[Guest Post] Huawei หัวเว่ย เปิดศูนย์ความปลอดภัยทางไซเบอร์และความโปร่งใสด้านการปกป้อง ความเป็นส่วนตัวระดับโลก ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพในระดับอุตสาหกรรม แบ่งปันความรู้ และสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งมากขึ้น

นายเคน หู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย กล่าวเปิดศูนย์เพื่อความปลอดภัยทางไซเบอร์และความโปร่งใสในด้านการปกป้องความเป็นส่วนตัวระดับโลก ของหัวเว่ย ณ เมืองดองกวน ประเทศจีน

 

ต่งกวน ประเทศจีน : หัวเว่ย เปิดศูนย์เพื่อความปลอดภัยทางไซเบอร์และความโปร่งใสในด้านการปกป้องความเป็นส่วนตัวระดับโลก (Global Cyber Security and Privacy Protection Transparency Center) ที่ใหญ่ที่สุด ณ เมืองต่งกวน ประเทศจีน โดยมีตัวแทนจากองค์กร GSMA, SUSE, สถาบัน British Standards Institution รวมถึงตัวแทนภาครัฐจากทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และประเทศอินโดนีเซียเข้าร่วมกล่าวเปิดงาน

นายเคน หู (Ken Hu) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย กล่าวในงานเปิดศูนย์ดังกล่าวว่า “ทุกวันนี้ ความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นเรื่องสำคัญมาก เมื่อมองในภาคระดับอุตสาหกรรมแล้ว เราต้องทำงานร่วมกันเพื่อแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ได้ผล ร่วมกันสร้างความสามารถในการร่วมกันควบคุมดูแล สร้างมาตรฐาน เทคโนโลยี และการตรวจสอบ ซึ่งสามารถโน้มน้าวให้ทั้งผู้ออกข้อกำหนดต่าง ๆ และสาธารณชนเชื่อมั่นในความปลอดภัยของบริการและผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาใช้งานในชีวิตประจำวันได้ เมื่อทำงานร่วมกันแล้ว เราจะสามารถสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยและการพัฒนาต่อยอดทางเทคโนโลยีดิจิทัลของโลกของเราได้”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาทิ  5G และ AI ได้ส่งผลให้โลกไซเบอร์มีความซับซ้อนขึ้นมาก นอกจากนี้ ความจริงที่ว่าผู้คนหันมาใช้เวลาออนไลน์กันมากขึ้นเนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ก็ยิ่งเพิ่มความซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้ได้สร้างให้เกิดภัยทางไซเบอร์ใหม่ ๆ ขึ้นมา

หัวเว่ยจึงเปิดศูนย์เพื่อความปลอดภัยทางไซเบอร์และความโปร่งใสในด้านการปกป้องความเป็นส่วนตัวในระดับโลก ที่เมืองต่งกวนเพื่อช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยเป็นการสร้างพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมได้ร่วมกันแบ่งปันความเชี่ยวชาญด้านการจัดการดูแลโลกไซเบอร์ และร่วมสร้างโซลูชันต่าง ๆ ไปด้วยกัน ศูนย์นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยแสดงโซลูชันต่าง ๆ และแบ่งปันความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ที่มี เพื่อช่วยในด้านการสื่อสารและการสร้างนวัตกรรมระหว่างกัน รวมถึงช่วยสนับสนุนการทดสอบและการรับรองทางด้านความปลอดภัย โดยศูนย์นี้จะเปิดให้ทั้งผู้กำหนดกฎเกณฑ์ องค์กรตรวจสอบอิสระ องค์กรที่มีบทบาทในการสร้างมาตรฐาน รวมถึงลูกค้า เหล่าพันธมิตร และผู้ให้บริการของหัวเว่ยให้สามารถใช้งานได้ด้วย

เพื่อพัฒนาต่อยอดแนวทางร่วมสำหรับความปลอดภัยทางไซเบอร์ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม องค์กรต่างๆ เช่น องค์กรกำกับดูแลมาตรฐานการ​สื่อสาร (Global System for Mobile Communications – GSMA) และกลุ่มมาตรฐานอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (The 3rd Generation Partnership Project – 3GPP) ได้ร่วมงานกับผู้ที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมเพื่อส่งเสริมการทดสอบด้านความปลอดภัย (NESAS Security Assurance Specifications) รวมถึงการรับรองจากหน่วยงานอิสระอื่น ๆ  โดยมาตรฐานเหล่านี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางภายในภาคอุตสาหกรรม และยังมีบทบาทสำคัญสำหรับการพัฒนาและการตรวจสอบโครงข่ายที่ปลอดถัย

