[PR] กพร. หนุนธุรกิจไทยลดค่าใช้จ่ายด้วยการจัดการโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ ชู ดานิลี่ ต้นแบบด้านการจัดการโลจิสติกส์ พร้อมคว้ารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นปี 58

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ โดย สำนักโลจิสติกส์ เดินเครื่องต่อเนื่องสนับสนุนผู้ประกอบการไทยจัดการโลจิสติกส์ซัพพลายเชน ด้าน “ดานิลี่” ผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมผลิตเหล็ก โดดเด่นด้วยการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพ และการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนองค์กรและลดต้นทุนการผลิต พร้อมคว้ารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประจำปี 2558 ประเภทการจัดการโลจิสติกส์

นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ( กพร. ) กล่าวว่า การจัดการโลจิสติกส์เป็นกระบวนการวางแผนการดำเนินงานและการควบคุมการเคลื่อนไหว และจัดเก็บของสินค้าบริการ และข้อมูลสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ตั้งแต่แหล่งผลิตไปสู่การบริโภคเพื่อตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้า ดังนั้นการมีระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ดังนั้นองค์กรที่มีการวางแผนและกลยุทธ์ที่ดีตลอดจนสามารถถ่ายทอดลงไปสู่การปฏิบัติ ประยุกต์ใช้ในการจัดการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนอย่างสอดคล้องและเหมาะสม จะทำให้สามารถลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กร สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า ล่าสุดสำนักโลจิสติกส์ในฐานะแม่งานคัดเลือกผู้ประกอบเข้ารับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประจำปี 2558 ประเภทการจัดการโลจิสติกส์ โดยทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบรางวัลนี้ ให้แก่บริษัท ดานิลี่ จำกัด ซึ่งเป็นองค์กรที่มีการจัดการด้านโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ และสามารถเป็นต้นแบบให้กับองค์กรอื่น ๆ นำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานได้

danieli-boonnarg-anong

ดร. บุญนาค โมกข์มงคลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดานิลี่ จำกัด ผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมผลิตเหล็ก กล่าวว่า ทางบริษัทฯ นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประจำปี 2558 ประเภทการจัดการโลจิสติกส์ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจที่บริษัทฯ มีการบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพสร้างความมั่นให้แก่ลูกค้าที่จะทำให้เราสามารถส่งมอบงานได้ตรงเวลา เพราะมีระบบการบริหารจัดการตั้งแต่การวางแผนก่อนการผลิตจนถึงการส่งมอบงานได้ตามกำหนด

danieli-boonnarg-mockmongkonkul2

ดันไทยสู่ฮับการออกแบบและผลิตเครื่องจักรใหญ่

ดานิลี่ ประเทศไทย ถือเป็นศูนย์กลางการออกแบบด้านวิศวกรรมและผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกของ ดานิลี่กรุ๊ปและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังมีการส่งมอบสินค้าบริการที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะแถบตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ในปัจจุบัน เนื่องจากประเทศไทยมีความได้เปรียบในด้านภูมิศาสตร์ใกล้กับสนามบินนานาชาติ 2 แห่ง และท่าเรือน้ำลึก 3 แห่ง มีระบบการขนส่งต่าง ๆ ที่สามารถเชื่อมโยงกันทั้งหมด ถือเป็นข้อดีในการขนส่งและซัพพลายเชน รวมถึงยังเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ การเรียนรู้ ที่ได้รับการรับรองคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากบริษัทแม่อีกด้วย

“ดานิลี่ ประเทศไทยวางเป้าหมายในการให้บริการแบบบริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ ( One stop service ) ซึ่งมีการย้ายทีมวิศวกรจากต่างประเทศ โดยมุ่งหวังให้ไทยเป็นศูนย์การค้าระหว่างประเทศ( International Trade Center ) ของดานิลี่กรุ๊ป ที่จะดำเนินการสั่งซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ เป็นล็อตใหญ่แล้วส่งกระจายไปยังดานิลี่ในประเทศอื่น ๆ เนื่องจากในแต่ละปีเรามีการจัดซื้อวัตถุดิบในการผลิตงานจำนวนมาก หากเราสามารถจัดซื้อจุดเดียวจะช่วยในเรื่องต้นทุนได้”

