สรุปงานสัมมนา Cloud HM x VMware “It’s a Cloud Native Day”

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา Cloud HM ผู้ให้บริการคลาวด์ได้จับมือกับ VMware จัดงานสัมมนาครั้งใหญ่ขึ้นภายใต้หัวข้อ “IT’S A CLOUD NATIVE DAY” เพื่อชี้ให้ธุรกิจเห็นถึงแนวคิดของ Cloud Native และวิธีการพลิกโฉมแอปพลิเคชันระดับองค์กรให้ทันสมัย

โดยในครั้งนี้ VMware ได้นำบริการที่ชื่อว่า VMware Tanzu มาเปิดให้เห็นถึงแนวคิดเบื้องหลังว่าจะสามารถช่วยยกระดับแอปพลิเคชันแบบเก่าสู่ Cloud Native ได้อย่างไร และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น อนึ่งแม้ VMware Tanzu จะสามารถแก้ปัญหาความซับซ้อนยุ่งยากได้เป็นอย่างดี แต่การผนึกกำลังกับ Cloud HM จะช่วยนำเสนอให้เกิดโมเดลการให้บริการอย่างครบวงจร ซึ่งในการบรรยายครั้งนี้ท่านจะได้รับทราบสาระประโยชน์เหล่านั้น ทีมงาน TechTalkThai ได้รวบรวมประเด็นสำคัญของงานครั้งนี้มาให้ผู้อ่านทุกท่านได้ติดตามกันอีกครั้งครับ

คุณเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการบริษัท VMware ประเทศไทย

Cloud Native Everyday เมื่อทุกวันของเราอยู่กับ Cloud Native” คำพูดของคุณเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการบริษัท VMware ประเทศไทย ได้ทำให้เราฉุกคิดว่าปัจจุบันนี้เราทุกคนกลายเป็นส่วนหนึ่งในระบบคลาวด์ อย่างน้อยที่สุดแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้นำข้อมูลของเราไปวิเคราะห์แทบทั้งหมดบนคลาวด์ สำหรับประเทศไทยเองในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาแม้แต่ภาครัฐเองก็มีความเชื่อมั่นในด้านคลาวด์มากยิ่งขึ้น ซึ่งมีการพัฒนาแอปที่ให้บริการผ่านคลาวด์เพื่อรองรับการใช้งานอย่างหนาแน่น ในฝั่งภาคเอกชนเองที่ได้ล่วงหน้าเข้าใจถึงพลังของคลาวด์มาก่อนหน้าแล้ว แต่หลายแห่งก็ยังติดขัดกับการย้ายแอปของตนขึ้นสู่คลาวด์ในทางปฏิบัติ

โดยคุณเอกภาวิน ได้ชี้ให้ผู้ชมเห็นถึง 4 ปัญหาของการเข้าสู่คลาวด์คือ

  • คุมให้อยู่ – เมื่อใช้งานคลาวด์ไประยะหนึ่ง ข้อมูลและ Workload จะเริ่มเพิ่มมากขึ้น ทำให้การตัดสินใจยกเลิกหรือย้ายข้อมูลข้ามกันมีอุปสรรคเนื่องจากมีค่าบริการในการถ่ายโอนข้อมูล อีกทั้งด้วยเครื่องมือปฏิบัติงานที่ต่างกัน ทำให้การบริหารจัดการค่อนข้างยาก
  • มองให้เห็น – เมื่อมีการใช้งานคลาวด์ปะปนกัน หลายองค์กรมักขาดความสามารถในการติดตามทรัพยากรว่ามีอะไรใช้อยู่บ้าง ยิ่งถ้าไอทีไม่ได้เป็นคนดูแลค่าใช้จ่าย การตอบคำถามว่าทรัพยากรนั้นเกิดขึ้นเพื่ออะไร จะปรับลดหรือเพิ่มได้หรือไม่เป็นปัญหาที่ตอบได้ยาก ไม่นับประเด็นเรื่อง Security ที่ตามมา
  • ใช้ให้เป็น – เมื่อเครื่องมือควบคุมต่างกันทักษะก็ต่างไปด้วย บางทีผู้ให้บริการเชื้อเชิญว่าใช้ง่ายแต่เอาเข้าจริงก็ไม่ตอบโจทย์อย่างสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้ต้องพิจารณาว่าคลาวด์ที่จะไปนั้นเข้ากับระบบเดิมได้ไหม หรือหากจะพัฒนาเพิ่มเองต้องทำอย่างไร
  • ปกป้องให้ได้ – เมื่อ Workload กระจัดกระจายอย่างไร้ขีดจำกัด ปัญหาใหญ่คือไอทีจะปกป้องทรัพยากรนี้ได้อย่างไร เราแทบไม่รู้เลยว่าพนักงานทำงานจากที่ไหน แล้วจะประยุกต์ใช้ Zero Trust ได้อย่างไร ต้องยอมรับว่าประเด็นด้าน Security ไม่มีใครการันตีได้ 100% ดังนั้นคำถามคือเมื่อเกิดปัญหาแล้วจะแก้ไขยังไงให้เร็วที่สุด
คุณณพัชร อัมพุช กรรมการผู้จัดการของ Cloud HM

