เมืองปักกิ่งได้นำเทคโนโลยีการสแกนใบหน้ามาใช้งานในจุดต่างๆ ของเมืองเพื่อแก้ปัญหามลภาวะ รวมถึงติดตั้งระบบสแกนใบหน้าก่อนเข้าห้องน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนใช้กระดาษชำระจำนวนมากเกินไปด้วย

ตอนนี้ประชากรในกรุงปักกิ่ง ก่อนจะใช้ห้องน้ำสาธารณะของรัฐจะต้องทำการสแกนใบหน้าก่อนเป็นเวลา 3 วินาที เพื่อให้ได้รับกระดาษชำระความยาว 60 เซนติเมตร และหากทำการสแกนใบหน้าซ้ำระบบปฏิเสธ ยกเว้นจะรอให้เวลาผ่านไปอีก 9 นาทีเป็นอย่างน้อย
หลังจากเปิดใช้งานจริง แนวคิดนี้มีปัญหาทั้งในเชิงเทคนิคและเชิงจริยธรรม โดยเมื่อระบบซอฟต์แวร์ของระบบสแกนใบหน้านี้มีปัญหา ก็ทำให้ผู้ใช้งานห้องน้ำเหล่านี้ไม่มีกระดาษชำระใช้งาน ทำให้เหล่าผู้ใช้งานต้องแบ่งปันกระดาษชำระกันเอง และในขณะเดียวกันการสแกนใบหน้านี้ก็เป็นการลดความเป็นส่วนตัวของประชาชนลงไปเป็นอย่างมากด้วย โดยในกรณีนี้คือการทำลายความเป็นส่วนตัวในการเข้าห้องน้ำไป
อย่างไรก็ดี กระดาษชำระในห้องน้ำของจีนนี้ก็มีปัญหาเรื่องสารปนเปื้อนค่อนข้างมาก ดังนั้นเทคโนโลยีการจำกัดปริมาณการใช้กระดาษชำระเหล่านี้เองก็เป็นการปกป้องประชาชนชาวจีนในกรุงปักกิ่งด้วยในอีกทางหนึ่ง
จีนคงยังต้องคิดค้นเทคโนโลยีเพื่อปฏิวัติห้องน้ำทั่วประเทศกันต่อไป โดยหากนับตามแผนการพัฒนาของจีนแล้ว การติดตั้งเทคโนโลยีสแกนใบหน้าภายในห้องน้ำนี้ยังคงต้องดำเนินต่อไปอีกสำหรับห้องน้ำ 50,916 แห่งภายในสิ้นปีนี้ และจีนก็ยังคงมีแผนการปรับปรุงคุณภาพของส่วนอื่นๆ เช่น เครื่องหุงข้าว, เครื่องกรองอากาศ และอื่นๆ เพื่อให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นต่อไป
ที่มา: https://www.theregister.co.uk/2017/03/20/beijing_toilet_crack_down/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






