Broadcom เปิดตัว VMware HyperArmor เสริมความปลอดภัย ESX Hypervisor บน VMware Cloud Foundation

Broadcom เปิดตัว VMware HyperArmor ซอฟต์แวร์ใหม่สำหรับปกป้อง VMware ESX hypervisor ใน VMware Cloud Foundation (VCF) จากช่องโหว่ zero-day และการขโมย credential โดยไม่ต้อง reboot host อัปเกรดซอฟต์แวร์ หรือติดตั้ง agent ภายใน VM

Broadcom ระบุว่าภัยคุกคามที่ใช้ AI เพิ่มขึ้นทั้งขนาดและความซับซ้อน ทำให้พื้นที่การโจมตีขยายครอบคลุมทุกชั้นของ infrastructure รวมถึง hypervisor และการตรวจจับหรือแพตช์หลังเกิดเหตุเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป ทั้งนี้การโจมตี hypervisor ส่วนใหญ่มาจากสองสาเหตุหลัก ได้แก่ root credential ที่ถูกขโมย และช่องโหว่ที่ยังไม่ได้แพตช์ VMware HyperArmor ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาทั้งสองข้อนี้ โดยรองรับ VMware ESX ตั้งแต่เวอร์ชัน 8.x ขึ้นไป

ความสามารถหลักของ HyperArmor แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกคือ virtual patching ระดับ host ที่ตรวจจับและบล็อกการกระทำที่เป็นอันตรายภายใน host ก่อนที่ช่องโหว่จะถูกใช้โจมตี โดยไม่ต้อง reboot host หรืออัปเกรดซอฟต์แวร์ ทำให้ทีม IT สามารถทดสอบและติดตั้งแพตช์อย่างเป็นทางการได้ตามรอบที่สะดวก ส่วนที่สองคือ Positive Host Security Guardrails ซึ่งอาศัยลักษณะของ ESX host ที่รัน process จำนวนน้อยและคงที่ มาสร้าง security baseline และบล็อก executable หรือ script ที่ไม่ได้รับอนุญาตโดยอัตโนมัติ ระบบจะสำรวจ script ที่มีอยู่บน host และอนุญาตให้ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และผู้ดูแลระบบสามารถอนุมัติ script ใหม่เพิ่มเติมได้ ส่วนที่สามคือ MFA ระดับ hypervisor ที่ผนวกเข้ากับการ login ผ่าน SSH ของ ESX โดยผู้ใช้งานต้องยืนยันตัวตนด้วย SSH credential ตามปกติ แล้วตามด้วย time-based one-time password ที่ผูกกับ identity ซึ่งกำหนดแยกไว้ต่างหาก ทำให้แม้ผู้โจมตีจะได้รหัสผ่าน root ไปจากการ phishing หรือข้อมูลรั่วไหล ก็ยังไม่สามารถเข้าถึง command line ได้หากไม่มีปัจจัยยืนยันตัวตนที่สอง

HyperArmor ทำงานร่วมกับความสามารถด้านความปลอดภัยอื่นๆ ใน VMware Cloud Foundation เพื่อสร้างการป้องกันแบบหลายชั้น ได้แก่ การจัดการ identity แบบรวมศูนย์ การเข้ารหัสข้อมูลทั้ง data-at-rest และ data-in-transit และ VMware vSphere live patching ที่ติดตั้งอัปเดตสำคัญให้ hypervisor ได้โดยไม่ต้องหยุด workload หรือเข้าสู่ maintenance mode เต็มรูปแบบ ขณะที่ VMware vDefend มีความสามารถด้าน micro-segmentation การตรวจจับและป้องกันภัยคุกคาม และ virtual patching ในระดับเครือข่าย ส่วน VMware Avi Load Balancer ทำหน้าที่ปกป้อง web application และ API (WAAP) ขณะที่ HyperArmor เพิ่มการป้องกันเชิงรุกในระดับ hypervisor ด้วยการบล็อกการโจมตีผ่านการรัน process และการขโมย credential

ที่มา: https://www.broadcom.com/company/news/product-releases/64761

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Cisco และ NVIDIA เผยแผนออกแบบ USFP โมดูล Pluggable ความเร็ว 400G ต่อ Lane รองรับสูงสุด 12.8T

Cisco ร่วมกับ NVIDIA ประกาศแผนการออกแบบ USFP (Ultra-Dense Small Form-Factor Pluggable) ซึ่ง Cisco ระบุว่าเป็น pluggable form factor …

Microsoft เปิดตัว Maia 300 ตัวเร่งความเร็วอินเฟอเรนซ์แบบมัลติชิปเล็ต

Microsoft ได้เปิดตัว Maia 300 ซึ่งเป็นตัวเร่งความเร็วปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้นเองเป็นการภายในตัวล่าสุด โดยชิปรุ่นนี้ได้รับการปรับแต่งเพื่องานอินเฟอเรนซ์ ซึ่งเป็นกระบวนการในการสร้างคำตอบสำหรับคำถามที่ส่งไปยัง AI โดย Microsoft ประเมินว่าชิปดังกล่าวสามารถประมวลผลโทเคนต่อเมกะวัตต์ได้มากกว่าระบบที่ใช้ GPU ชั้นนำถึง 40% ซึ่งน่าจะเป็นการเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ของ …