Helion Energy สตาร์ทอัพด้านพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน ประสบความสำเร็จในการปิดรอบระดมทุนมูลค่า 465 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่นำโดย Thrive Capital

การระดมทุนในรอบ Series G ครั้งนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจาก SoftBank Vision Fund 2, Lightspeed และนักลงทุนรายอื่น ๆ อีกมากกว่าครึ่งโหล โดย Helion ได้ระบุในประกาศแจ้งการระดมทุนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าประเมินพุ่งสูงถึง 1.55 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นเกือบ 3 เท่าของมูลค่าบริษัทเดิมหลังจากที่เคยระดมทุนไปล่าสุดเมื่อเดือนมกราคมปี 2025
Helion กำลังพัฒนาเตาปฏิกรณ์ฟิวชัน ซึ่งเป็นระบบที่ผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยการหลอมรวมนิวเคลียสของอะตอมเข้าด้วยกัน โดยการรวมนิวเคลียสของอะตอมสองตัวจะทำให้เกิดนิวเคลียสเดี่ยวที่มีมวลเบากว่ามวลรวมของอนุภาคเริ่มต้นเล็กน้อย ซึ่งส่วนต่างของมวลที่หายไปนั้นจะถูกเปลี่ยนรูปออกมาเป็นพลังงาน มหาศาล แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะพยายามควบคุมพลังงานฟิวชันเพื่อนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์มาเป็นเวลานานแต่ก็ยังคงมีอุปสรรคทางเทคนิคอยู่ ทว่า Helion เชื่อว่าการออกแบบเตาปฏิกรณ์ฟิวชันของตนที่เรียกว่า Polaris จะสามารถสร้างการค้นพบที่สำคัญเพื่อทลายข้อจำกัดดังกล่าวได้
Polaris มีโครงสร้างเป็นทรงกระบอกที่ใช้เชื้อเพลิงที่เรียกว่า D-He-3 โดยกระบวนการผลิตพลังงานจะเริ่มต้นจากการฉีดเชื้อเพลิง D-He-3 เข้าไปที่ปลายทั้งสองด้านของทรงกระบอก เตาปฏิกรณ์จะเปลี่ยนเชื้อเพลิงให้กลายเป็นพลาสม่าซึ่งเป็นส่วนผสมของอิเล็กตรอนและอะตอมที่มีประจุไฟฟ้าเป็นบวก จากนั้นจะใช้สนามแม่เหล็กบีบอัดพลาสม่าให้มีรูปร่างคล้ายโดนัท
เมื่อพลาสม่าทรงโดนัทที่ปลายทั้งสองด้านของทรงกระบอกพร้อมแล้ว Polaris จะเร่งความเร็วให้พลาสม่าทั้งสองพุ่งเข้าหากันด้วยความเร็ว 100 ล้านไมล์ต่อชั่วโมง การชนกันที่เกิดขึ้นจะบีบอัดเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง และสนามแม่เหล็กจะช่วยเพิ่มแรงดันและความร้อนภายใน Polaris ให้สูงขึ้นอีก จนเกิดเป็นสภาวะที่เอื้อต่อการหลอมรวมของนิวเคลียสอะตอม ซึ่งปฏิกิริยาฟิวชันนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มสนามแม่เหล็กที่ Polaris สร้างขึ้น และการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นก็จะเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าตามมา
เชื้อเพลิง D-He-3 ของ Helion ประกอบด้วยวัสดุสองชนิด ได้แก่ ดิวเทอเรียมและฮีเลียม-3 โดยดิวเทอเรียมเป็นไอโซโทปหรือรูปแบบหนึ่งของไฮโดรเจนที่มีนิวตรอนเพิ่มขึ้นมาหนึ่งตัว ทำให้มันมีน้ำหนักมากกว่าไฮโดรเจนทั่วไปประมาณสองเท่า และสามารถพบได้ทั่วไปในน้ำทะเล ในขณะที่ฮีเลียม-3 เป็นไอโซโทปของฮีเลียมที่หายากมากและมีราคาแพงถึงหลายล้านดอลลาร์ต่อลิตร
บริษัทมีแผนที่จะผลิตฮีเลียม-3 ขึ้นมาเองภายในโรงงาน ด้วยการหลอมรวมนิวเคลียสของดิวเทอเรียมเข้าด้วยกันในเตาปฏิกรณ์ เนื่องจากปฏิกิริยาระหว่างดิวเทอเรียมกับดิวเทอเรียมจะให้ผลผลิตออกมาเป็นฮีเลียม-3 และทริเทียมซึ่งเป็นไอโซโทปกัมมันตรังสีของไฮโดรเจนที่จะสลายตัวกลายเป็นฮีเลียม-3 เมื่อเวลาผ่านไป แนวทางการเข้าถึงพลังงานฟิวชันของ Helion นี้มาพร้อมกับข้อแลกเปลี่ยนบางประการ เนื่องจาก การผลิตฮีเลียม-3 เป็นเรื่องที่ท้าทายทางเทคนิคอย่างมาก และ Polaris จะต้องทำความร้อนให้เชื้อเพลิง D-He-3 มีอุณหภูมิที่สูงกว่าเตาปฏิกรณ์รูปแบบอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม Helion ระบุว่าข้อดีที่ได้รับกลับมานั้นคุ้มค่ากับสิ่งทีต้องแลกไป
เนื่องจากรังสีที่ Polaris แผ่ออกมานั้นประกอบด้วยโปรตอน ซึ่งสามารถกักกันและควบคุมได้ง่ายกว่านิวตรอนที่เกิดจากเตาปฏิกรณ์รูปแบบอื่น ๆ ส่งผลให้ระบบนี้ใช้ อุปกรณ์กำบังรังสีน้อยลง ยิ่งไปกว่านั้น Helion ระบุว่าการออกแบบของบริษัทยังช่วยลดความจำเป็นในการใช้โมดูลราคาแพงอื่น ๆ เช่น หอระบายความร้อนและกังหันผลิตไฟฟ้า
ส่วนประกอบหลายชิ้นที่บริษัทไม่ได้นำมาใส่ไว้ใน Polaris นั้น เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเตาปฏิกรณ์อื่น ๆ เนื่องจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “การจุดระเบิดฟิวชัน” ซึ่งเป็นสภาวะที่เชื้อเพลิงของเตาปฏิกรณ์สามารถสร้างความร้อนให้แก่ตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง แต่ตามข้อมูลจาก Helion ระบุว่า Polaris ไม่จำเป็นต้องสร้างความร้อนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมันใช้วิธีผลิตพลังงานผ่านชุดเหตุการณ์ฟิวชันที่เกิดขึ้นแยกกันเป็นจังหวะ โดยเตาปฏิกรณ์จะจัดรูปร่างพลาสม่าให้เป็นทรงโดนัท หลอมรวมพวกมันเข้าด้วยกัน และทำซ้ำกระบวนการเดิมไปเรื่อย ๆ
บริษัทจะนำเงินทุนจากการระดมทุนรอบล่าสุดนี้ไปใช้ในการขยายกำลังการผลิตและเร่งขับเคลื่อนโครงการริเริ่มทางการค้า โดย Helion ได้เริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานฟิวชันเชิงพาณิชย์แห่งแรกในเมืองมาลากา รัฐวอชิงตัน ไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งโรงงานแห่งนี้คาดว่าจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 50 เมกะวัตต์เมื่อเริ่มเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในปี 2028
ที่มา: https://siliconangle.com/2026/06/05/fusion-power-startup-helion-valued-15-5b-465m-funding-round/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย







