ERP สำคัญอย่างไรในยุค Industry 5.0 [Guest Post]

ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มต้นศึกษาข้อมูล ERP หรือกำลังใช้งานอยู่ หรือกำลังพิจารณาที่จะปรับเปลี่ยนอัปเกรดระบบ ERP ใหม่ คำถามหนึ่งที่คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้คือ ทำไมต้องนำระบบ ERP เข้ามาใช้ในองค์กร การติดตั้ง ERP มีขั้นตอนอย่างไร และต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่? เป็นคำถามที่คุณจะต้องเจอในทุก ๆ สเตป ดังนั้นลองมาดูว่า ธุรกิจต้องคำนึงถึงอะไรใน การติดตั้ง ERP และมีค่าใช้จ่ายสำหรับเรื่องใดบ้าง และมีปัจจัยอะไรเกี่ยวข้อง

ทำไมต้องนำโซลูชัน ERP เข้ามาใช้ในธุรกิจ

เมื่อวันหนึ่งที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตเรามากขึ้น แน่นอนว่าองค์กรหรือธุรกิจ ยิ่งต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ เพื่อสร้างประสิทธิภาพให้ธุรกิจเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าสู่ยุค Digital Transformation และ Industry 5.0 ซึ่งเป็นยุคที่อะไรๆ ก็จะกลายเป็น Automation การนำ IoT เข้ามาใช้งาน หุ่นยนต์กำลังจะแทนที่แรงงาน และโซลูชัน ERP ซึ่งเป็นหัวใจหลัก (Core Business) ของธุรกิจ จำเป็นอย่างยิ่งที่หลายๆธุรกิจที่ต้องการเติบโต ต้องเริ่มพิจารณาและนำมาปรับใช้ เนื่องจากข้อมูลมากมายที่องค์กรมี จะรวบรวมอย่างไร และจะทำอย่างไรให้ข้อมูลของแต่ละแผนกเชื่อมต่อกัน และจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร เพื่อกำหนดกลยุทธ์และการคาดการณ์ในอนาคต เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ยุคแห่ง Big Data ข้อมูลมีแต่จะเพิ่มขึ้นๆเรื่อยๆ การที่แต่ละแผนกจะโฮสข้อมูลของตัวเอง หรือยังคงใช้ระบบการเก็บข้อมูลแบบแมลนวล เหล่านี้จะทำให้การทำงานระหว่างแผนก หรือระหว่างองค์กรมีความยาก และไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

Cloud ERP และการการติดตั้งระบบ ERP

สมัยก่อนหลายๆองค์กรมักโฮสข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ของตนเอง ซึ่งนำมาสู่ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา การพัฒนาอบรมเจ้าหน้าที่ในองค์กรสำหรับการดูแลระบบ เมื่อข้อมูลเพิ่มมากขึ้น อาจทำให้พื้นที่เก็บข้อมูลไม่เพียงพอ และปัญหาอีกมากมาย เมื่อเทคโนโลยีมีการพัฒนา การติดตั้งระบบ ERP บนคลาวด์ จึงเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องมาจาก ต้นทุนในระยะยาวในการดูแลรักษาลดลง มีผู้ให้บริการดูแลและให้บริการ แบบ 24×7 ระบบมีความปลอดภัยมากขึ้น และลดภาระเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีในการแก้ปัญหา

หลายบริษัทเลือกซื้อการสมัครใช้บริการบนระบบคลาวด์ ERP ที่จัดการโดยบริษัทผู้ให้บริการ Cloud ERP เนื่องจากปัจจุบันการบริหารข้อมูลและการเรียกดูข้อมูลบนระบบคลาวด์ ทำได้ง่าย และรวดเร็วมากขึ้น พร้อมๆไปกับมีความปลอดภัยที่มากขึ้นเช่นกัน ค่าใช้จ่ายจะมีในส่วนของการสมัครสมาชิก (Subscription) จะเป็นแบบรายเดือนหรือรายปีแล้วแต่ผู้ให้บริการ สำหรับการเข้าใช้งาน ขึ้นอยู่กับจำนวน user หรือจำนวนผู้ใช้งานที่ต้องเข้าถึงระบบ แผนการสมัครสมาชิกมักกำหนดให้บริษัทต่างๆ ต้องมีระยะเวลาสัญญาขั้นต่ำ และมีหลายระดับฟังก์ชันการใช้งานและโมดูลที่จำเป็นต้องเลือกเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของธุรกิจนั้น

ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ERP ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ การปรับใช้ การปรับแต่งตามที่องค์กรต้องการใช้งานในขอบข่ายขององค์กร (Customization) จำนวน user ที่ต้องการใช้งานมากน้อยเพียงใด เมื่อเทคโนโลยีมีการพัฒนาไปมาก เวอร์ชั่นเก่าหรือการใช้งาน ERP บนเซิร์ฟเวอร์ขององค์กร (On premise) มีข้อจำกัดมากมาย ดังนั้นการใช้งาน ERP บนระบบคลาวด์ จึงเป็นทางเลือกที่นิยมในปัจจุบัน

ต้องคำนึงถึงอะไรและต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ?

ค่าใช้จ่ายของซอฟต์แวร์ ERP แตกต่างกันไปตามปัจจัยหลายประการ และแตกต่างกันไปแล้วแต่ผู้ให้บริการอีกด้วย ค่าใช้จ่าย ERP สามารถอยู่ในช่วงใดก็ได้ตั้งแต่น้อยกว่า 3 ล้านบาท จนถึง 30 ล้านบาท ในการวางแผนงบประมาณสำหรับซอฟต์แวร์ ERP ของคุณจะต้องพิจารณาข้อกำหนดเฉพาะที่ธุรกิจของคุณต้องการ โดยพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้:

1.) ขนาดองค์กร

บริษัทขนาดเล็กอาจต้องการจำนวน user ในการใช้งานไม่มากนัก และมักจะมีการดำเนินการด้านการผลิตและซัพพลายเชนที่ขนาดเล็กกว่า ความซับซ้อนน้อยกว่าเมื่อต้องทำการย้ายระบบ แต่ถ้ายิ่งธุรกิจของคุณมีขนาดใหญ่ ความซับซ้อนมาก ค่าใช้จ่ายก็จะมากขึ้นเช่นกัน ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีการปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้น ดังนั้นบริษัทต่างๆ สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการล่วงหน้า และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้โดยการเลือกการใช้งานบนระบบคลาวด์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ฮาร์ดแวร์ และเจ้าหน้าที่ไอทีมากมายที่ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะในการดูแล

2.) ความซับซ้อนในการดำเนินการ

องค์กรขนาดใหญ่มักมีการดำเนินงานที่ซับซ้อน มีข้อมูลมากมาย และต้องเชื่อมต่อกับหลายแผนกในองค์กร การที่จะโฮสต์ซอฟต์แวร์ ERP บนเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กรอาจเพิ่มความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น หลายองค์กรจึงหันมาใช้ ERP บนระบบคลาวด์ที่มีประสิทธิภาพมากว่า

3.) คุณสมบัติที่จำเป็น

ธุรกิจบางประเภทอาจต้องการคุณสมบัติเพิ่มเติมที่จำเป็น สำหรับระบบ ERP ของตนมากกว่าบริษัทในอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่นในอุตสาหกรรมยานยนต์ อาจมีข้อกำหนดเฉพาะในการประเมินคุณภาพของการจัดการ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ต้องมีใน ERP System คุณสมบัติและบริการเพิ่มเติมเหล่านั้นอาจส่งผลให้จำเป็นต้องมีใบอนุญาตเฉพาะหรือค่า Subscription ที่สูงขึ้น

4.) การปรับแต่ง

หากธุรกิจต้องการคุณลักษณะเฉพาะแบบกำหนดเอง ที่อยู่นอกเหนือระบบพื้นฐานที่มีอยู่ หรือต้องการปรับแต่งให้ตรงกับการใช้งานแบบเฉพาะเจาะจง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการพัฒนาและดำเนินการ Customize ให้เข้ากับธุรกิจ ซึ่งการปรับแต่งที่มากเกินไป อาจนำมาสู่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ค่าบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้น และอาจจะก่อให้เกิดปัญหาในการอัปเกรดระบบในอนาคต ดังนั้นธุรกิจควรเน้นที่การเพิ่มคุณสมบัติที่ต้องการจริงๆมากกว่าการปรับเปลี่ยนรายละเอียดย่อยหลายๆผู้ให้บริการมักนำเสนอ Best Practice คือแนวทางปฎิบัติที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมนั้นเป็นหลัก แต่การเลือกซื้อโมดูลเพิ่มเติมที่จำเป็นย่อมขึ้นอยู่กับธุรกิจนั้นๆ

