Breaking News

AWS เตือนผู้ใช้งาน RDS, Aurora และ DocumentDB ให้เปลี่ยน Certificate ก่อนใช้งานไม่ได้

สำหรับผู้ใช้งาน RDS, Aurora และ DocumentDB ทาง AWS ได้ออกมาเตือนให้เร่งอัป Certificate ใบใหม่หลังจากใบเดิมหมดอายุ ก่อนใช้การไม่ได้ในวันที่ 5 มีนาคมนี้

เหตุการณ์ก็คือสำหรับผู้ใช้งาน SSL/TLS ในบริการ RDS, Aurora และ DocumentDB จะต้องใช้ Certificate ซึ่งจะมีการหมดอายุในทุก 5 ปีด้วยเหตุผลทางด้าน Maintenance และ Security ซึ่งใบเก่า CA-2015 ครบกำหนดแล้ว ดังนั้นจึงมีการเตือนให้เปลี่ยนไปใช้ CA-2019 แทนที่ออกมาตั้งแต่เดือนกันยายนแล้ว ด้วยการดาวน์โหลดและติดตั้ง Certificate ใบใหม่ จากนั้น Rotate CA ให้แต่ละ Instance และรีบูตเครื่อง โดยกำหนดการมีดังนี้

  • 14 มกราคม 2019 – Instance ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่จะติดมากับ CA-2019 ซึ่งสามารถ Revert ไปใบเก่าได้ชั่วคราวหากจำเป็น
  • 5 กุมภาพันธ์ ถึง 5 มีนาคม – สำหรับใครที่มี CA-2019 แล้วในช่วงนี้เมื่อรีสตาร์ทจะเป็นการ Activate ใช้ Certificate ใหม่
  • 5 มีนาคม – หลังจากวันนี้แอปที่ยังไม่เปลี่ยน Certificate จะเชื่อมต่อไม่ได้

สิ่งที่ต้องรู้เพิ่มเติมคือ

  • Aurora Serverless ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเพราะถูกจัดการโดย AWS Certificate Manager (ACM) ให้อยู่แล้ว 
  • ต้อง Rotation ทุก Database Instance ในทุก Region ยกเว้น Asia Pacific (Hong Kong), Middle East (Bahrain) และ China (Ningxia)
  • ถ้าเพิ่มโหนดใหม่เข้าไปใน Cluster เดิมที่มีโหนดใดโหนดหนึ่งใช้ CA-2019 อยู่แล้ว โหนดใหม่จะมี CA-2019 แต่ถ้าทุกโหนดใน Cluster เป็น CA-2015 โหนดใหม่ก็จะเป็น CA-2015 ด้วย

ที่มา :  https://aws.amazon.com/blogs/aws/urgent-important-rotate-your-amazon-rds-aurora-and-documentdb-certificates/



About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Palo Alto Networks อัปเดตความสามารถให้ Prisma เน้น Security สำหรับ DevOps โดยเฉพาะ

Palo Alto Networks ได้ประกาศเพิ่มความสามารถหลายประการให้แก่ Cloud Native Security Platform (Prisma) ของตน ที่ตอบโจทย์ทีม DevOps ขององค์กรโดยเฉพาะ

ใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานจากที่บ้านแทน PC ทำอย่างไรได้บ้าง?

ในภาวะที่หลายๆ ธุรกิจกำลังพิจารณาหาทางออกในการใช้นโยบาย Work from Home ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่พนักงานยังคงทำงานได้เต็มที่เสมือนมาทำงานที่ออฟฟิศอยู่ และเกิดการสั่งซื้อ PC/Notebook เพิ่มท่ามกลางภาวะที่ผู้ผลิตยังไม่สามารถเดินกำลังการผลิตได้ดีนักจนบางแบรนด์สินค้าเริ่มขาด Stock กันไปแล้ว ทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากการให้พนักงานทำงานผ่าน Notebook ที่สามารถพกพาไปทำงานที่บ้านนั้น ก็คือการใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานแทน Notebook อย่างเต็มที่ 100% ไปเลยนั่นเอง ในบทความนี้เราจะพาไปพิจารณาทางเลือกแต่ละทางที่เป็นไปได้กันครับ