AWS ออก S3 Glacier deep archive สำหรับเก็บข้อมูลที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน

ปัจจุบันข้อมูลคือสิ่งสำคัญแต่ในหลายแอปพลิเคชันข้อมูลมีความสำคัญน้อยลงตามอายุซึ่งเราเก็บไว้เพียงแค่ทำ Audit หรืออาจไม่ได้ใช้อีกเลย ดังนั้นทาง AWS จึงได้นำเสนอ S3 Class ใหม่ ‘Glacier Deep Archive’ ที่จะช่วยองค์กรนำข้อมูลที่ไม่ค่อยได้ใช้ไปเก็บไว้อีกที่หนึ่งซึ่งมีราคาถูกกว่า Glacier ปกติถึง 75%

credit : aws.amazon.com

ตัวอย่างของธุรกิจที่เหมาะสมกับ Glacier Deep Archive เช่น กล้องวงจรปิดต่างๆ ข้อมูลที่ใช้เพื่อการทดลองในงานวิจัยหรือการศึกษา บันทึกผลภาพ X-ray, MRI ในโรงพยาบาล หรือด้านอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงอย่างไฟล์ตัดต่อหนังที่ไม่ได้ใช้ เป็นต้น

Glacier Deep Archive ถูกออกแบบมาเพื่อเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ในระยะยาวและไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่แล้ว ซึ่งปกติหลายองค์กรจะนำเก็บไว้ลงเทปเพื่อทำ Audit โดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้บน Available Zone 3 แห่งและสามารถได้รับข้อมูลกลับมาภายใน 12 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า อย่างไรก็ดีแอปพลิเคชันที่ใช้กับ S3 Glacier ได้จะใช้ได้กับ Glacier Deep Archive ได้ตามปกติเช่นกันซึ่งผู้ใช้งานสามารถเลือก Class ของ Storage ที่จะเก็บได้ขณะ Upload Object ใหม่เข้ามาหรือแก้ไข Object เดิมก็สามารถทำได้

อีกรูปแบบหนึ่งของการใช้งาน Glacier Deep Archive ที่ผู้ใช้สามารถทำได้ก็คือการตั้งค่า Storage Gateway เพื่อสร้าง Virtual Tape Library (VTL) ไปเก็บไว้บน Glacier Deep Archive ซึ่งผู้ใช้งานจะสามารถเรียกข้อมูล VTL กลับมาได้ภายใน 12 ชั่วโมงและไม่ต้องไปวุ่นวายกับการบริหารจัดการ Physical Tape ด้วย สำหรับปัจจุบัน AWS ได้เปิดให้บริการ Glacier Deep Archive ในทุก Region แล้วซึ่งมีราคาถูกกว่า Glacier ปกติถึง 75% ทีเดียว 

ที่มา :  https://aws.amazon.com/blogs/aws/new-amazon-s3-storage-class-glacier-deep-archive/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

พลิกการดิสรัปของเวอร์ชวลไลเซชัน เป็นโอกาสสร้างนวัตกรรมแอปพลิเคชัน [PR]

กว่า 30 ปีที่ผ่านมา การบริหารต้นทุนของเซิร์ฟเวอร์เวอร์ชวลไลเซชันให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จุดประกายการเปลี่ยนผ่านด้านไอทีระลอกแรก โดยเน้นดึงศักยภาพใหม่ออกมาจากเซิร์ฟเวอร์ x86 ที่เคยกำหนดทิศทางของศูนย์ข้อมูลมาตลอด จนถึงวันนี้ โลกยุคใหม่ที่ปริมาณข้อมูลเติบโตอย่างรวดเร็วและเวิร์กโฟลว์ด้าน AI กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังทดสอบขีดจำกัดของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม และบีบให้หลายองค์กรต้องปรับตัว

Microsoft อัปเดต Fabric เดินหน้าสู่ยุค Agentic AI พร้อมดึง Osmos เสริมทัพ Data Engineering

Microsoft อัปเดตฟีเจอร์ชุดใหญ่ให้กับ Microsoft Fabric เหตุองค์กรธุรกิจกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Agentic Transformation โดยเน้นการจัดเตรียมรากฐานข้อมูลให้พร้อมรองรับการทำงานของ Agent เพราะสิ่งสำคัญในการเดินหน้าเรื่องนี้คือการเตรียมข้อมูลขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อให้ AI Agent สามารถนำไปประมวลผลและเดินหน้าเปลี่ยนแปลงขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