AIS x Palo Alto Networks เปิดตัวพันธมิตรแบบ MSSP เจ้าแรกของ Telco ไทย ยกระดับความปลอดภัย พร้อมให้บริการแบบครบวงจร

สำหรับใครที่ติดตามข่าวสารของทาง AIS Business มาตลอดจะทราบกันดีว่าตอนนี้ทาง AIS ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแค่ Technology Provider เท่านั้นแล้ว แต่ต้องการที่จะเป็น Business Partner ร่วมพัฒนาโซลูชันกับทางพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ เพื่อให้บริการในหลากหลายธุรกิจ และสามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าองค์กรในการเดินหน้าทำธุรกิจได้อย่างมั่นคง

ล่าสุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทาง AIS Business ก็ได้เปิดตัวเป็นพันธมิตรธุรกิจกับทาง Palo Alto Networks ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัย Cybersecurity ระดับโลกแบบ Managed Security Service Provider (MSSP) ซึ่งถือได้ว่าเป็น Telco เจ้าแรกในประเทศไทยที่มีความร่วมมือในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้น โดยรายละเอียดของความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ทาง TechTalkThai มาสรุปให้ในบทความนี้ครับ

ภาพรวมเทรนด์ Cybersecurity ในปัจจุบัน

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าการคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Threat) นั้นได้มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระบบรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ จำต้องมีพัฒนาการขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้จะเห็นว่ามีวิธีการยอดนิยมที่ใช้งานกันในวงกว้าง นั่นคือการพิสูจน์ตัวตน (Identity) หรือยืนยันตัวตน (Authentication) นั่นเอง หากแต่ในปัจจุบันการโจมตียังพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องที่จะมาในหลากหลายรูปแบบ (Multiple Form) และหลายเทคนิค (Multi-Vector) ดังตัวอย่างที่จะเห็นได้ตามข่าวมากมายเช่น การถูกโจมตีตามช่องโหว่ (Vulnerability) ด้วย Malware หรือถูกโจรกรรมข้อมูลบัญชีผู้ใช้ (Account Hijacking) เป็นต้น จึงเห็นได้ว่าการป้องกันในรูปแบบเดิม ๆ อาจไม่เพียงพอในการป้องกันรักษาความปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว 

นอกจากนี้ ด้วยเทรนด์ Digital Transformation ที่เกิดกระแสมากขึ้นในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จึงยิ่งทวีคูณทำให้พบเจอรูรั่วและรูปแบบเทคนิคแบบใหม่ ๆ ที่ใช้โจมตีทางไซเบอร์เกิดขึ้นมากมายหลากรูปแบบ สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้การรับมือและการดูแลรักษาความปลอดภัยเริ่มทำได้ยากมากขึ้นไปทุกวัน จนอาจทำให้หลายคนและหลายธุรกิจเริ่มมีความวิตกกังวลในการทำธุรกิจบนออนไลน์มากขึ้นในปัจจุบัน 

ด้วยเหตุนี้เอง การร่วมมือกันเป็นพันธมิตรธุรกิจในครั้งนี้ระหว่างทาง AIS Business กับ Palo Alto Networks จึงมุ่งหวังที่จะสร้าง “พลังแห่งความเชื่อใจและไว้วางใจ (Speed of Trust)” เพื่อทำให้หลาย ๆ ธุรกิจมีความมั่นใจที่จะ Transform องค์กรให้สอดรับกับยุคสมัยที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างทันท่วงทีและมีความปลอดภัย

ความร่วมมือแบบ MSSP เป็นอย่างไร

แม้ว่า AIS จะมีบุคลากรที่มีคุณภาพและโซลูชันต่าง ๆ อยู่แล้ว แต่การทำให้โซลูชันเหล่านั้นสามารถให้บริการได้แบบ End-to-End ได้อย่างมั่นใจ จำต้องมีพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการรักษาความปลอดภัย ซึ่ง Palo Alto Networks ก็คือองค์กรที่ถือได้ว่าเป็น Best-in-class ในด้านดังกล่าว จึงทำให้เกิดการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ (Strategic Partnership) ระหว่าง AIS Business กับ Palo Alto Networks ขึ้นมาในครั้งนี้ ซึ่งทั้งสององค์กรจะมาร่วมกันสร้างโซลูชันแบบใหม่เพื่อการทำธุรกิจที่ผสมผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กรเข้าด้วยกัน

โดยความร่วมมือแบบ Managed Security Service Provider (MSSP) นี้จะเป็นการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มของทั้งสององค์กรเข้าหากันอันทำให้เกิดโซลูชันบริการที่ยกระดับความปลอดภัยแบบครบวงจรมากขึ้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีความร่วมมือในลักษณะดังกล่าวระหว่างบริษัท Telco ในไทยกับ Palo Alto Networks อันเป็นองค์กรระดับโลกในเรื่องการรักษาความปลอดภัย

โซลูชันที่จะเกิดขึ้นจาก AIS x Palo Alto Networks

ด้วยความร่วมมือแบบ MSSP นี้เอง จึงทำให้เกิดเป็น 3 โซลูชันใหม่ครั้งแรกของไทยในตอนเริ่มต้นนี้ ที่จะสามารถให้บริการพร้อมกับบริการดูแลรักษาความปลอดภัย (Managed Security Service) ได้อย่าง End-to-End ครบวงจร ที่มีความแตกต่างจากที่อื่นและสามารถตอบโจทย์กับโลกยุคใหม่ได้ โดยทั้ง 3 โซลูชันนั้นคือ

  • ระบบ OT Security เจ้าแรก ที่สามารถรับรองความปลอดภัยได้บนเทคโนโลยี 5G
  • ระบบ SOAR เจ้าแรกที่ทำงานบน CSOC ของ Telco ซึ่งจะให้ความสามารถตอบสนองภัยคุกคามแบบอัตโนมัติ (Automated Response)
  • ระบบ NextGen SD-WAN เจ้าแรก ที่สามารถผสมผสานการทำงานแบบ SASE ได้บนเทคโนโลยี 5G

หากอธิบายให้เห็นภาพมากขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการเชื่อมโยงกันในระดับแพลตฟอร์มซึ่งจะไม่ใช่เป็นอุปกรณ์หรือโซลูชันเดี่ยว ๆ และการเชื่อมโยงกันแบบนี้จะเน้นไปที่ผลลัพธ์ในการตรวจจับภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็ว 

อาจจะมองความร่วมมือนี้เป็นการดำเนินการตามกรอบ NIST Cybersecurity Framework อันเป็นเฟรมเวิร์กระดับโลกในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ก็ว่าได้ โดยทาง Palo Alto Networks จะเป็นเสมือนผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยในโซลูชันต่าง ๆ หรือแต่ละ Endpoint ต่าง ๆ ของทาง AIS อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะสามารถตรวจจับสิ่งผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ทั้งใน LAN หรือ WAN ด้วยระบบ Advanced Detection ที่มีการประยุกต์ใช้ความชาญฉลาดของ AI มาช่วยตรวจจับได้เหนือไปอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งข้อมูลภัยคุกคามที่ตรวจจับได้ก็จะถูกส่งต่อไปยัง CSOC ของทาง AIS เพื่อทำ Automated Response ที่จะสามารถปิดช่องโหว่ได้อย่างทันท่วงที ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าเป็นการดำเนินไปตามกรอบของ NIST Cybersecurity Framework นั่นเอง

ตัวอย่างการใช้งานโซลูชันใหม่ที่เกิดจากความร่วมมือนี้

ด้วยพัฒนาการของเทคโนโลยี 5G ที่ทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลกันในยุคนี้ได้เปลี่ยนไปเป็นลักษณะแบบไร้สายในวงกว้างขึ้นแล้ว สิ่งนี้เองที่ได้ทำให้การทำงานด้าน Operational Technology (OT) เริ่มมีการทำ Digital Transformation กันมากขึ้น จึงทำให้ระบบ OT Security มีความจำเป็นมากขึ้นเพื่อช่วยดูแลความปลอดภัยในจุดต่าง ๆ ภายในโรงงาน ซึ่งโซลูชันของทาง Palo Alto Networks นี้จะเป็นส่วนเสริม เป็น One Stop Solution ที่ดูแลความปลอดภัยบนเครื่องข่าย 5G ได้ ทำให้การทำงานของภาคอุตสาหกรรมกับเครื่องจักรต่าง ๆ หลัง Transform แล้วนั้นดำเนินไปได้อย่างไร้ความกังวล

และจากสถานการณ์ของ COVID-19 ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาก็ได้ทำให้รูปแบบการทำงานกับสถานที่ออฟฟิศนั้นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยเริ่มหันไปใช้งานคลาวด์หรือเชื่อมโยงข้อมูลกันผ่านอินเตอร์เน็ตมากขึ้นเรื่อย ๆ  ซึ่งถ้าหากว่าเกิดเหตุติดขัดข้องเกิดขึ้น ระบบ SD-WAN แบบดั้งเดิมจะไม่สามารถตอบโจทย์ในการหาคอขวดของปัญหาได้เลย

