DHS ออกคำสั่ง! หน่วยงานรัฐในสหรัฐอเมริกาต้องอัปเดต Patch อุดช่องโหว่ภายใน 15 วันหลังมีการค้นพบ

หลังจากที่หน่วยงานรัฐในสหรัฐอเมริกาตกเป็นเหยื่อของการโจมตีเจาะช่องโหว่มาอย่างต่อเนื่อง ในที่สุด Department of Homeland Security หรือ DHS ก็ได้มีการออกคำสั่งให้หน่วยงานรัฐทั้งหมดต้องอัปเดต Patch อุดช่องโหว่ความรุนแรงระดับสูงสุดหรือ Critical ภายใน 15 วันหลังจากที่มีการค้นพบ ลดลงจากระยะเวลาเดิมที่เคยกำหนดเอาไว้ที่ 30 วัน และสำหรับช่องโหว่ที่มีความรุนแรงระดับสูงหรือ High นั้น ก็ถูกบังคับให้ต้องอัปเดต Patch อุดช่องโหว่ภายใน 30 วันด้วย

Credit: ShutterStock.com

การเริ่มต้นนับว่าช่องโหว่ใดๆ นั้นถูกค้นพบเมื่อไหร่ จะถูกนับจากผลการค้นหารวบรวมช่องโหว่ของ CISA Cyber Hygiene ที่จะทำการตรวจสอบทุกๆ สัปดาห์เป็นหลัก ไม่ได้นับจากการที่หน่วยงานนั้นๆ ได้รับรายงานถึงช่องโหว่ โดยทาง CISA จะทำการส่งมอบรายงานให้กับแต่ละหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงช่องโหว่และระดับความรุนแรงจาก CVSSv2 เป็นหลัก

มาตรการนี้ถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อช่วยลดโอกาสที่หน่วยงานภาครัฐของสหรัฐอเมริกาซึ่งมีจำนวนมหาศาลทั่วประเทศนั้นจะถูกโจมตีโดยอาศัยช่องโหว่ซึ่งเป็นที่รู้จักลง โดยหน่วยงานใดที่ไม่สามารถทำการอุดช่องโหว่ของตนเองได้ในระยะเวลาที่กำหนด ทาง CISA ก็จะติดต่อเข้าไปแจ้งเตือนอีกครั้งและให้เส้นตายในการจัดการปัญหาดังกล่าวให้จบเป็นเวลา 3 วัน

ที่มา: https://thehackernews.com/2019/05/dhs-patch-vulnerabilities.html



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Cisco แพตช์ช่องโหว่ร้ายแรงใน Firepower Management และผลิตภัณฑ์อื่นกว่า 26 รายการแนะผู้ใช้เร่งอัปเดต

Cisco ได้ประกาศ Advisory สำหรับช่องโหว่ต่างๆ กว่า 27 รายการ โดยมีช่องโหว่ร้ายแรง 1 รายการกระทบกับซอฟต์แวร์ Firepower Management Center จึงแนะนำให้ผู้ใช้งานเร่งอัปเดตครับ

Microsoft ประกาศเหตุคอนฟิค Rule ผิด เปิดเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้กว่า 250 ล้านรายการ

Microsoft ได้ประกาศถึงเหตุการความผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจสาเหตุจากการคอนฟิค Security Rule ของ Azure ที่เกี่ยวข้องกับเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูล Customer Support ส่งผลให้ข้อมูลกว่า 250 ล้านรายการสามารถถูกเข้าถึงได้ แต่ยังไม่มีรายงานพบการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ไม่ดี