ในส่วนที่สองนี้คุณณพัชร อัมพุช กรรมการผู้จัดการของ Cloud HM ได้มาเล่าให้ฟังถึงภาพของ Cloud ผ่านมุมมองของ Cloud HM ในฐานะผู้เชี่ยวชาญและผู้ให้บริการคลาวด์ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 1,000 รายในประเทศไทย โดยแพลตฟอร์มหลักที่ Cloud HM เลือกใช้ก็คือเทคโนโลยีจาก VMware นั่นเอง ทั้งนี้ Cloud HM นำเสนอบริการเพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจประกอบด้วย Virtual Desktop Infrastructure (VDI), Backup as a Service, DR as a Service, Object Storage as a Service และ Kubernetes as a Service ที่จะมาขยายความในหัวข้อถัดไป นอกจากบริการคลาวด์ในประเทศแล้ว Cloud HM ยังสามารถนำเสนอบริการ Public Cloud อื่นจากต่างประเทศได้ทั้ง AWS, Google Cloud, Azure และ Alibaba

ด้วยความกว้างขวางที่กล่าวมานั้น Cloud HM พบว่าปัจจุบันแทบทุกองค์กรต่างมีการใช้บริการคลาวด์แล้ว แต่หลายองค์กรยังไปไม่ถึงคอนเซปต์ที่จะสามารถก้าวสู่สิ่งที่เรียกว่า Cloud Native หรือการพัฒนาแอปบนคลาวด์ ซึ่งเรื่องนี้เป็นกระแสที่ Cloud HM มองเห็นว่าลูกค้าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะช่วยแก้ปัญหาเรื่องของการขยายตัว (Scalable) ป้องกันการกีดกันแพลตฟอร์ม (Vendor Lock) และทำให้องค์กรพัฒนาแอปตลอดเวลาเมื่อเป็น Microservices

ทั้งนี้การย้ายแอปเดิมสู่ Cloud Native นั้นมีวิธีการย้ายได้หลายรูปแบบทั้ง Life & Shift, Refactor และยกเลิกแอปเก่าโดยสมบูรณ์ (Retire) ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะเปิดประตูสู่นิยามใหม่คงหนีไม่พ้น Kubernetes ที่เป็นโอเพ่นซอร์สแต่ปัญหาที่ตามมาคือหากองค์กรไม่ได้มีทีมไอทีขนาดใหญ่หรือเชี่ยวชาญมากพอจะดูแลเรื่องเหล่านี้อย่างไร ด้วยเหตุนี้ VMware จึงได้นำ Kubernetes ไปพัฒนาและให้บริการต่อภายใต้ชื่อ VMware Tanzu ที่มาพร้อมโซลูชันอำนวยความสะดวกอื่นอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Networking, Storage, Monitoring และ backup เป็นต้น ในมุมของ Cloud HM ได้นำความเชี่ยวชาญของตนกับ VMware ได้อาสาเข้ามาให้คำปรึกษาองค์กรตั้งแต่การ วางแผน ออกแบบ หรือร่วมพัฒนาร่วมกันกับลูกค้า ขอเพียงแค่ “You name it. We know it”

