เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2025 ที่ผ่านมา ทาง AIS ได้จัดงานสัมมนาใหญ่ AIS Business Digital Future 2026: THAI Hyperscale Cloud & AI for Sustainable Nation เพื่อเปิดตัวบริการ AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure (OCI) ซึ่งเป็นบริการ Hyperscale Cloud ที่ใช้พื้นฐานเทคโนโลยีจาก Oracle และออกแบบบริการให้เป็น Sovereign Cloud ที่ข้อมูล, ทีมงานให้บริการ, การคิดค่าใช้จ่าย และการบังคับใช้ทางกฎหมายทั้งหมดจะอยู่ในประเทศไทยอย่างสมบูรณ์ เปิดโอกาสให้ธุรกิจองค์กรที่มีข้อมูลละเอียดอ่อนสูง, สถาบันการเงิน และหน่วยงานภาครัฐสามารถใช้งานเทคโนโลยี Cloud ระดับโลกได้อย่างมั่นใจในอธิปไตยของข้อมูล
ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้ไปร่วมงานในครั้งนี้ จึงขอนำประเด็นน่าสนใจในงานสัมมนา และบูธจัดแสดงเทคโนโลยีมานำเสนอในบทความนี้ครับ

AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure: Hyperscale Cloud ที่ใช้เทคโนโลยีจาก Oracle และติดตั้งใช้งานบริหารจัดการในแบบ Sovereign Cloud
การเปิดตัว AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure ภายใต้สโลแกน Built for Innovation. Ready for AI. ถือว่ามีความน่าสนใจมากสำหรับภาคธุรกิจองค์กรไทย เพราะถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยจะมีบริการ Cloud ในแบบ Sovereign Cloud ที่ใช้เทคโนโลยีระดับ Hyperscale Cloud ในระดับโลก ต่างจากการมาเปิดให้บริการ Cloud จากผู้ให้บริการระดับโลกรายอื่นๆ อย่างชัดเจน

ในขณะเดียวกัน AIS Business เองก็มีความชัดเจนในการยกระดับบริการ Cloud ของตนเองจากการเปิดตัวในครั้งนี้ เนื่องจากเทคโนโลยีจาก Oracle ที่ถูกนำมาใช้นี้ถือเป็นเทคโนโลยีมาตรฐานเดียวกับ Hyperscale Cloud ระดับโลก ที่สามารถรองรับ Workload แห่งอนาคตอย่าง AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยมีพื้นที่ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางด้าน AI อย่างเต็มที่ และช่วยให้ธุรกิจองค์กรไทยมีทางเลือกใหม่ๆ ในการใช้งาน AI Workload ได้อย่างมั่นใจในความมั่นคงปลอดภัยและอธิปไตยของข้อมูล
AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure จะกลายเป็นรากฐานสำคัญในการพาธุรกิจองค์กรไทยไปสู่ปลายทางของวิสัยทัศน์จาก AIS ด้วยแนวคิด Connect + Compute + Create ซึ่ง AIS มองว่าเป็นรากฐานสำคัญของ AI และการเติบโตอย่างยืดหยุ่นมั่นคงของธุรกิจไทยนั่นเอง

ตอบโจทย์การใช้บริการ Hyperscale Cloud อย่างครบวงจรด้วยความสามารถของ Oracle Cloud Infrastructure
AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure นี้ใช้เทคโนโลยีชุดเดียวกับบริการของ Oracle Cloud ที่มีอยู่มากกว่า 200 Region ทั่วโลก มาพร้อมกับบริการมากกว่า 100 Service ให้พร้อมใช้งาน รองรับครอบคลุมถึง Compute, Storage, Network, Database, AI, Low-Code, No-Code, DevOps, Security, IAM, Edge, Monitoring, APM และอื่นๆ อีกมากมาย ในขณะที่ระบบทั้งหมดเบื้องหลังบริการ Cloud นั้น ก็มีการออกแบบ ติดตั้ง ควบคุมมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัย และดูแลรักษาในระดับเดียวกับ Oracle Cloud Infrastructure ทั่วโลกเช่นเดียวกัน พร้อมทรัพยากรประมวลผลภายในระบบ Cloud ที่มีขนาดใหญ่ มั่นใจได้ในความยืดหยุ่นด้านการเพิ่มขยายระบบในอนาคตได้ตามต้องการ

สำหรับความพร้อมในแง่ของ AI นั้น Oracle Cloud Infrastructure ก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะแม้แต่ผู้พัฒนา AI Model ชั้นนำระดับโลกอย่าง OpenAI ก็ยังเลือกที่จะทำการ Train AI Model บน Oracle Cloud Infrastructure ด้วยเช่นกัน ด้วยสาเหตุด้านประสิทธิภาพการทำงานของระบบโดยรวมที่สูง ซึ่งสามารถช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ในการฝึก AI ลงได้อย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเวลาที่ลดลงนี้ก็จะหมายถึงค่าใช้จ่ายที่น้อยลงตามไปด้วย รวมถึงยังมีประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่ใช้ในการฝึก AI ที่ Oracle Cloud Infrastructure เองก็ตอบโจทย์ได้ดี และต่อยอดมาจนถึงการชนะโครงการ Stargate ซึ่งเป็น AI Infrastructure ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง
ในมุมของ AIS Business นั้นมองว่า AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure จะกลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ธุรกิจองค์กรไทยสามารถใช้ในการ Modernize ระบบ IT สำคัญของธุรกิจได้ ดังนี้