 “ดานิลี่” เปิดตลาดใหม่รับเศรษฐกิจผันผวน

ปัจจุบันธุรกิจแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ซึ่งประกอบด้วย การออกแบบและผลิต ( Technological Provider ) ถือเป็นธุรกิจหลักมีสัดส่วนประมาณ 70% กลุ่มที่สองผลิตภัณฑ์ระบบใหญ่ ( System Product Line ) เป็นส่วนของระบบและอุปกรณ์ไฮดรอลิคสำหรับในอุตสาหกรรมหนักที่มีขนาดใหญ่ เครนชนิดพิเศษที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมผลิตเหล็ก รวมถึงเครนขนาดใหญ่สำหรับท่าเรือโดยคิดเป็น 20% และกลุ่มที่สามการให้บริการ ( Services ) เป็นการซ่อมบำรุง ( Maintenance ) แก้ปัญหาด้านระบบต่าง ๆ ให้กับลูกค้า มีสัดส่วนประมาณ 10% ซึ่งในกลุ่มสุดท้ายจะมุ่งเน้นที่ฐานลูกค้าเดิมในภูมิภาคเป็นหลัก และมีลูกค้าใหม่ด้วย อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจหลักมีการเปิดตลาดใหม่ ๆ โดยเจาะไปที่ประเทศเกิดใหม่ อาทิ อเมริกาใต้ แอฟริกา ซึ่งเป็นโรงเหล็กขนาดเล็ก มีกำลังการผลิตไม่สูงมาก ตั้งโรงงานขึ้นเพื่อผลิตเหล็กใช้เองและลดการนำเข้าจากต่างประเทศ แต่เดิมประเทศดังกล่าวนำเข้า 100 % สำหรับการวางแผนรับมือกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีความผันผวน ดานิลี่มีฝ่ายติดตามข้อมูลความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจแต่ละภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

“ขณะนี้ดานิลี่มีลูกค้าจำนวนมาก หากคิดจากกำลังการผลิตเหล็กที่เป็นของบริษัทลูกค้าทั้งหมด มีประมาณ 1 แสนตันต่อปี โดยบริษัททำหน้าที่ตั้งแต่ออกแบบโรงงานเครื่องจักร และเป็นที่ปรึกษาให้ลูกค้าด้วย อีกทั้งบริษัทฯ ได้ขยายการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้รับงานสร้างโรงงานเหล็กครบวงจรให้กับประเทศเมียนมาร์ เวียดนาม อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซียแล้ว ที่ผ่านมา ดานิลี่มีรายได้เฉลี่ยปีละประมาณ 20,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 10% คาดว่าปี 2558 จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

ชู IT บริหารจัดการ ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพงาน

ในการบริหารจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ( Logistics and Supply Chain ) ดานิลี่เน้นการนำระบบสารสนเทศ หรือ ไอทีเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการซึ่งเรียกหน่วยงานนี้ว่า SOIT Application Architecture ( Strategic Organization Information Technology ) โดยพัฒนาตั้งแต่ซอฟต์แวร์การจัดการ รวมถึง Corporation Dashboard ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังทุกกลุ่มของดานิลี่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายจัดซื้อ คลังสินค้า การขาย การผลิต วิศวกรรม การบริหารจัดการโครงการ การขนส่ง โลจิสติกส์ การนำเข้า-ส่งออก และฝ่ายบริการหลังการขาย เป็นต้น นอกจากนี้กระบวนการสนับสนุนการทำงานของบริษัทฯ ได้นำไอซีที ( Information Communication Technology ) เข้ามาใช้ในบริหารจัดการด้านการควบคุมคุณภาพ การบริหารการเงิน การควบคุมส่วนงานต่าง ๆ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ การควบคุมและสั่งการ ( Dashboard ) และข้อมูลเทคโนโลยีการสื่อสารทั้งหมด

“ดานิลี่ใช้ไอทีเข้ามาบริหารจัดการตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อ การจัดการคลังสินค้า ที่สามารถตรวจสอบและวางแผนเพื่อผลิตงานส่งลูกค้าได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งทุก ๆ ส่วนงานมีไอทีในการควบคุม ด้วยความที่งานของเราทำแบบตามคำสั่งซื้อ แต่อีกหนึ่งอุปสรรคก็คือซัพพลายเออร์ ซึ่งเราจะจัดการอย่างไรให้ระบบต่าง ๆ มารองรับกับระบบของดานิลี่ให้ได้ สำหรับซัพพลายเออร์รายใหญ่ ๆ มีระบบดังกล่าว แต่รายเล็ก ๆ ไม่มี ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าหากเรามีระบบการจัดการส่วนนี้ได้ดีจะช่วยควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายได้”