คุณชาลี คัมพีรภาพ วิศวกรสถาปัตยกรรมของ VMware ประเทศไทย

กรุยทางสู่แอปพลิเคชันสมัยใหม่บนระบบ Kubernetes ไปกับ VMware Tanzu ในช่วงนี้คุณชาลี คัมพีรภาพ วิศวกรสถาปัตยกรรมของ VMware ประเทศไทยได้มาบรรยายเจาะลงไปกับตัวโซลูชัน VMware Tanzu โดยภายใต้มีเครื่องมือย่อยแตกแขนงออกไปกว่า 15 รายการ ทั้งนี้ VMware ได้เข้าใจถึงความท้าทายที่องค์กรต้องเผชิญกับแอปพลิเคชันสมัยใหม่ดังนี้

  • เมื่อใช้งาน Kubernetes ไปสักพักใหญ่และ Infrastructure มีความหลากหลาย การมอนิเตอร์จะเริ่มยุ่งยากเพราะทีมงานไม่สามารถมองเห็นถึงภายในได้
  • การทำ Automation ไม่สมบูรณ์เนื่องจากแต่ละผู้ให้บริการก็มีวิธีการของตัวเอง แม้ขึ้นชื่อว่าสร้างจาก Kubernetes เป็นแกนหลักเหมือนกันแต่ในทางปฏิบัติมักมีวิธีการต่างกันอยู่เสมอ
  • จะเห็นได้ว่าซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สก็มักมีช่องโหว่เกิดเป็นประจำขึ้นเช่นกัน ดังนั้นทำอย่างไรที่ทีมงาน Security จะแพตช์ระบบให้ทัน
  • ฝั่งนักพัฒนามีซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องมากมาย เช่น Serverless, Git, Docker และอื่นๆ ซึ่งด้วยความที่เมื่อแอปโตได้เร็ว ทีม Security และ Operation ก็ต้องเดินทางไปพร้อมกันให้ได้ ด้วยเหตุนี้เอง VMware จึงได้มีเครื่องมือหลายชิ้นส่วนประกอบกันภายใต้ VMware Tanzu

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเมื่อพูดถึงการย้ายแอปพลิเคชันหนึ่งกลายเป็นแอปพลิเคชันสมัยใหม่ (Modernize Application) บน Cloud Native นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของ VMware Tanzu ที่ได้รวบรวมเครื่องมือต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น Tanzu Application Platform จะประกอบด้วยเครื่องมือครบวงจรสำหรับการพัฒนาตั้งแต่การเขียนโค้ดไปจนถึงการ Deploy บนระบบ Kubernetes และเชื่อมต่อกับเครื่องมือสำหรับการทำ Day2 Operation กล่าวได้ว่าองค์กรจะได้รับการดูแลตั้งแต่เริ่มจนจบกระบวนการเปลี่ยนผ่านแอปได้จาก VMware

อย่างไรก็ดีอีกหนึ่งวัตถุประสงค์ของ VMware ก็คือขจัดปัญหาความซับซ้อน ทำให้ผู้ใช้สามารถคอนฟิคระบบได้ด้วยเครื่องมือเดียวกันไม่ว่าจะเป็น Kubernetes ของ GKE, AKE, AKS หรือ Tanzu เครื่องมือ Tanzu Kubernetes Grid ก็จะเข้ามาจัดการเรื่องเหล่านี้ให้ควบคุมทุกอย่างได้จากหน้าจอเดียว ทั้งนี้ Cloud HM เองจะมีหน้าที่หลักคือการบริหารจัดการส่วน Control ให้ผู้ใช้งาน โดยท่านจะสามารถโฟกัสแค่ทรัพยากรที่จำเป็นเบื้องล่างได้อย่างแท้จริง