นายแมทส์ แกรนรีด อธิบดีองค์กร GSMA ได้กล่าวในพิธีเปิดศูนย์แห่งใหม่ของหัวเว่ยว่า “การทำให้การบริการใหม่ ๆ รวมถึงบริการที่มีอยู่แล้วในยุค 5G เกิดขึ้นได้จริงนั้น จำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมต่อที่เกิดจากโครงข่ายมือถือเป็นอย่างมาก และยังต้องอาศัยความปลอดภัยและความเชื่อถือได้ของเทคโนโลยีเป็นพื้นฐาน นอกจากนี้ โครงการริเริ่มต่าง ๆ เช่น ฐานความรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับเทคโนโลยี 5G ขององค์กร GSMA (GSMA 5G Cybersecurity Knowledge Base) ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ร่วมอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความเข้าใจและลดความเสี่ยงด้านโครงข่าย รวมถึงองค์กร NESAS (Network Equipment Security Assurance Scheme) ซึ่งเป็นกรอบการรับรองความปลอดภัยที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง ก็ได้รับการออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการพัฒนาระดับความปลอดภัยของอุปกรณ์โครงข่ายอย่างครอบคลุมทุกภาคส่วน”

ภายในงานเปิดศูนย์แห่งใหม่ หัวเว่ยยังได้เปิดตัวค่ามาตรฐานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของผลิตภัณฑ์ (Product Cyber Security Baseline) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของทางบริษัทที่ได้จัดทำมาตรฐานดังกล่าวพร้อมกับแนวทางการดำเนินการจัดการสำหรับทั้งอุตสาหกรรมอีกด้วย ถือเป็นส่วนหนึ่งในความมุ่งมั่นของบริษัทเพื่อการมีส่วนร่วมกับลูกค้า ผู้จัดจำหน่าย องค์กรด้านมาตรฐาน และผู้มีส่วนร่วมอื่น ๆ เพื่อที่จะเสริมสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ร่วมกันได้อย่างครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรม

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หัวเว่ยได้สร้างโครงข่ายมากกว่า 1,500 โครงข่าย โดยสามารถเชื่อมต่อผู้คนมากกว่า 3,000 ล้านคนในกว่า 170 ประเทศและภูมิภาค และยังไม่มีโครงข่ายใดเลยที่ประสบปัญหาวิกฤติด้านความปลอดภัย

“ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์นั้นถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน โดยทั้งภาครัฐ องค์กรด้านมาตรฐาน และกลุ่มผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีต่างต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อพัฒนาความเข้าใจร่วมกันในด้านความท้าทายของความปลอดภัยทางไซเบอร์ และต้องเป็นความมุ่งมั่นร่วมกันในระดับนานาชาติ โดยเราต้องร่วมกันตั้งเป้าหมาย จัดสรรความรับผิดชอบให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน รวมถึงร่วมมือกันสร้างสภาพแวดล้อมทางด้านดิจิทัลที่เชื่อถือได้ ซึ่งสามารถรับมือกับความท้าทายทั้งในปัจจุบันและในอนาคต” นายเคน หู กล่าวในพิธีเปิด

ท่าสามารถคลิกดาวน์โหลดมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ย (Huawei Product Cyber Security Baseline) ได้ที่นี่

 

 

About Maylada

Check Also

CrowdStrike เปิดตัว Agentic Identity Provider ระบบยืนยันตัวตนที่สร้างมาเพื่อ AI Agent โดยเฉพาะ

CrowdStrike เปิดตัว Agentic Identity Provider (Agentic IdP) ในงาน Fal.Con 2026 ซึ่งเป็น Identity Provider ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างตัวตนที่เชื่อถือได้ให้กับ AI …

DCSS ชู Integration Platform ผสาน Observability และ Zero Trust ขับเคลื่อน Modern Enterprise [Guest Post]

สรุปงาน “Future-Ready Integration Platform for Modern Enterprise” โดย บริษัท ดีซีเอสเอส (ประเทศไทย) จำกัด ที่มาพร้อมการบริการด้านIT พลัง Centralized …