้ก็สะท้อนถึงความเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมทางด้านโรงแรมด้วยเช่นกัน

ที่มา: http://finance.yahoo.com/news/hilton-ibm-pilot-connie-worlds-063000149.html



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

รู้จัก Zero-Touch และ One-Touch Provisioning สองสิ่งที่ทำให้ Aruba SD-Branch ติดตั้งใช้งานได้ง่าย

จุดเด่นหนึ่งของโซลูชัน SD-WAN ที่เป็นสากลนั้นก็คือความง่ายดายในการติดตั้งใช้งาน เพื่อให้การขึ้นระบบ SD-WAN ที่มักกระจายอยู่หลายสาขาในพื้นที่ที่ห่างไกลกันและกันนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และไม่ต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้เชิงเทคนิคในการติดตั้งอุปกรณ์ที่แต่ละสาขา ซึ่ง Aruba SD-Branch ที่ครอบคลุมความสามารถ SD-WAN เองก็สามารถตอบโจทย์เรื่องความง่ายดายนี้ได้ด้วยสองเทคนิคที่มีชื่อว่า Zero-Touch Provisioning (ZTP) และ One-Touch Provisioning (OTP) นั่นเอง

Facebook เผยเริ่มใช้ QUIC และ HTTP/3 กับผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 75% แล้ว

Facebook ได้ออกมาเขียน Technical Blog ถึงการเปลี่ยนการเชื่อมต่อจากผู้ใช้งาน Facebook ให้กลายเป็น QUIC และ HTTP/3 สำเร็จไปแล้วกว่า 75% ของทราฟฟิกที่เชื่อมต่อเข้ามายัง Facebook ทั้งหมดในเวลานี้ และพบว่า QUIC สามารถช่วยให้ประสบการณ์ของผู้ใช้งานดีขึ้นได้เป็นอย่างมาก