หัวเว่ย คลาวด์ ชูแนวคิด Full-Stack Intelligence ก้าวต่อไปของการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กร Cloud-Native อัจฉริยะ [PR]

หัวเว่ย คลาวด์ ตอกย้ำความสำคัญของแนวคิด Full-Stack Intelligence ในฐานะปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กร Cloud-Native โดยองค์กรทั่วโลกต่างเร่งผสานเทคโนโลยี AI ระบบประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล เครือข่าย และบริการคลาวด์เข้าด้วยกัน เพื่อเร่งสร้างนวัตกรรมและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในยุค AI

ท่ามกลางความต้องการใช้งานแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการประมวลผลอัจฉริยะที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การนำคลาวด์มาใช้ในองค์กรกำลังก้าวข้ามจากการย้ายระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Migration) ไปสู่การพัฒนาสถาปัตยกรรม Cloud-Native อัจฉริยะ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ความคล่องตัวในการดำเนินงาน และการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มอุตสาหกรรมดังกล่าว รวมถึงวิสัยทัศน์ของหัวเว่ย คลาวด์ ถูกนำเสนอภายในงานสัมมนาระดับผู้บริหารว่าด้วยอนาคตของการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Intelligent Cloud-Native Transformation โดยมีผู้นำธุรกิจ ผู้บริหารด้านเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของหัวเว่ย คลาวด์ในการยกระดับกลยุทธ์ด้านไอทีขององค์กร การอภิปรายครอบคลุมประเด็นการเติบโตอย่างรวดเร็วของการประยุกต์ใช้ AI ความต้องการด้านการประมวลผลที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความจำเป็นในการสร้างรากฐานดิจิทัลที่มีความยืดหยุ่น ชาญฉลาด และพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่า การขยายตัวอย่างรวดเร็วของการนำ AI มาใช้ กำลังผลักดันความต้องการทรัพยากรด้านการประมวลผลในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลให้รูปแบบการจัดหาและบริหารจัดการฮาร์ดแวร์แบบดั้งเดิมเผชิญกับข้อจำกัดมากขึ้น ขณะที่องค์กรต่างเร่งดำเนินโครงการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์จึงกลายเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้องค์กรสามารถขยายทรัพยากรได้ตามความต้องการ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและบริหารต้นทุนไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ บริการเครือข่ายอัจฉริยะยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานแบบกระจายตัวและการมอบประสบการณ์ใช้งานที่ไร้รอยต่อในหลายพื้นที่ ช่วยให้องค์กรเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และรองรับนวัตกรรมยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ภายในงาน หัวเว่ย คลาวด์ ได้นำเสนอโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลที่ออกแบบมาเพื่อความยืดหยุ่น สมรรถนะสูง และคุ้มค่ากับต้นทุนที่สูงขึ้น พร้อมนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในหลากหลายสถานการณ์ อาทิ โซลูชันด้านเสียงและวิดีโอสำหรับการถ่ายทอดสดข้ามภูมิภาค แพลตฟอร์มจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Storage Platform) รวมถึง Flexus โซลูชันด้านการประมวลผลที่ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพด้านต้นทุนสูง

นอกจากนี้ หัวเว่ย คลาวด์ ยังได้สาธิตการประยุกต์ใช้ AI และ Full-Stack AI Services ที่ช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับความท้าทายเฉพาะในแต่ละอุตสาหกรรม เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ความอัจฉริยะ และลดความซับซ้อนในการพัฒนา การติดตั้งใช้งาน และการบริหารจัดการแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI

นายสุรศักดิ์ วนิชเวทย์พิบูล หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย กล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจากยุคของ Virtual Machine สู่สถาปัตยกรรมแบบ Container และ Serverless ซึ่งช่วยให้องค์กรเพิ่มความคล่องตัวในการพัฒนาแอปพลิเคชัน พร้อมลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการและบำรุงรักษาระบบ

“อนาคตของการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการย้ายระบบขึ้นสู่คลาวด์อีกต่อไป แต่คือการสร้างรากฐาน Cloud-Native อัจฉริยะที่สามารถพัฒนาและปรับตัวตามความต้องการทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิด Full-Stack Intelligence หัวเว่ย คลาวด์ ช่วยให้องค์กรสามารถปลดล็อกศักยภาพของ AI และข้อมูลได้อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ของนวัตกรรมและการเติบโตอย่างยั่งยืน” นายสุรศักดิ์ กล่าว