คุณอาทิตย์ อุ่นแก้ว หัวหน้าฝ่าย DevOps ของ Cloud HM

ในหัวข้อถัดมาคุณอาทิตย์ อุ่นแก้ว หัวหน้าฝ่าย DevOps ของ Cloud HM ได้มาบรรยายถึงสิ่งที่องค์กรต้องเตรียมตัวเพื่อย้ายสู่แอปพลิเคชันสมัยใหม่ โดยแนวคิดหลัก ๆ ของการเป็น Microservices หมายถึงการแบ่งส่วนแอปพลิเคชันเป็นส่วนบริการย่อย ๆ (Services) ให้คุยกันผ่าน API และมีฐานข้อมูลของตัวเอง ซึ่งการทำเช่นทำให้เกิดความอิสระต่อการพัฒนาแอป บริหารจัดการ แม้จะเกิดความล้มเหลวก็ไม่กระทบกัน เลือกใช้ภาษาหรือ Framework ในการพัฒนาแต่ละส่วนได้อิสระ รวมถึงมีข้อมูลที่เป็นระบบระเบียบเกิดความชัดเจน

อีกหนึ่งแนวคิดที่พลาดไม่ได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันสมัยใหม่ก็คือความหมายของ DevOps ที่ช่วยให้การพัฒนาแอปเร็วขึ้น เกิดผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือในการทดสอบทุกครั้ง ที่สำคัญทำให้นักพัฒนาและทีม Operation เห็นภาพเดียวกัน อย่างไรก็ดีเมื่อมีความสมบูรณ์ในการพัฒนาและออกแบบแอปพลิเคชันที่ดีแล้ว VMware คือแพลตฟอร์มที่สามารถรองรับการเปลี่ยนผ่านในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการย้าย VM เดิมขึ้นไป (Life & Shift) หรือการปรับโค้ดใหม่เป็น Microservices (Refactor) 

ต่อมาเป็นหัวข้อสนทนาสุดพิเศษเกี่ยวกับ Tanzu ท่านจะได้รับฟังทัศนะจากเหล่ากูรูหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็น VMware, Veeam และ Cloud HM ซึ่งจะมาเผยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้าที่ตนได้พบเจอมาในทางปฏิบัติ เช่น เหตุใดต้องมีเครื่องมือสำรองข้อมูลโดยเฉพาะ ประสบการณ์จริงของการย้ายแอปเก่าสู่ยุคใหม่ในหลายรูปแบบพร้อมเผยถึงแนวทางการเอาชนะอุปสรรคเหล่านั้น รวมถึงข้อจำกัดของแนวทางในวิธีการ Refactoring เทียบกับการทำ Modernization และหัวข้ออื่นๆ ทำให้ผู้ฟังสามารถเข้าใจถึงภาพรวมที่เกิดขึ้นจริงในการทำงานและเริ่มต้นได้อย่างถูกต้อง

คุณธนกร อินทรัตน์ วิศวกรระบบของ Veeam ประเทศไทย

การสำรองข้อมูลบนระบบ Kubernetes เป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานหลายคนพลาดไป สาเหตุเพราะเข้าใจว่าระบบมีความทนทานสูงด้วยความฟีเจอร์ภายในอยู่แล้ว แต่คุณธนกร อินทรัตน์ วิศวกรระบบของ Veeam ประเทศไทย ได้มาฉายภาพให้ทราบถึงเหตุผลว่าทำไมผู้ใช้งาน Kubernetes ถึงจำเป็นต้องมีระบบสำรองข้อมูลที่ดีด้วย เนื่องจากหลายครั้งที่ผู้ใช้งานอาจไม่โชคดีเสมอไป ซึ่งสิ่งที่รับไม่ได้ในธุรกิจก็คือความเสียหายของข้อมูลนั่นเอง 

อย่างไรก็ดีการเลือกใช้ระบบสำรองข้อมูลบน Kubernetes ก็ต้องมีประสิทธิภาพที่ออกแบบมาอย่างเฉพาะด้วย โดย K10 จาก Veeam คือช่องทางนั้น เนื่องจากระบบถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ Cloud Native การ deploy ใช้งานก็ทำได้ใน Kubernetes ที่คุยผ่าน API กล่าวคือสามารถค้นหาระบบใหม่ (namespace) ที่เกิดขึ้นได้ พร้อมกันนั้นยังตอบโจทย์ในเรื่องของ Security เช่น Token Authentication, Encryption และอื่นๆ นอกจากที่ Veeam K10 จะสามารถให้ความมั่นใจกับการสำรองและกู้คืนข้อมูลบน Kubernetes แล้ว K10 ยังครอบคลุมถึง Kubernetes ในค่ายต่างๆเช่น OpenShift, Rancher, EKS, GKE ตลอดจนข้อมูลแบบ Stateful Application ของ MongoDB, MySQL, Postgres และอีกมากมาย แม้กระทั่ง Cloud Bucket หรือ Storage ค่ายต่างๆ 

