จีนทำลายสถิติ Supercomputer ที่เร็วที่สุดในโลก โดยผลิตหน่วยประมวลผลเอง

Sunway TaihuLight ของประเทศจีนได้กลายเป็นเครื่อง Supercomputer ที่เร็วที่สุดในโลกแซงหน้าสถิติของระบบเดิมอย่าง Tianhe-2 จากประเทศจีนเช่นกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยพลังประมวลผลที่สูงถึง 93 Petaflops ซึ่งเร็วกว่าเครื่องที่เร็วที่สุดของฝั่งอเมริกาถึงประมาณ 5 เท่า แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ CPU และ Chip ต่างๆ ของระบบนี้ถูกผลิตในจีนทั้งหมด ด้วยสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากระบบอื่นๆ ทั่วๆ ไป

Credit: Jack Dongarra / Top500
Credit: Jack Dongarra / Top500

TaihuLight นี้ประกอบไปด้วยชิปจำนวน 41,000 ตัว แต่ละตัวมีแกนประมวลผล 260 Core รวมทั้งสิ้นมี 10.65 ล้าน Core ภายในระบบเดียว สูงกว่าเครื่องที่เร็วที่สุดของอเมริกาที่มี 560,000 Core โดยมีหน่วยความจำรวมกันถึง 1.3 Petabyte และใช้พลังงานไฟฟ้าเพียง 15.3 Megawatt เท่านั้น ต่ำกว่าเครื่อง Tianhe-2 ที่ใช้พลังงานถึง 17.8 Megawatt ที่มีพลังประมวลผล 33 Petaflop

ก่อนหน้านี้ระบบ Tianhe-2 นั้นมีแผนที่จะอัปเกรดประสิทธิภาพครั้งใหญ่ แต่ในเดือนเมษายนปี 2015 ที่ผ่านมานั้น รัฐบาลอเมริกาได้ประกาศห้ามส่งออกระบบ High Performance Computing ไปยังจีนด้วยเหตุผลทางด้านความมั่นคง ในขณะที่จีนเองก็ได้มีการลงทุนทางด้านชิปการประมวลผลประสิทธิภาพสูงนี้มาได้ระยะหนึ่งจนปัจจุบันก็มีศักยภาพในการแข่งขันเรียบร้อยแล้ว

ที่มา: http://www.theverge.com/2016/6/20/11975356/chinese-supercomputer-worlds-fastes-taihulight

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

ข้อมูลลับองค์กรธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง: แคสเปอร์สกี้รายงานการโจมตีด้วยสปายแวร์เพิ่มขึ้น 18% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [PR]

การโจมตีด้วยสปายแวร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ตามรายงานของแคสเปอร์สกี้ บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลระดับโลก