มูลค่าของ Source Code ใน Apache Software Foundation สูงเกินกว่า 600,000 ล้านบาทแล้ว

Apache Software Foundation ได้ออกมาเผยถึงผลสรุปข้อมูลทางการเงินประจำปีงบประมาณ 2019 ซึ่งถือเป็นปีครบรอบอายุ 20 ปี ว่าปัจจุบันนี้มีโครงการมากกว่า 350 โครงการ และมูลค่าของ Source Code ในโครงการเหล่านั้นมีมูลค่ารวมกันเกินกว่า 20,000 ล้านเหรียญหรือราวๆ 600,000 ล้านบาทแล้ว

Credit: Apache Software Foundation

Apache ระบุว่าการประเมินมูลค่าของ Source Code ในครั้งนี้ยึดตามโมเดล COCOMO 2 โดยโค้ดทั้งหมดที่มีในโครงการนี้มีจำนวนบรรทัดรวมกันมากเกินกว่า 190 ล้านบรรทัดเลยทีเดียว ส่วนโครงการชื่อดังที่หลายๆ คนน่าจะคุ้นเคยกันนั้นก็ได้แก่ Spark, Hadoop, Kafka, Lucene, Flink, ZooKeeper, Beam, Cordova และ Airflow

ในปีงบประมาณ 2019 นี้ Apache Software Foundation มีกำไรรวมกันอยู่ที่ประมาณ 585,000 เหรียญหรือราวๆ 17.55 ล้านบาท ซึ่งมาจาก Sponsor ผู้สนับสนุนโครงการทั้งสิ้น

สำหรับข้อมูลฉบับเต็ม สามารถตรวจสอบได้ที่ https://files-dist.s3.amazonaws.com/AnnualReports/FY2019+Annual+Report.pdf ครับ ภายในรายงานมีกราฟแสดงข้อมูลที่น่าสนใจด้านโค้ดของแต่ละโครงการอยู่ไม่น้อยทีเดียว

ที่มา: https://www.phoronix.com/scan.php?page=news_item&px=Apache-Software-2019-Report

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Synology เผย ISO 27001 จะกลายเป็นรากฐานของ Cyber Resilience สำหรับองค์กรไทย [PR]

ในโลกดิจิทัลปัจจุบัน ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ไม่ได้เป็นเพียงภารกิจของฝ่ายไอทีอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น ความเสี่ยงทางธุรกิจ (Business Risk) ที่ผู้บริหารทุกระดับต้องให้ความสำคัญ ความเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ด้านไซเบอร์ในระดับโลกกำลังผลักดันให้องค์กรต้องยกระดับจากการ “ป้องกันการโจมตี” ไปสู่การสร้าง Cyber Resilience หรือความสามารถในการรับมือ …

ทดสอบเร็วขึ้น 10 เท่า ยกระดับจาก Manual & Script-based สู่ Codeless Test Automation ด้วย Tricentis Tosca

ในยุคที่องค์กรต้องเร่งขับเคลื่อน Digital Transformation ความเร็วในการพัฒนาซอฟต์แวร์กลายเป็นหัวใจสำคัญ องค์กรส่วนใหญ่กลับต้องเผชิญกับ “คอขวด” (Bottleneck) ในกระบวนการทดสอบระบบ (Software Testing) เมื่อวิวัฒนาการของการทดสอบระบบเดินทางมาถึงจุดที่แนวทางแบบเดิมไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป