[Guest Post] คูแลป (KULAP) เปิดตัวอย่างเป็นทางการ 11 ม.ค. 2564 ต้อนรับราคาบิทคอยน์สูงสุดในประวัติศาสตร์ มากกว่าล้านบาทต่อหนึ่งบิทคอยน์

คูแลป (KULAP) เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ม.ค. 2564 นี้ มุ่งมั่นเป็นระบบการเงินที่ทุกคนเข้าถึงได้ด้วยการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยระบบกระจายศูนย์ (Decentralized Exchange) โชว์จุดแข็งด้วยราคาที่ดีที่สุด (Best Price) พร้อมความปลอดภัยโดยไม่มีการถือครองสินทรัพย์ ตอบรับกระแสสินทรัพย์ดิจิทัลราคาพุ่ง พร้อมเปิดรับสายเทรดเข้ามาใช้บริการ โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม

 

นายพลากร ยอดชมญาณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาโตชิ จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มทางการเงินรูปแบบใหม่ในการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ภายใต้แบรนด์ “คูแลป” (KULAP) เปิดเผยถึงความพร้อมในการให้บริการ ภายใต้แพลตฟอร์ม https://swap.kulap.io กระดานซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน สินทรัพย์ดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Exchange) ที่เหนือกว่าในเรื่องของความปลอดภัย เนื่องจากตัวแพลตฟอร์มจะไม่มีการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ใช้บริการแต่อย่างใด ผู้ใช้บริการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลจะเป็นผู้ถือครองสินทรัพย์ของตัวเอง นอกจากนี้ kulap.io ยังเป็นกระดานเทรดแบบ Decentralized Exchange เพียงเจ้าเดียว ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้ดำเนินธุรกิจได้

“กระดานเทรดของเราเป็นกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Exchange) ซึ่งรันระบบอยู่บนบล็อกเชน นอกเหนือจากเรื่องการไม่ถือครองสินทรัพย์ แพลตฟอร์มของเราจะทำการหาราคาที่ดีที่สุด (Best Price) จากกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ทั่วโลก ณ เวลานั้น ๆ (Real Time) ทำให้ผู้ใช้บริการไม่จำเป็นต้องเทียบราคาจากหลาย ๆ กระดาน แต่ก็ยังได้ราคาในเรทที่ดีที่สุด”

ล่าสุดบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อดำเนินการให้บริการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลเมื่อ พ.ย. 2563 ที่ผ่านมา ในวันนี้ ทางบริษัทฯ พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ โดยจะเปิดให้ทำการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในวันที่ 11 มกราคม 2564 นี้ พร้อมแคมเปญ “SUPER TRADER, SUPER KULAPer” ให้ผู้ใช้บริการเข้ามาลองเทรด แลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด

ซึ่งในเดือนเดียวกันนี้ สินทรัพย์ดิจิทัลหลายตัว ได้มีการปรับราคาสูงสุดในรอบหลายปี โดยเฉพาะบิทคอยน์ (BTC) มีการทำราคาสูงสุดในประวัติศาสตร์ไปที่ราคา 1,121,019.47 บาท ต่อหนึ่งบิทคอยน์ และมีปริมาณการซื้อขายแลกเปลี่ยนเฉพาะในไทยต่อวันพุ่งขึ้นสูงกว่าหนึ่งพันล้านบาทต่อวันเลยทีเดียว

“คูแลปเราไม่เพียงแต่มีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจเท่านั้น แต่เรายังมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้างและเติมเต็มความสมบูรณ์ของระบบนิเวศของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ดีให้แก่ประเทศไทย เราเคร่งครัดกับกฎเกณฑ์ในการให้บริการและในขณะเดียวกันเราก็ยังคงแสวงหานวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะยกระดับความปลอดภัยและความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มของเรา” นายพลากรกล่าว

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมที่ https://kulap.io/           

 

เกี่ยวกับ คูแลป (About Us)

บริษัท ซาโตชิ จำกัด (KULAP) หรือ “คูแลป” บริษัทสตาร์ทอัพฟินเทค สัญชาติไทย ก่อตั้งขึ้นในปี 2561 โดยคุณพลากร ยอดชมญาณ, คุณนัฐพล นิมากุล และคุณศรัณย์ แสงสมบูรณ์ ต่างมีความมุ่งมั่นในการสร้างระบบการให้บริการทางการเงินรูปแบบใหม่ที่รวดเร็ว ค่าธรรมเนียมต่ำ และสามารถเข้าถึงทุกคนได้ ด้วยการพัฒนาระบบภายใต้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากกระทรวงการคลัง ภายใต้ พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 และใบอนุญาตนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อมิถุนายน 2563

 

About Maylada

Check Also

เน็ตแอพ ยกระดับองค์กรยุคใหม่ สู่ Hybrid Multi-Cloud ขับเคลื่อนนวัตกรรมได้ทุกที่อย่างไร้รอยต่อ [PR]

เน็ตแอพ® (NASDAQ: NTAP) บริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอัจฉริยะ ประกาศเปิดตัวขีดความสามารถใหม่ด้าน Hybrid Multi-Cloud พร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติ ช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพสูงสุดในการรองรับทุกเวิร์กโหลด พร้อมช่วยให้องค์กรนำกลยุทธ์ด้านข้อมูลสมัยใหม่มาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งบนระบบภายในองค์กร (On-Premises) และคลาวด์ พร้อมคำนึงถึงอธิปไตยของข้อมูล การกำกับดูแล …

ก้าวข้ามการลงทุน AI: หัวเว่ยชี้แนวทางสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของไทยในยุค AI [PR]

ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของการลงทุนด้าน AI และดาต้าเซนเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่ประเทศไทยจะสามารถต่อยอดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้กลายเป็นความสามารถในการใช้ AI ที่สร้างประโยชน์ได้จริงต่อภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจโดยรวมได้อย่างไร