ในฐานะส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Full-Stack Intelligence หัวเว่ย คลาวด์ ยังได้เปิดตัวซีรีส์ C9 และ aC9 ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับยุค AI โดยเฉพาะ แพลตฟอร์มดังกล่าวได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะสูง พร้อมความยืดหยุ่นและความคุ้มค่าด้านต้นทุน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เครือข่ายความเร็วสูงระดับ 400G

หัวเว่ย คลาวด์ ระบุว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวจะช่วยให้องค์กรสามารถรองรับงานด้าน Big Data แอปพลิเคชัน AI และเวิร์กโหลดที่ต้องใช้พลังการประมวลผลสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับประสิทธิภาพของระบบเครือข่ายและการจัดเก็บข้อมูล เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจดิจิทัลในอนาคต

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมทั่วโลกที่ขับเคลื่อนโดย AI หัวเว่ย คลาวด์ เชื่อว่าโครงสร้างพื้นฐาน Cloud-Native อัจฉริยะที่ผสานความสามารถด้าน AI อย่างครบวงจร จะเป็นรากฐานสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลระลอกถัดไป ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเปิดโอกาสใหม่สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจอัจฉริยะ

เกี่ยวกับหัวเว่ยคลาวด์ ประเทศไทย

หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย เป็นผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำที่มุ่งมั่นในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศไทย ภายใต้พันธกิจ “In Thailand, For Thailand” โดยมุ่งสนับสนุนทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจในการยกระดับศักยภาพด้วยเทคโนโลยีคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์อย่างยั่งยืน

จากรายงานล่าสุดของ Gartner ระบุว่า หัวเว่ย คลาวด์ ครองอันดับ 2 ด้านรายได้ในตลาด Infrastructure as a Service (IaaS) ของประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากลูกค้าและการเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกที่มีความแข็งแกร่งในตลาดไทย

หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้ให้บริการ Public Cloud ระดับนานาชาติรายแรกที่จัดตั้ง Data Center ภายในประเทศไทย ปัจจุบันมีการดำเนินงานครอบคลุมถึง 3 Availability Zones เพื่อรองรับความเสถียรสูง ความต่อเนื่องของบริการ และประสบการณ์การใช้งานที่มีความหน่วงต่ำสำหรับลูกค้าในประเทศด้วยประสบการณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ICT กว่า 30 ปี หัวเว่ยสามารถผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ Artificial Intelligence (AI), Cloud-Native 2.0 และ Big Data เพื่อสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐมากกว่า 40 แห่ง และองค์กรธุรกิจชั้นนำจำนวนมากทั่วประเทศ หัวเว่ย คลาวด์ มุ่งสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่แข็งแกร่ง พร้อมพัฒนาทักษะบุคลากรในประเทศ เพื่อขับเคลื่อน “เศรษฐกิจดิจิทัล” ของประเทศไทย และนำเทคโนโลยี Cloud และ AI ไปสู่ทุกภาคส่วนของประเทศ เพื่ออนาคตที่เชื่อมต่อและชาญฉลาดอย่างแท้จริง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชม Huawei Cloud Thailand ได้ที่
เว็บไซต์: https://www.huaweicloud.com/intl/th-th/

ติดตามข่าวสารและอัปเดตเพิ่มเติมได้ทาง:

Facebook: https://www.facebook.com/HuaweiCloudTH YouTube: https://www.youtube.com/@HuaweiCloudAPAC

About Suphasin Sueklab

Check Also

WordPress Core พบช่องโหว่ RCE wp2shell มี Public Exploit ออกมาแล้ว แนะนำอัปเดตด่วน

มีการเผยแพร่ Public Exploit สำหรับช่องโหว่ Remote Code Execution ระดับ Critical ที่ถูกเรียกรวมกันว่า wp2shell บน WordPress Core ผู้ดูแลระบบควรทำการแพตช์ทันที

Microsoft นำ Helios แร็คสำหรับงาน AI ของ AMD มาใช้บน Azure พร้อมเปิดตัว VM ใหม่ 3 ตระกูล

Microsoft ประกาศนำ Helios ซึ่งเป็นการออกแบบแร็คสำหรับงาน AI รุ่นใหม่ของ AMD มาใช้รองรับบริการบางส่วนบน Azure พร้อมกับเปิดตัว Virtual Machine ตระกูลใหม่ 3 ตระกูลที่ทำงานบนชิปของ …