แผ่นดินไหว–ถนนทรุด-ภัยไซเบอร์ สะท้อนความเสี่ยงธุรกิจไทย —Cloud DR กลับมาเป็นวาระเร่งด่วน

ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประเทศเมียนมาร์เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 ส่งแรงสั่นสะเทือนถึงกรุงเทพฯ ต่อมาช่วงปลายกันยายน เกิดถนนทรุดตัวครั้งใหญ่บริเวณถนนสามเสน ถนนสายสำคัญของกรุงเทพฯ เป็นหลุมลึกประมาณ 50 เมตร จนต้องอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ ทั้งสองเหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดภายในปีเดียวกันตอกย้ำว่า “องค์กรไทยเผชิญความเสี่ยงจากธรรมชาติที่ไม่อาจคาดเดา” ขณะเดียวกัน ภัยคุกคามไซเบอร์ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานของ Check Point ระบุว่า ในครึ่งแรกของปีพ.ศ.2568 องค์กรไทยแต่ละแห่งถูกโจมตีทางไซเบอร์เฉลี่ย 3,201 ครั้งต่อสัปดาห์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกซึ่งอยู่ที่ 1,946 ครั้ง
แม้ธุรกิจจะไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า วิกฤตจากธรรมชาติหรือภัยไซเบอร์จะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่สามารถป้องกันได้ล่วงหน้า คุณนีนี่ อู๋ (Nini Wu) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ GWS CLOUD ได้ให้ข้อมูลว่า “ปัจจุบัน องค์กรไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงเพื่อสร้างศูนย์สำรองเองอีกต่อไป เพื่อลดและป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว เพียงเช่าใช้บริการ คลาวด์สำรองนอกสถานที่ (Disaster Recovery as a Service – DRaaS) ก็สามารถรับมือกับทั้งภัยธรรมชาติและการโจมตีไซเบอร์ พร้อมทำให้ระบบสำคัญยังคงทำงานได้ต่อเนื่อง”
จุดแข็งของ “คลาวด์สำรองนอกสถานที่”
การสำรองนอกสถานที่มีทั้งแบบ “Hot Site” ที่เชื่อมต่อข้อมูลระหว่างศูนย์อยู่ตลอดเวลา จึงกู้คืนได้เร็วที่สุด แต่มีต้นทุนสูงกว่า และ “Cold Site” ที่เน้นสำรองข้อมูลระยะไกลซึ่งประหยัดกว่าแต่ใช้เวลาฟื้นฟูนานกว่า ในทางปฏิบัติ GWS CLOUD สามารถออกแบบให้เหมาะกับบริบทจริงของลูกค้า โดยรองรับระยะเวลาสูงสุดในการกู้คืนข้อมูล (RPO) ต่ำสุดเพียง 5 นาที เพื่อลดผลกระทบด้านธุรกิจให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมยืนยันความเชื่อมั่นด้วยมาตรฐานสากล BSI ISO 27001, 27011, 27017 และ 27018 ควบคู่กับศักยภาพทีมงานที่มีใบรับรองวิชาชีพจำนวนมาก และสถานะผู้ให้บริการคลาวด์ที่ผ่านการรับรองจาก VMware และ Veeam ด้านความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูล มีการใช้กลไกเข้ารหัสผ่าน IPSec VPN และ L2VPN ตลอดเส้นทาง ขณะเดียวกันรูปแบบบริการบนคลาวด์ยังช่วยแปลงค่าใช้จ่ายจาก CapEx มาเป็น OpEx ทำให้องค์กรควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น และด้วยความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐาน ลูกค้าสามารถปรับขนาดทรัพยากรตามฤดูกาลหรือรอบธุรกิจได้อย่างคล่องตัว รองรับทั้งช่วงพีคและช่วงโลว์โดยไม่ต้องแบกต้นทุนคงที่เกินจำเป็น

เลือกผู้ให้บริการ DR Cloud อย่างไรให้มั่นใจ
เมื่อประเมินผู้ให้บริการ DRaaS องค์กรควรพิจารณาความน่าเชื่อถือเชิงระบบเป็นลำดับแรก โดยมีแนวทางในการพิจารณาตามประเด็นหลักดังนี้
- มาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล: มีใบรับรองอย่าง ISO/IEC 27001 และ CSA STAR
- ระดับดาต้าเซ็นเตอร์: อยู่ในชั้น Tier III หรือ Tier IV และมีความสามารถ กู้คืนข้ามศูนย์ (cross-site recovery) เมื่อเกิดเหตุขัดข้อง
- การทดสอบแผน DR อย่างสม่ำเสมอ: จัด DR Drill ตามรอบที่สอดคล้องกับความต้องการลูกค้า เพื่อยืนยันว่าแผนทำได้จริง
- ยืนยันเป้าหมายการกู้คืน: มีหลักฐาน/กระบวนการรองรับให้บรรลุ RTO/RPO ตามที่กำหนดได้ในภาวะวิกฤต
- การสนับสนุนและข้อตกลงบริการ: ให้บริการ 24×7 พร้อม SLA ที่ชัดเจนทั้ง เวลาตอบสนอง และ กระบวนการเฝ้าระวัง เพื่อให้ใช้งานได้จริงในระดับองค์กร
GWS CLOUD มีประสบการณ์บริหารดาต้าเซ็นเตอร์กว่า 25 ปี ครอบคลุมบริการคลาวด์ ไฮบริดคลาวด์ และ Disaster Recovery ครบวงจร โดยผสานเทคโนโลยีจากไต้หวันเข้ากับทีมงานในไทยเพื่อให้บริการแบบใกล้ชิด ลูกค้าจะได้รับการดูแลจากสถาปนิกโซลูชันและที่ปรึกษาชาวไทย ซึ่งเริ่มตั้งแต่การประเมินระบบสำคัญ เพื่อกำหนดระดับความสำคัญและลำดับการกู้คืน จากนั้นออกแบบสถาปัตยกรรม DR บนคลาวด์หรือไฮบริดให้ตรงตามข้อกำหนด ดำเนินการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายเฉพาะพร้อมการซิงค์ข้อมูลที่เหมาะสม จัดทำคู่มือปฏิบัติการ (Runbook) เพื่อให้ทีมปฏิบัติการทำงานได้อย่างเป็นระบบ รวมถึงสนับสนุนการทดสอบ DR Drill และการทำ POC ก่อนขึ้นระบบจริง เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจในการเปิดใช้งาน นอกจากนี้ GWS CLOUD ยังได้รับมาตรฐาน dSure จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพบริการและขีดความสามารถเชิงวิชาชีพในระดับประเทศ
ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น การลงทุนใน คลาวด์สำรองนอกสถานที่ หรือ Cloud DR ช่วยให้องค์กรลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ภัยจากมนุษย์ และการโจมตีไซเบอร์ ปกป้องข้อมูลสำคัญ พร้อมคงความต่อเนื่องทางธุรกิจได้อย่างราบรื่น หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ DR หรือโซลูชันคลาวด์เพิ่มเติม สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ GWS CLOUD หรือติดต่อทีมงานของเราได้โดยตรง
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