ปิดท้ายกันด้วยการทำงานจากที่ใดก็ได้ผ่าน Virtual Desktop (DaaS) จากคุณจักรกฤษณ์ พรมแดง รองผู้จัดการพรีเซลล์จาก Cloud HM ซึ่งในหัวข้อนี้พูดถึงแนวคิดของ Desktop as a Service บน Cloud ที่มีข้อดีเหนือกว่าการติดตั้งระบบบน On-Premise โดยสิ่งที่ทำให้ลูกค้าหลายรายติดใจ โดยเฉพาะในยุคโควิดก็คือเริ่มต้นระบบได้เร็วเพียงไม่กี่วัน เทียบกับการติดตั้งระบบแบบ On-premise เมื่อพิจารณาด้านราคาให้ถี่ถ้วน DaaS ก็ทำได้ดีกว่าเพราะไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงอื่นแล้ว ผู้สนใจสามารถเลือกโปรโมชันเริ่มจากเล็กๆก่อนแล้วค่อยขยายเพิ่มภายหลัง ทำให้การลงทุนเป็นไปได้ตามจริง แถมยังการันตีการดูแลแบบ 24/7 พร้อมรับประกัน SLA อีกด้วย

สำหรับระบบ DaaS ของ Cloud HM ภายในก็คือ VMware Horizon ที่การันตีเรื่องความปลอดภัยทำงานผ่าน HTTPS การจัดการ Policy ต่างๆเป็นเรื่องง่ายเช่น ป้องกันการ Capture Screen ควบคุมการติดตั้งซอฟต์แวร์และอื่นๆ ซึ่งมีผลดีกับเรื่อง PDPA ที่กำลังจะมาถึง โดยผู้สนใจสามารถเลือกแนวทางการใช้ได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น 1:1, Share Host หรือแชร์แอปพลิเคชันแล้วแต่ความต้องการ ทั้งยังรองรับการเข้าถึงได้ผ่าน Web Browser, Horizon Client หรือบนมือถือก็ทำได้เช่นกัน 

จากทั้งหมดของงานวันนี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายที่เราไม่สามารถหยิบยกเนื้อหามาได้ทั้งหมด ซึ่งท่านใดที่สนใจข้อมูลแบบเต็ม ๆ สามารถย้อนดูเนื้อหาได้ที่ Link

สนใจบริการ VMware Tanzu สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ หรือติดต่อทีมงานของ Cloud HM ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ฟรี! The New Digital Age: Reshaping The Future Of Your Digital Workforce [16 มิ.ย.22]

มาร่วมค้นหา New Operating Model ในการนำ Intelligent Automation (IA) เข้ามาช่วยผลักดันให้เป็นผู้นำในธุรกิจแม้สถานการณ์โลกต่างๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมแนะนำการลงทุนใน IA ให้คุ้มค่าจากประสบการณ์ของ Blue Prism CTO …

ปกป้องข้อมูลและกู้สถานการณ์จาก Ransomware โดยอัตโนมัติ ด้วย IBM FlashSystem Cyber Vault

ทุกวันนี้ การรับมือกับ Ransomware ได้กลายเป็นหนึ่งในหน้าที่พื้นฐานของเหล่าผู้ดูแลระบบ IT ภายในองค์กรไปแล้ว และแน่นอนว่าเหล่าผู้พัฒนาโซลูชันระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูล โดยเฉพาะ Enterprise Storage เองต่างก็ได้มีการพัฒนาความสามารถใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหล่าผู้ดูแลระบบ IT ในการรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว