Chrome จะบล็อกโฆษณาหน้าเว็บกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2018

Google Chrome จะเริ่มบล็อกโฆษณาทั้งหมดจากเว็บไซต์ที่ละเมิดมาตรฐานการโฆษณา (เป็นการร่วมมือกันของกลุ่มอุตสาหกรรมการโฆษณาที่มุ่งหวังพัฒนาสถานะของการโฆษณาออนไลน์ให้ดีขึ้น) ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้านี้

โดยทางกลุ่มอุตสาหกรรมโฆษณาได้ออกแถลงการณ์ว่ามาตรฐานดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในเดือนมกราคมปี 2018 ที่จะถึงนี้ นั่นหมายถึงบริษัทโฆษณาต่างๆ จะต้องใส่ใจไม่ให้ละเมิดมาตรฐานนี้ รวมถึง Google เองที่เป็นบริษัทที่มีการโฆษณาและเป็นทั้งเจ้าของ Browser อีกด้วย จึงต้องเริ่มบังคับใช้นโยบายนี้กับการโฆษณาและบน Chrome  ผู้สนใจสามารถติดตามรายชื่อการโฆษณาที่ยอมรับไม่ได้ที่นี่

ปีที่ผ่านมาวิศวกรของ Google ได้ทำงานกับฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า ‘Ad Experience Report‘ โดยมันจะเข้าไปสแกนเว็บไซต์และสร้างรายชื่อไซต์เหล่านั้นที่ได้มีการละเมิดมาตรฐานการโฆษณา เมื่อถึงวันที่ Ad-Blocker ของ Chrome ถูกเริ่มใช้งานมันจะไม่แสดงผลโฆษณาของเว็บไซต์ที่อยู่ในลิสต์รายชื่อที่ถูกรายงานไม่น้อยกว่า 30 วัน ซึ่งทางเจ้าของเว็บเองจะได้รับอนุญาติให้เข้าถึง Ad Experience Report ได้เพื่อตรวจสอบว่ามีเว็บของตนถูกระบุว่าละเมิดมาตรฐานหรือไม่ จากนั้นมีเวลา 30 วันเพื่อแก้ไขพฤติกรรมดังกล่าวไม่ให้ติด Blacklist

อย่างไรก็ตามฟีเจอร์นี้น่าจะเริ่มต้นใน Google เวอร์ชัน 64 โดยอาจจะมีการใช้งานกับผู้ใช้บางรายเพื่อทดสอบตัว Ad-Blocker และแก้ไข Bug ก่อน โดยแผนของ Google ทั่วไปแล้ว Ad-Blocker จะช่วยบังคับให้เจ้าของเว็บไซต์ตัดรายได้จากการโฆษณา อันที่จริงแล้ว Google อยากจะให้ผู้ใช้งานเต็มใจที่จะชมโฆษณาจำนวนเล็กน้อยที่ยอมรับได้และสนับสนุนผู้สร้างสรรค์ออนไลน์มากกว่าพึ่งพา Ad-Blocker จาก Thrid-party ที่บล็อกทุกๆ โฆษณาอย่างไม่มีข้อยกเว้น

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/google/chromes-built-in-ad-blocker-will-start-blocking-ads-on-february-15-2018/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

ยกระดับการทำงานและการเรียนรู้ ด้วย “ZTE Smart Conference” เทคโนโลยี AI อัจฉริยะ ที่ใครก็ใช้งานได้ง่ายๆ [Guest Post]

ในยุคที่การทำงานแบบ Hybrid และการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Hybrid Learning) กลายเป็นเรื่องปกติ “ห้องประชุม” และ “ห้องเรียน” ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับการรวมตัวกันอีกต่อไป แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงคนทั้งที่อยู่ในห้องและคนที่อยู่ห่างไกลให้รู้สึกเหมือนอยู่ด้วยกัน การมีระบบ Conference ที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็น

Anthropic เซ็นสัญญา TeraWulf เช่าศูนย์ข้อมูล AI มูลค่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์

Anthropic จะจ่ายเงินจำนวน 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อเช่าศูนย์ข้อมูลของ TeraWulf ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับปัญญาประดิษฐ์ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq เป็นระยะเวลา 20 ปี