ใช้ KPI ควบคุมโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

สำหรับตัวชี้วัดด้านโลจิสติกส์ ( KPI ) โดย คุณสุรพล นิลบน ผู้อำนวยการฝ่ายโลจิสติกส์ ได้ชี้แจงว่า มี 4 ส่วนหลักด้วยกัน ซึ่งได้แก่ (1) การจัดส่งสินค้าในเวลาที่กำหนดทั้งลูกค้าภายในองค์กรและภายนอก ( ลูกค้าสุดท้าย ) (2) การลดต้นทุนด้านการจัดการโลจิสติกส์ ( ด้านการขนส่งทางทะเลและทางอากาศ ) (3) การเพิ่มประสิทธิภาพของการบรรจุ ทั้งบรรจุภัณฑ์และการบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ รวมไปถึงการขยายศูนย์รวมและเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ด้านการนำเข้าและส่งออก ( Logistics platform หรือ Hub ในแต่ละประเทศที่เป็นศูนย์กระจายสินค้า ) และ (4) ความพึงพอใจของลูกค้าในด้านการให้บริการด้านโลจิสติกส์ ซึ่งในส่วนนี้มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงตั้งแต่ดานิลี่ทำสัญญารับงานจากลูกค้าที่มีกำหนดระยะเวลาดำเนินงานเป็นตัวกำกับ และลักษณะโครงการเป็นการผลิตตามคำสั่งซื้อ ( Made to Order ) ซึ่งในแต่ละโปรเจคงานมีอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนมากมาย นับพัน นับหมื่นชิ้น หรือตามมาตรฐานการประกอบ ( BOM ) ก่อนนำไปประกอบเป็นเครื่องจักรหรือโรงงานให้ลูกค้า

ดร. บุญนาค กล่าวเสริมว่า ดังนั้นกระบวนการทำงานทุกขั้นตอนใช้คนเพียงอย่างเดียวทำทั้งหมดไม่ได้ จึงนำระบบไอทีมาเป็นเครื่องมือช่วย เริ่มตั้งแต่ฝ่ายออกแบบ ฝ่ายจัดซื้อตรวจสอบสินค้าว่ามีชิ้นส่วนวัสดุเพียงพอกับการผลิต ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายวางแผนการผลิต ฝ่ายส่งมอบ เมื่อผลิตประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ และทำการทดสอบแล้ว ในแต่ละชิ้นส่วนหลังถอดเพื่อการส่งมอบ ก็จะมีบาร์โค้ดกำกับซึ่งทำให้วิศวกรหน้างานสามารถตรวจสอบได้เมื่อถึงสถานที่ติดตั้ง จะเห็นได้ว่าหลังผลิตแล้วสามารถจัดส่งให้ลูกค้าตามเวลาที่กำหนด ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนในระบบซึ่งมีการเชื่อมโยงกับโลจิสติกส์และซัพพลายเชนเป็นอย่างดี ทั้งนี้ในแต่ละส่วนงานหรือแต่ละฝ่ายก็จะมีดัชนีชี้วัด ( KPI ) ควบคุม และหนึ่งในนั้นก็จะมี On Time Delivery เพื่อควบคุมขั้นตอนการผลิตเพราะจะส่งผลถึงต้นทุนและค่าใช้จ่าย ซึ่งบริษัทฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากกำไรเฉลี่ยต่อโครงการฯประมาณ 10-15% หากการบริหารจัดการไม่มีประสิทธิภาพจะกระทบถึงส่วนนี้

danieli-boonnarg-mockmongkonkul

ในแต่ละปีบริษัทฯ มีการตั้งเป้าหมายในการควบคุมการต้นทุนตั้งแต่การจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบ กว่า 70% นับเป็นต้นทุนหลักของการผลิต ดังนั้นเราต้องหาวิธีการควบคุมตั้งแต่หาแหล่งซื้อวัตถุดิบที่มีคุณภาพและราคาสามารถรับได้ สร้างพันธมิตรและคู่ค้า ( Business Partner ) ระบบไอทีที่สนับสนุนการจัดซื้อมีการจัดเก็บข้อมูลการจัดซื้อในอดีต ซึ่งสามารถเช็คได้ว่าแหล่งจัดซื้อของแต่ละประเทศราคาเท่าไหร่ เป็นต้น ดังนั้นการควบคุมโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่ดี รวมกับตัวชี้วัดจากส่วนต่าง ๆ มาปรับใช้ส่งผลให้ในภาพรวมต้นทุนการผลิตลดลง 6% จากเดิมตั้งไว้ 5% ในปีที่แล้ว ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าวเทียบกับธุรกิจดานิลี่ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากเนื่องจากมูลค่าโครงการมีตั้งแต่ 100-10,000 ล้านบาท