หากแต่ด้วยโซลูชัน NextGen SD-WAN ของทาง Palo Alto Networks ที่สามารถตรวจสอบคอขวดที่เกิดขึ้นได้ถึง Layer 7 หรือ Application Layer นำมาปรับใช้บนเทคโนโลยี 5G ของทาง AIS จึงทำให้เกิดโซลูชันที่ตอบโจทย์กับการทำงานในยุคปัจจุบันได้ดีขึ้น ทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมของจุดที่ติดขัดหรืออาจเป็นคอขวดของการทำงาน SD-WAN ในชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ โซลูชันดังกล่าวยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเปิดร้านเปิดสาขาเพื่อทำเป็น Point of Sale หรือ Point of Service ได้สะดวกและรวดเร็วอีกด้วย

อีกกรณีหนึ่ง แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกองค์กรที่จะสามารถมี CSOC ของตัวเองได้ แต่ถึงแม้ว่าจะสามารถสร้าง CSOC ขึ้นมาได้แล้ว ก็ยังคงมีปัญหาที่ตามมา ทั้งเรื่องการขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถ หรือค่าใช้จ่ายในการดูแลบุคลากรที่ค่อนข้างสูง สิ่งเหล่านี้เองจึงเป็นที่มาของบริการจากทาง AIS ในรูปแบบ CSOC as a Service ที่จะช่วยดูแลความปลอดภัยให้กับระบบของลูกค้าได้แบบ 24×7 ซึ่งการผนึกกำลังกับทาง Palo Alto Networks ที่มีระบบ SOAR เข้ามาช่วยเสริมนั้นได้ช่วยทำให้สามารถทำ Automated Response ในการดำเนินการบางอย่างเพื่อปิดช่องโหว่ได้ทันท่วงที เรียกได้ว่าโซลูชันบริการนี้จะมีความต่างจากเจ้าอื่น ๆ ไปอย่างแน่นอน

บทส่งท้าย

บอกได้เลยว่าความร่วมมือระหว่าง AIS Business กับ Palo Alto Networks ครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการให้บริการโซลูชันแบบใหม่กับธุรกิจที่ต้องการทำ Digital Transformation ได้มั่นใจในเรื่องการรักษาความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวคงจะยังไม่ได้หยุดแค่เฉพาะ 3 โซลูชันที่ได้กล่าวมาข้างต้นเท่านั้นเนื่องจากวิวัฒนาการของภัยคุกคามที่พัฒนาขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น รอติดตามโซลูชันแบบอื่นจากทั้งสององค์กรในเร็ว ๆ นี้ได้เลย

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันของ AIS Business สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ AIS Business ที่ดูแลองค์กรของคุณ หรือ หรือติดต่อที่ cybersecure@ais.co.th ได้เลย หากต้องการรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมสามารถเข้าชมเว็บไซต์ของทาง AIS Business ได้ที่ https://business.ais.co.th/solution/security.html

About chatchai

Tech Writer แห่ง TechTalk Thai ที่สนใจในทุกนวัตกรรมและเทคโนโลยี

Check Also

Omnissa เปิดตัว Workspace ONE UEM 2604 บริหารจัดการ Windows Server ได้แล้ว เพิ่มความสามารถใหม่ๆ มากมาย

Omnissa ได้ออกมาเปิดตัว Release ใหม่ล่าสุด 2604 โดยถือเป็นหนึ่งในการอัปเดตครั้งใหญ่ที่สุด ด้วยความสามารถใหม่ๆ มากมาย ดังนี้

เมื่อ Downtime ไม่ใช่ทางเลือก: สร้าง Hybrid Infrastructure ที่มั่นคงและยืดหยุ่นด้วย IBM Power, IBM PowerVS และอัจฉริยภาพจาก IBM Concert [Guest Post]

ในยุคที่ทุกวินาทีของธุรกิจหมายถึงโอกาสและรายได้ โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (IT Infrastructure) จึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือรองรับการทำงานอีกต่อไป แต่คือ “กระดูกสันหลัง” ขององค์กรที่ต้องทั้งแข็งแกร่งและยืดหยุ่น เมื่อความพร้อมของระบบเชื่อมโยงโดยตรงกับรายได้และความเชื่อมั่นของลูกค้า องค์กรจึงไม่สามารถยอมรับ Downtime ได้อีกต่อไป ความท้าทายสำคัญคือการรักษาความเสถียรของระบบ Mission-Critical ควบคู่ไปกับการรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ …