Rowhammer: แฮ็คคอมพิวเตอร์ด้วยการลัดวงจร DRAM

google_logo

ทีมนักวิจัยของ Google ประสบความสำเร็จในการเขียนโค้ดเพื่อแฮ็คระบบคอมพิวเตอร์โดยอาศัยช่องโหว่การรบกวนกันของคลื่นไฟฟ้าระหว่างเซลล์ของเมมโมรี่ที่อัดกันแน่นจนเกินไป โดยช่องโหว่นี้คาดว่าส่งผลกระทบต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่ใช้งาน DDR3 DRAM หรือก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง

การทดสอบแฮ็ค DRAM ของ Google นี้ พัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon และ Intel ที่ถูกตีพิมพ์เมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา โดยทีมนักวิจัยค้นพบว่า มีความจะเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนค่าไบนารี่ 0,1 ที่เก็บอยู่ในเมมโมรี่ได้ผ่านทางการเข้าถึงเซลล์เมมโมรี่เดิมซ้ำๆ ก่อให้เกิดสัญญาณไฟฟ้ารบกวนเซลล์เมมโมรี่ที่อยู่ข้างๆจนค่าไบนารี่เปลี่ยนไปจากเดิม วิธีการนี้ถูกเรียกว่า “การพลิกบิท” (Bit flipping) ซึ่งส่งผลกระทบต่อ DRAM อย่างรุนแรง เนื่องจากเซลล์เมมโมรี่ถูกอัดให้ชิดกันแน่นมาก ทำให้เกิดการกวนกันของสัญญาณไฟฟ้าได้ง่าย ทั้งนี้ เพราะวิศวกรต้องการเพิ่มความจุของ DRAM ให้มากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง

อ่านงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ http://users.ece.cmu.edu/~yoonguk/papers/kim-isca14.pdf

คาดว่าผู้ผลิตชิพทราบเรื่องการรบกวนกันของสัญญาณไฟฟ้า แต่ปัญหาดังกล่าวถูกมองว่ากระทบต่อความถูกต้องของการทำงานมากกว่าเรื่องความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิจัยของ Google พิสูจน์แล้วว่า การกวนกันของสัญญาณไฟฟ้าในเมมโมรี่ส่งผลกระทบรุนแรงกว่าที่คาดไว้

Credit: Arena Photo UK/ShutterStock
Credit: Arena Photo UK/ShutterStock

ทดสอบการพลิกบิทบน DDR3 DRAM

ทีมวิจัยของ Google ทดสอบช่องโหว่นี้โดยใช้โน๊ตบุ๊ค x86 จำนวน 29 เครื่องที่ผลิตขึ้นระหว่างปี 2010 ถึงปี 2014 และใช้เทคนิคการโจมตี 2 ชุด เรียกว่า “การตอกแถว” (Rowhammering) ในการสร้างสัญญาณไฟฟ้ารบกวนผ่านทางเข้าถึงแถวของเซลล์เมมโมรี่ซ้ำๆไปเรื่อยๆ เพื่อให้ค่าไบน่ารี่ของเซลล์ข้างๆเปลี่ยนจาก 0 ไปเป็น 1 หรือจาก 1 ไปเป็น 0

การตอกแถวจะใช้การโจมตีชุดแรกเพื่อเพิ่มระดับสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ และเพื่อหลุดจากกรอบ Sandbox บน Google Chrome ที่ใช้กำหนดขอบเขตการรันแอพพลิเคชันบนเบราเซอร์ เมื่อหลุดจาก Sandbox แล้วทำให้การโจมตีชุดที่ 2 ของการตอกแถวสามารถโจมตีระบบปฏิบัติการได้โดยตรง

การตอกแถวชุดที่ 2 เป็นการโจมตีพลิกบิทโดยมีจุดประสงค์เพื่อควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ถึงระดับ Kernel การพลิกบิทจะถูกส่งเข้าไปในรูปของเอนทรี่ Page-table เพื่อเชื่อมเมมโมรี่เสมือน (Virtual memory) เข้ากับเมมโมรี่จริง (Physical memory) ทำให้ให้สามารถอ่านหรือเขียนเมมโมรี่ของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นๆได้

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทดลองโจมตีโน๊ตบุ๊คทั้ง 29 เครื่อง คือ ทุกเครื่องมีช่องโหว่การพลิกบิท และค่าไบนารี่บนเมมโมรี่ถูกแก้ไข นอกจากนี้ โน๊ตบุ๊คทุกเครื่องต่างใช้ DDR3 DRAM เหมือนกัน(ทีมนักวิจัยไม่ได้เปิดเผยยี่ห้อและรุ่นของโน๊ตบุ๊คที่ใช้)

Mark Seaborn วิศวกรซอฟต์แวร์ของ Google ระบุว่า “เนื่องจากข้อมูลเชิงเทคนิคยังไม่เพียงพอ เราจึงยังไม่สามารถตอบได้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เภทไหนบ้างที่มีช่องโหว่การพลิกบิทอยู่ รวมไปถึงยังไม่ทราบว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร”

DDR4 DRAM ไม่ได้รับผลกระทบ

ทีมวิจัยของ Google พบว่า ช่องโหว่ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคอมพิวเตอร์ที่ใช้งาน DDR4 DRAM ซึ่งกำลังจะเข้ามาแทน DDR3 ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ DDR4 ไม่ได้รับผลกระทบนั้น คาดว่ามาจากการปรับปรุงเพื่อเพิ่มความถูกต้องของการทำงาน มากกว่าการทำให้เมมโมรี่ปลอดภัย

ที่มา: http://www.csoonline.com/article/2895954/data-protection/google-researchers-hack-computers-using-dram-electrical-leaks.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้

AIS Business เปิดตัว AIS Quantum-Safe Networks ปูทางธุรกิจปกป้องข้อมูล เตรียมรับมือการมาของ Quantum Computer ได้แล้ววันนี้

ในปี 2025 ที่ผ่านมา หนึ่งในหัวข้อด้าน Cybersecurity ที่ถูกพูดถึงกันอย่างเนืองแน่นนั้นก็คือเรื่องของ Quantum Safe ที่ว่าด้วยการเตรียมความพร้อมของระบบ IT Infrastructure ให้ปลอดภัยจากความเสี่ยงที่ข้อมูลซึ่งถูกเข้ารหัสเอาไว้ อาจจะถูก Quantum Computer …