สรุปประเด็นที่น่าสนใจจาก Cisco 2016 Midyear Cybersecurity Report

cisco_logo_2

Cisco ผู้ให้บริการโซลูชันระบบเครือข่ายและระบบ Cloud แบบครบวงจร ออกรายงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของครึ่งปีแรกประจำปี 2016 (Midyear Cybersecurity Report: MCR) พบว่าหลายองค์กรยังขาดความพร้อมในการรับมือกับ Ransomware ที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงมีระบบเครือข่ายที่ไม่แข็งแกร่ง และความเร็วในการตรวจจับภัยคุกคามต่ำ ส่งผลให้ผู้ไม่ประสงค์ดีมีเวลาในการสำรวจและจารกรรมข้อมูลในระบบมาก

cisco_mcr_2016

Ransomware แพร่กระจายและทวีความรุนแรงมากขึ้น

ปี 2016 Ransomware กลายเป็นมัลแวร์ที่เรียกได้ว่า ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์แก่แฮ็คเกอร์ Cisco คาดการณ์ว่า Ransomware จะมีการพัฒนาความรุนแรงและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สามารถแพร่กระจายตัวเองผ่านเครือข่ายได้ สามารถหลบหลีกการตรวจจับของระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัย เช่น จำกัดการใช้ CPU หรืองดติดต่อกับ C&C Server เป็นต้น Ransomware เหล่านี้จะสามารถก๊อบปี้ตัวเองและแพร่กระจายไปทั่วระบบเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะดำเนินการเรียกค่าไถ่

Visibility เป็นประเด็นสำคัญในการตรวจจับมัลแวร์

ความสามารถในการตรวจจับภัยคุกคามยังคงเป็นประเด็นสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัย จากการสำรวจของ Cisco ระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้ว องค์กรจะใช้เวลาตรวจจับภัยคุกคามใหม่นานถึง 200 วัน ในขณะที่ใช้เวลาประมาณ 13 ชั่วโมงในการตรวจจับความผิดปกติที่เคยพบมาก่อน ความเร็วในการตรวจจับภัยคุกคามถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการรับมือกับการโจมตีของแฮ็คเกอร์และลดความเสียหายที่เกิดจากการบุกรุกโจมตีให้เหลือน้อยที่สุด

หลายบริษัทยังคงมีปัญหากับระบบความมั่นคงปลอดภัย

Cisco พบว่าหลายบริษัทยังคงมีปัญหาด้านการดูแลระบบให้มั่นคงปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการไม่อัปเดตแพทช์ล่าสุด หรือการใช้ระบบที่ไม่ได้รับการสนับสนุนแล้วในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน่วยงานด้านสาธารณสุข ทำให้หน่วยงานเหล่านี้ตกเป็นเป้าหมายของแฮ็คเกอร์มากกว่าใครเพื่อน

ประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่น่าสนใจ

  • แฮ็คเกอร์เริ่มขยายขอบเขตการโจมตี จากการพุ่งเป้าเฉพาะฝั่ง Client ก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นโจมตีฝั่ง Server บ้างแล้ว โดยพยายามหลบหลีกการตรวจจับ และสร้างความเสียหายให้ได้มากที่สุด เช่น โจมตีผ่านช่องโหว่ Adobe Flash หรือใช้ Ransomware โจมตีช่องโหว่ของ JBoss Server
  • แฮ็คเกอร์ใช้วิธีโจมตีที่ยากต่อการตรวจจับ เช่น Windows Binary Exploit และ Social Engineering ผ่านทาง Facebook นอกจากนี้ ยังนิยมใช้ช่องทางที่เข้ารหัสในการโจมตีเป้าหมายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TLS และ TOR
  • หลายหน่วยงานมีปัญหาเรื่องลดจำนวนช่องโหว่ และปิดช่องว่างด้านความมั่นคงปลอดภัย เช่น มีเพียง 75 ~ 80% ของผู้ใช้ Google Chrome ที่อัปเดตเบราเซอร์เป็นเวอร์ชันล่าสุด หรือเวอร์ชันก่อนหน้านั้นหนึ่งเวอร์ชัน และมีผู้ใช้ Java SE 6 ที่ Oracle เลิกสนับสนุนไปแล้วถึง 1 ใน 3
  • หลายบริษัทยังคงใช้ระบบ Infrastructure ที่เลิกให้การสนับสนุน หรือทราบว่ามีช่องโหว่แต่ไม่ได้อุด โดย Cisco ได้ทำการสำรวจอุปกรณ์ Cisco กว่า 100,000 เครื่องที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต พบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละอุปกรณ์มีช่องโหว่มากถึง 28 รายการ และใช้เวลาในการแพทช์ช่องโหว่โดยเฉลี่ยนานถึง 5.64 ปี

ดูรายงาน Cisco 2016 Midyear Cybersecurity Report ฉบับเต็มได้ที่: https://newsroom.cisco.com/press-release-content?type=webcontent&articleId=1780586

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Microsoft Defender for Endpoint เปิด Public Preview รองรับ Linux Desktop ใช้ Agent เดียวกับ Linux Server

Microsoft เปิด Public Preview ให้ Microsoft Defender for Endpoint ปกป้อง Linux workstation ได้แล้ว ครอบคลุมทั้ง EDR, …

Android เพิ่มระบบป้องกัน Scam ใช้ Gemini ตรวจข้อความ และตัดสายมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นธนาคาร

Google เพิ่มฟีเจอร์ป้องกันการหลอกลวงชุดใหม่บน Android ครอบคลุมทั้ง Google Messages และแอปส่งข้อความ 3rd-party โดยใช้ Gemini วิเคราะห์ข้อความและลิงก์ ป้องกันการแอบโอนสาย และตัดสายที่แอบอ้างเป็นธนาคารให้อัตโนมัติ