Evernote ย้ายระบบทั้งหมดขึ้น Google Cloud Platform

evernote-on-google-cloud

Evernote แพลตฟอร์มสำหรับการจด Note ชื่อดัง ตัดสินใจย้ายข้อมูลผู้ใช้งานและระบบการให้บริการทั้งหมดขึ้น Google Cloud Platform

Evernote ให้บริการระบบทั้งหมดบน Private Cloud ของตนเองมาโดยตลอด แต่ประสบปัญหาในการ Scale หรือปรับปรุงระบบต่างๆได้ช้า เนื่องจาก Evernote มีผู้ใช้งานอยู่จำนวนกว่า 200 ล้านคนและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จึงทำการทดสอบและเปรียบเทียบผู้ให้บริการ Cloud หลายเจ้าอยู่นาน ล่าสุดก็ได้ตัดสินใจที่จะย้ายระบบทั้งหมดขึ้น Google Cloud Platform โดยผู้ใช้งานจะยังคงใช้งานบริการต่างๆได้ตามปกติ แต่ Evernote จะค่อยๆ ทำการย้ายข้อมูลต่างๆ ขึ้นไปบน Cloud นอกจากนี้ Evernote ยังมั่นใจว่า Security Control ของ Google สามารถช่วยปกป้องข้อมูลของผู้ใช้งานได้ ตามกฏ Data Protection ของ Evernote สามข้อ คือ

  • Your Data is Yours
  • Your Data is Protected
  • Your Data is Portable

Google Cloud Platform จะช่วยให้ Evernote สามารถ Scale ระบบได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถยืนยันความเสถียรของระบบได้ นอกจากนี้ Evernote จะดึงเอาความสามารถของเทคโนโลยีต่างๆใน Google Cloud Platform เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบได้ เช่น นำ Deep-learning มาใช้กับระบบ Translation, Photo Management และ Voice Search

ที่ผ่านมา Google Cloud Platform มีหลายแบรนด์ให้ความสนใจมากมาย โดยมีลูกค้ารายใหญ่อยู่หลายเจ้า เช่น Spotify, Snapchat, Coca-Cola และ Phillips

ที่มา : https://blog.evernote.com/blog/2016/09/13/evernotes-future-cloud/


About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนมือใหม่ผู้หลงใหลใน Enterprise IT และซูชิ

Check Also

เริ่มต้นกับ 5G NEXTGen Platform พร้อมนำพลังแห่ง 5G สู่ทุกธุรกิจ

หากพูดถึง 5G หลายท่านคงเคยได้ใช้งานผ่านมือถือกันมาบ้างแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในมุมของฝั่ง Consumer ที่ท่านคุ้นเคยเท่านั้น แต่การนำ 5G มาใช้ในธุรกิจจริง ถึงแม้จะเป็นที่ตระหนักรับรู้ ว่า 5G มีขีดความสามารถมากมาย ที่รองรับการใช้งานเพื่อธุรกิจยุคใหม่ แต่สำหรับการนำไปใช้งานขององค์กรยังถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย …

[Guest Post] ฟอร์ติเน็ตเปิดตัวโซลูชัน Cloud native protection ปกป้องธุรกิจให้พ้นจากภัยคุกคามบนคลาวด์ พร้อมให้ใช้งานแล้วบน AWS

FortiCNP ช่วยลดความซับซ้อนในกระบวนการด้านความปลอดภัยบนคลาวด์ บริหารความเสี่ยงภัยได้เร็วขึ้น และให้การป้องกันภัยคุกคามได้เกือบเรียลไทม์ด้วยคุณสมบัติในการตรวจจับมัลแวร์ในระดับ Zero-Permission