Backblaze เผยผลการสำรวจ SSD มีโอกาสเสียน้อยกว่า Hard Disk

Backblaze ผู้ให้บริการ Cloud Backup เผยผลการสำรวจ พบ SSD มีโอกาสเสียน้อยกว่า Hard Disk

Credit: ShutterStock.com

Backblaze เก็บข้อมูลจากการใช้งาน SSD จำนวน 1,518 ลูก และ Hard Disk จำนวน 1,669 ลูก ที่ถูกติตดั้งใช้งานอยู่ภายใน Cloud ของตนเอง ในไตรมาสแรกของปี 2021 พบว่าโอกาสที่ SSD จะเสียจากการใช้งานนั้นมีน้อยกว่า Hard Disk ค่อนข้างมาก โดย Hard Disk มีโอกาสเสียหายเป็นจำนวน 18.2 เท่าเมื่อเทียบกับ SSD ซึ่ง Backblaze ใช้งาน SSD ทำเป็น Boot Drive สำหรับ Server และมีการอ่านและเขียนข้อมูล Log File ตลอดเวลา เทียบเท่ากับการใช้งาน Enterprise SSD ทั่วไป

อย่างไรก็ตาม Hard Disk ที่ Backblaze ใช้งานนั้นมีอายุและขนาดแตกต่างกันออกไป โดยบางลูกมีอายุ 8 ปี ส่วน SSD มีการติดตั้งใช้งานมาเพียง 3 ปีเท่านั้น จึงได้ทำการสำรวจใหม่ โดยนำอายุการใช้งานของ Drive แต่ละลูกมาคำนวณด้วย ยังคงพบว่า Hard Disk นั้นมีโอกาสเสียมากกว่า SSD เช่นเดิม โดย Annual Failure Rate (AFR) จะลดลงเหลือ 9.3 เท่า ปัจจุบัน Backblaze กำลังเก็บข้อมูลการใช้งาน SSD และ Hard Drive ที่มีอายุการใช้งานเท่ากัน โดยเตรียมจะเผยผลสำรวจออกมาในไม่อีกกี่เดือนข้างหน้านี้

ปัจจุบัน Backblaze มีการใช้งาน Hard Drive ภายใน Cloud อยู่จำนวน 171,919 ลูก มีอัตราความเสียหาย AFR เฉลี่ยอยู่ที่ 1.49% เท่านั้น

ที่มา: https://blocksandfiles.com/2021/05/05/27315/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

สร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับโลก AI ที่ไม่หยุดนิ่ง [PR]

ไม่มีใครในอุตสาหกรรมนี้ตอบได้ว่า AI จะมีหน้าตาเป็นอย่างไรในอีก 5 ปีข้างหน้า  ไม่มีใครรู้ว่าสถาปัตยกรรมโมเดลใดจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ ไม่มีใครรู้ว่าสัดส่วนระหว่างการเทรนและการอนุมาน (Inference) จะไปหยุดอยู่ที่จุดใด และไม่มีใครรู้ว่า AI จะทำงานอยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์ของคุณ ในดาต้าเซ็นเตอร์ของคนอื่น หรือบนแล็ปท็อป (หรือแม้แต่อุปกรณ์ที่เล็กกว่านั้น) …

Synology เผยธุรกิจไทยดึงโครงสร้างพื้นฐานกลับมาที่ตัวเองมากขึ้น เพื่อสร้างรากฐาน ‘ข้อมูล’ ให้ AI

AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตและธุรกิจเป็นอย่างยิ่ง โดยจากมุมมองของ Synology ย้ำว่าเห็นการกลับมาของธุรกิจในรูปแบบ Hybrid อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเหตุผลด้านอธิปไตยด้านข้อมูลที่ควบคุมได้เบ็ดเสร็จ รวมถึงความเร็วของการต่อเชื่อมที่พร้อมใช้ประมวลผลด้าน AI มากกว่า