พบช่องโหว่ระดับร้ายแรงใน IBM QRadar แนะนำควรอัปเดต

Pedro Ribeiro นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยได้รายงาน 3 ช่องโหว่ของ IBM QRadar ซึ่งมีผลเมื่อใช้ประกอบกันทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้พิสูจน์ตัวตนจากทางไกลสามารถลัดผ่านกระบวนการพิสูจน์ตัวตนและลอบรันค่ำสั่งด้วยสิทธิ์ระดับผู้ดูแลได้

Credit:alexmillos/ShutterStock

IBM QRadar คือผลิตภัณฑ์ด้าน SIEM ที่ได้รับความนิยมยี่ห้อหนึ่ง โดยช่องโหว่มีผลกระทบกับผู้ใช้งาน SIEM 7.3.0 ถึง 7.3.1 แพตช์ 2 และ SIEM 7.2.0 ถึง 7.2.8 แพตช์ 11 ดังนั้นทาง IBM จึงได้ออกแพตช์แก้ไขใน 7.3.1 แพตช์ 3 และ 7.2.8 แพตช์ 12 แนะนำว่าให้รีบอัปเดต เพราะระดับความรุนแรงที่ NIST ได้ให้ไว้นั้นอยู่ในระดับร้ายแรงถึง 9.8 เลยที่เดียวแม้ว่าทาง IBM เองจะให้คะแนนเพียงแค่ 5.6 สำหรับช่องโหว่หมายเลข CVE-2018-1418 นี้

อันที่จริงแล้วภายใน QRadar มีแอปพลิเคชันเพื่อการวิเคราะห์หลักฐาน (forensic) บนไฟล์ และ ตัวแอปพลิเคชันนี้ไม่ได้เปิดใช้งานใน Community Edition แต่ส่วนของโค้ดยังอยู่ภายในและใช้งานได้ ซึ่งภายในแอปพลิเคชันนี้ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ Java Servlet และ ส่วนประกอบหลักที่เขียนโดย PHP โดยช่องโหว่ที่พบมีดังนี้

  • ภายใน Servlet นั้นมีช่องโหว่ที่ทำให้เกิดการลัดผ่านกระบวนการพิสูจน์ตัวตน
  • ภายในส่วนประกอบหลักมีช่องโหว่ที่ทำให้สามารถดาวน์โหลดและ Execute shell ได้ แต่ช่องโหว่นี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อได้รับการพิสูจน์ตัวตนแล้ว

ดังนั้นเมื่อใช้งาน 2 ช่องโหว่รวมกันจะทำให้ผู้โจมตีจากระยะไกลสามารถ Execute คำสั่งบนระบบได้ แต่มีสิทธิ์ระดับต่ำเท่านั้น อย่างไรก็ตามโชคร้ายที่ Ribeiro ไปพบช่องโหว่เพิ่มอีกหนึ่งจุดและส่งผลให้ยกระดับสิทธิ์จาก ‘nobody’ เป็น ‘root’ ได้ จึงกลายเป็นหายนะทันที ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเชิงเทคนิคและโค้ด PoC ได้ที่รายงานนี้

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …

ปรับกลยุทธ์ Enterprise Infrastructure ที่ Symphony Communication มองว่า Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป

องค์กรส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจย้ายระบบขึ้น Public Cloud หวังผลด้านความรวดเร็วและความยืดหยุ่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบปัญหาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ควบคู่กับความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และความเสี่ยงด้าน Ransomware ที่รุนแรงขึ้น จนทิศทางการขึ้น Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการบริหารจัดการองค์กรในยุคนี้ ภายในงาน Enterprise …