ในความเป็นจริงไม่สามารถตอบได้ชัดเจนเกี่ยวกับงบประมาณค่าใช้จ่ายของ ERP แบบเฉพาะเจาะจง หากไม่ได้มีการประเมินสถานการณ์และความต้องการเฉพาะของบริษัทนั้นๆ โดยปกติแล้ว เมื่อคุณติดต่อ ผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ ผู้ให้บริการจะมีการสอบถามสิ่งที่คุณต้องการ (Requirements) ประเมินจุดแข็งจุดอ่อนที่คุณมี ฟังก์ชั่นการใช้งาน รูปแบบธุรกิจ และจำนวนผู้ใช้งาน (User) ที่คุณต้องการ เพราะ ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับจำนวน Users และการ Implementation ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการเลือกใช้งาน ERP ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ ในตลาดมีผู้ให้บริการมากมาย จำเป็นที่จะต้องเลือกผู้ให้บริการ ERP ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจ และอุตสาหกรรมนั้นๆ โดยเฉพาะ อย่างเช่น หากองค์กรของคุณเป็น SME คุณอาจจะต้องมองหา ERP ขนาดเล็กและเหมาะกับ SME เพราะฟังก์ชั่นการใช้งานจะมีเท่าที่จำเป็นต่อธุรกิจ หรือ หากคุณเป็นโรงงานหรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องเลือกผู้ให้บริการ ERP ที่เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมผลิต หรือ โรงงาน โดยเฉพาะ เพื่อจะได้เข้าใจกระบวนการในโรงงาน เพราะฟังก์ชั่นการใช้งานที่ถูกออกแบบมาจะเหมาะต่อกระบวนการผลิต สินค้าคงคลัง  และอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับโรงงาน

ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่ QAD มีมายาวนาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมผลิต หรือโรงงาน จากที่ได้รับการจัดอันดับ 1 ใน 10 ผู้ให้บริการ ERP ที่ดีที่สุดทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานบนระบบคลาวด์ ซึ่งสามารถทำให้กระบวนการติดตั้ง และใช้งานระบบ ERP เป็นไปได้อย่างราบรื่น สร้างการเป็น Digital Transformation เพื่อให้คุณกลายเป็น Digital Manufacturing อย่างแท้จริง เพราะตลาดในปัจจุบันการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น สถานกาณ์ต่างๆเข้ามาดิสรัป มากขึ้น การสร้างความได้เปรียบ นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ คือสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจของคุณสำเร็จเหนือคู่แข่งให้ได้มากที่สุด และปรับปรุงระบบการดำเนินงานของคุณให้คล่องตัวเพื่อสร้าง ROI สูงสุดให้กับองค์กรของคุณ

เราพร้อมให้คำปรึกษา ทุกอุตสาหกรรมผลิตในประเทศไทย ติดต่อเจ้าหน้าฝ่ายการตลาดโดยตรงได้ที่ 02-202 9363 หรือกรอกข้อมูลเพื่อให้เราติดต่อกลับ  ทางลัดติดต่อคิวเอดี

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ QAD Adaptive ERP และโซลูชั่นอื่นๆ ในระบบคลาวด์ จาก https://www.qad.com/th-TH/ เราจะทำให้การอัปเกรด ERP ของคุณง่ายขึ้นและช่วยให้คุณก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ QAD (ประเทศไทย)  : CW Tower A ชั้น 23 ถ.รัชดาภิเษก ห้วยขวาง กรุงเทพ 10310

ผู้เขียน : จีรชญา อัคนิพัชร, ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทคิวเอดี (ประเทศไทย) จำกัด


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Zebra Technologies เปิดตัว Advanced Tier ของโปรแกรม Machine Vision Specialization

Zebra Technologies ได้เปิดตัวโปรแกรม Advanced Tier ใหม่ของโปรแกรม Machine Vision Specialization สำหรับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญด้านระบบ Industrial Automation และ Machine Vision …

‘อโยเดีย’ คว้ามาตรฐาน CMMI ML3 ก้าวสู่บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เติบโตอย่างยั่งยืน [Guest Post]

คุณอานนท์ ตั้งสถิตพร กรรมการผู้จัดการใหญ่, คุณจักรพงศ์ นาคเดช รองกรรมการผู้จัดการ และคุณเตวิช ตั้งสถิตพร รองกรรมการผู้จัดการ 3 ผู้ก่อตั้งบริษัท อโยเดีย จำกัด (AYODIA CO.,LTD.) …