Microsoft ออก Patch Tuesday ตุลาคม 2026 แก้ช่องโหว่ทำสถิติใหม่ 1,411 รายการ พร้อม Zero-day 3 รายการ

Microsoft ปล่อยแพตช์ความปลอดภัยประจำรอบ Patch Tuesday เดือนตุลาคม 2026 แก้ไขช่องโหว่รวม 1,411 รายการซึ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในจำนวนนี้มี Zero-day ที่ถูกใช้โจมตีจริงแล้ว 1 รายการ และ Zero-day ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะอีก 2 รายการ

แพตช์รอบนี้มีช่องโหว่ระดับ Critical 70 รายการ แบ่งเป็น Remote Code Execution (RCE) 57 รายการ, Elevation of Privilege 11 รายการ และ Spoofing 2 รายการ เมื่อแยกตามประเภททั้งหมดพบว่าเป็น Elevation of Privilege มากที่สุดราว 677 รายการ ตามด้วย RCE 317 รายการ, Information Disclosure 254 รายการ, Denial of Service 73 รายการ, Security Feature Bypass 40 รายการ และ Spoofing 28 รายการ ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวยังไม่นับรวมช่องโหว่อีก 348 รายการที่ Microsoft แก้ไขไปก่อนหน้าในเดือนเดียวกัน ซึ่งครอบคลุมบริการอย่าง Azure App Service, Azure Event Grid, Azure SRE Agent, Microsoft Dataverse และ Microsoft Exchange Server จำนวนช่องโหว่ที่ทำสถิติใหม่ครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก Microsoft ยังคงใช้แพลตฟอร์ม AI ค้นหาและแก้ไขช่องโหว่ในผลิตภัณฑ์ของตนเอง

Zero-day ที่ถูกใช้โจมตีจริงคือ CVE-2026-96951 ช่องโหว่ Security Feature Bypass บน Windows Shell ที่เกิดจากการจัดการ special element ในคำสั่งไม่ถูกต้อง (command injection) เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้รับอนุญาตสามารถข้ามกลไกความปลอดภัย Mark of the Web ผ่านเครือข่ายได้ โดย Microsoft ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดว่าช่องโหว่ถูกนำไปใช้โจมตีอย่างไรและใครเป็นผู้รายงาน ส่วน Zero-day ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ได้แก่ CVE-2026-108398 ช่องโหว่ untrusted search path บน .NET Framework ที่ผู้โจมตีซึ่งยืนยันตัวตนแล้วสามารถวาง .NET assembly ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษลงในระบบและลงทะเบียนให้ protected process โหลดขึ้นมา ส่งผลให้ข้ามการบังคับใช้ Windows Defender Application Control (WDAC) และรันโค้ดภายใน protected process ได้โดยไม่ต้องอาศัยการโต้ตอบจากผู้ใช้งาน ซึ่งช่องโหว่นี้ค้นพบโดยทีม Google Project Zero ส่วนอีกรายการคือ CVE-2026-92707 ช่องโหว่ Denial of Service บน MessagePack-CSharp ที่เกิดจากการควบคุมการจองหน่วยความจำแบบต่อเนื่องที่ไม่เหมาะสม ทำให้ผู้โจมตีสามารถทำให้บริการหยุดทำงานผ่านเครือข่ายได้

แพตช์รอบนี้ยังเป็นการอัปเดตความปลอดภัยครั้งสุดท้ายของ Windows 11 24H2 รุ่น Home และ Pro รวมถึง Windows 10 Enterprise LTSB 2016 ซึ่งหมดระยะ support ในวันที่ 13 ตุลาคม 2026 นอกจากนี้ Windows 11 23H2 รุ่น Enterprise, Education และ IoT Enterprise จะไม่ได้รับอัปเดตความปลอดภัยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป องค์กรที่ยังใช้งานเวอร์ชันเหล่านี้จึงควรวางแผนอัปเกรดโดยเร็ว

เพื่อช่วยให้องค์กรจัดลำดับความสำคัญในการแพตช์ท่ามกลางช่องโหว่จำนวนมาก Microsoft ได้เริ่มทดลองแนวทางใหม่ที่เรียกว่า risk cohorts ซึ่งจัดกลุ่มช่องโหว่ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันเข้าด้วยกัน โดยรอบนี้มีทั้งหมด 15 กลุ่ม ตัวอย่างเช่นระบบไฟล์ storage และ backup ของ Windows 136 รายการ, เอกสาร Office และ mail client 135 รายการ, กราฟิกและการประมวลผล media บน Windows 131 รายการ, privilege boundary ของ Windows core และ kernel 109 รายการ และบริการติดตั้ง deployment และอัปเดตของ Windows 103 รายการ อย่างไรก็ตาม Microsoft ระบุว่าการจัดกลุ่มนี้ไม่ได้บ่งบอกว่าช่องโหว่กลุ่มใดอันตรายที่สุด เนื่องจากความเสี่ยงจริงยังขึ้นกับสถานะการถูกโจมตี ระดับความรุนแรง และรูปแบบการใช้งานซอฟต์แวร์ของแต่ละองค์กร ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวยังอยู่ในขั้นทดลอง และเป็นเพียงเครื่องมือเสริม ไม่ได้มาแทนที่คำแนะนำการแพตช์เดิม

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/microsoft/microsoft-october-2026-patch-tuesday-fixes-1-411-flaws-3-zero-days/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Cisco และ NVIDIA เผยแผนออกแบบ USFP โมดูล Pluggable ความเร็ว 400G ต่อ Lane รองรับสูงสุด 12.8T

Cisco ร่วมกับ NVIDIA ประกาศแผนการออกแบบ USFP (Ultra-Dense Small Form-Factor Pluggable) ซึ่ง Cisco ระบุว่าเป็น pluggable form factor …

IonQ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ควอนตัม จ่าย 1.3 พันล้านดอลลาร์ ซื้อสตาร์ทอัพความมั่นคงปลอดภัย Elisity

IonQ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้ประกาศแผนการเข้าซื้อกิจการ Elisity ด้วยมูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์