“หลายองค์กรมีการพัฒนาศักยภาพ คุณภาพด้านต่าง ๆ มากมายทั้งความปลอดภัย ไม่ก่อมลพิษ ล้วนแต่เป็นพื้นฐานที่โรงงานอุตสาหกรรมต้องปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ในด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนไม่ได้มาโฟกัสกันเพราะมองว่าสามารถใช้บริการเอาท์ซอร์ตได้ ดานิลี่ไม่ใช่เป็นผู้ประกอบด้านโลจิสติกส์แต่เราให้ความสำคัญส่วนนี้เพราะมีความเกี่ยวเนื่องทั้งกระบวนการจนถึงวันส่งมอบงานให้ลูกค้า การได้รับรางวัลในครั้งนี้ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานให้ได้คุณภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเห็นว่าการที่มีหน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรที่ประกันคุณภาพต่าง ๆ ได้เข้ามาดูแล ตรวจสอบกระบวนการทำงานของดานิลี่นั้นเป็นสิ่งที่ดี เสมือนการตรวจสุขภาพประจำปีของร่างกายมนุษย์ ซึ่งจะทำให้ทราบถึงจุดดีจุดบกพร่องเพื่อนำมาแก้ไขแล้วทำให้งานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากและมีความยินดีที่จะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านการบริหารจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ให้กับผู้ประกอบการ เป็นวิทยาทานในการประยุกต์ใช้กับองค์กรต่าง ๆ ” ดร. บุญนาค กล่าวว่า

นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ กล่าวปิดท้ายว่า นอกจากนี้ทางสำนักโลจิสติกส์ได้มอบสิทธิพิเศษในการสนับสนุน ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบที่สมัครเข้าร่วมโครงการดังกล่าว อาทิเช่น การเข้าร่วมอบรมสัมมนาโครงการพัฒนาบริการโลจิสติกส์ การรับคำปรึกษาจากนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ คู่มือในการบริหารจัดการด้านโซอุปทานและโลจิสติกส์ เป็นต้น

 

เกี่ยวกับบริษัท ดานิลี่ จำกัด

เริ่มก่อตั้งในปี 2548 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ดานิลี่กรุ๊ป ประเทศอิตาลี เป็นผู้ดำเนินธุรกิจประเภทการผลิตเครื่องจักรและชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมผลิตเหล็ก ซึ่งเป็นรายใหญ่อันดับสามของโลก เป็นผู้นำด้านการผลิต เครื่องจักรอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมผลิตเหล็กที่ล้ำสมัย ตั้งแต่กระบวนการเตรียมสินแร่เหล็ก ถลุง หลอม หล่อ รีดร้อน รีดเย็น เคลือบสี เหล็กรูปพรรณชนิดทรงยาวและทรงแบน รูปพรรณชนิดแผ่นเรียบ และระบบไฮดรอลิกสำหรับอุตสาหกรรมหนักต่าง ๆ วิจัยและพัฒนาซอฟแวร์ควบคุมการผลิตหรือระบบออโตเมชั่น ประกอบติดตั้ง และทดสอบจนเสร็จสมบูรณ์ รวมถึงยังออกแบบและผลิต เครื่องจักรและอุปกรณ์ให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ, เคมีและปิโตiเคมี เช่น ถังแรงดันสูง ด้วยประสบการณ์กว่า 100 ปี

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ข้อมูลลับองค์กรธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง: แคสเปอร์สกี้รายงานการโจมตีด้วยสปายแวร์เพิ่มขึ้น 18% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [PR]

การโจมตีด้วยสปายแวร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ตามรายงานของแคสเปอร์สกี้ บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลระดับโลก

การนำ AI PC มาใช้เติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรต่าง ๆ เตรียมพร้อมรับมือ Agentic AI ตามรายงานของ IDC [PR]

เมื่อองค์กรต่างๆ ก้าวข้ามจากการทดลองใช้ AI ไปสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง การนำ AI มาใช้จึงเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งกำลังพลิกโฉมแนวทางที่องค์กรจัดการกับโครงสร้างพื้นฐาน และเปิดทางให้เกิดเวิร์กโฟลว์อัจฉริยะแบบเรียลไทม์มากขึ้น ตามรายงานวิจัยฉบับล่าสุดของ IDC ที่ได้รับการสนับสนุนโดย AMD ระบุว่า องค์กรกว่า …