Modernized Business Application
- Oracle DB Packaged Apps สำหรับธุรกิจที่มีการใช้โซลูชันของ Oracle อยู่แล้วก็สามารถเลือกย้ายมาใช้งาน AIS Cloud ได้อย่างมั่นใจ และเป็นทางเลือกในการควบคุมค่าใช้จ่ายกับการลงทุนในระบบ On-Premises แบบดั้งเดิมได้
- Custom & 3rd Party Apps สำหรับธุรกิจที่มีการใช้งานโซลูชันของผู้พัฒนารายอื่นๆ ก็สามารถย้ายระบบขึ้นมาสู่ AIS Cloud ได้เช่นกัน
- ISVs Apps สำหรับนักพัฒนา Software ไทยที่มีการพัฒนาโซลูชันของตนเอง ก็สามารถพิจารณาใช้ AIS Cloud และ Oracle เป็นพันธมิตรในการให้บริการลูกค้าของตนเองได้
- Cloud Native Apps สำหรับผู้ที่มีการใช้สถาปัตยกรรม Container อย่าง Kubernetes หรือมีการทำ DevOps และ DevSecOps ก็สามารถเลือกใช้งาน AIS Cloud ในการรองรับ Workload เหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน
- MySQL Apps สำหรับธุรกิจที่มีการใช้ MySQL เป็นส่วนสำคัญของระบบ ก็สามารถพิจารณาใช้งาน MySQL บน AIS Cloud ได้เช่นเดียวกัน
Modernized Data Platform
- Oracle DB Consolidation สำหรับธุรกิจที่มีการใช้งาน Oracle Database สามารถทำการยกระดับข้อมูลด้วยการผสานรวมระบบ Database ที่กระจัดกระจาย ขึ้นสู่ Cloud ทั้งหมดเพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษา บริหารจัดการ และใช้งานต่อยอดได้ในอนาคต
- Cloud Data Warehouse/Lakehouse/Analytics สำหรับธุรกิจที่ต้องการรวบรวมข้อมูลจากหลายส่วนเพื่อทำการวิเคราะห์ หรือต่อยอดให้ AI ได้นำไปเรียนรู้สร้าง Model ใหม่ๆ ก็สามารถเลือกใช้บริการในส่วนนี้ได้
- Cloud Backup/DR สำหรับธุรกิจที่ต้องการสำรองข้อมูล หรือต้องการทำ Disaster Recovery ไม่ว่าจะเป็นแบบ On-Premises to Cloud หรือ Cloud to Cloud ทาง AIS Cloud ก็พร้อมให้บริการในส่วนนี้ ด้วยการมี Region Pair ในประเทศไทยสำหรับทำ DC/DR ได้ในตัว
- Data Science & AI Services สำหรับธุรกิจที่มีการพัฒนาโมเดลด้าน Machine Learning, Deep Learning หรือ AI ก็สามารถใช้ AIS Cloud ได้ทั้งในส่วนของ Training และ Inference อย่างครบวงจร
อีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจนั้นก็คือความยืดหยุ่นในการใช้งาน AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure ที่ธุรกิจองค์กรสามารถเลือกขนาดของ CPU, Memory, IOPS ได้ตามต้องการ ไม่ต้องยึดติดกับ Instance ขนาดต่างๆ ที่ผู้ให้บริการ Cloud รายอื่นๆ มักกำหนดมาให้ ซึ่งแนวทางของ AIS Cloud นี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเพิ่มขยายขนาดของระบบให้เหมาะสมกับการใช้งานได้จริงๆ ไม่ต้องไปเลือกใช้ Instance ที่มีขนาดใหญ่เกินความต้องการมาใช้งานเมื่อมีการเพิ่มขยาย

ไฮไลท์สำคัญหนึ่งของ AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure นี้ก็คือ AI Database ที่มีการใช้ Oracle Database ซึ่งเป็น Autonomous DB มาให้บริการเป็นหลัก ดังนั้นธุรกิจองค์กรจึงมั่นใจได้ว่าจะได้ใช้งานเทคโนโลยี Database ที่ดีที่สุดในโลกเทคโนโลยีหนึ่ง โดยทุกวันนี้ Oracle ก็ได้มีการผสานรวมเทคโนโลยี AI เข้าไปด้วยแล้ว ทำให้ Oracle Database สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพหรือแก้ไขปัญหาได้อย่างง่ายดายด้วย AI อีกทั้งยังมี AI ที่เป็นตัวช่วยในการเข้าถึงข้อมูลภายใน Database ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Query ตามคำสั่งของเรา หรือการถามคำถามกับ Database ด้วยภาษาธรรมชาติโดยตรงก็ตาม
ทางด้านการทำ Auto Scaling เองก็มีความแตกต่างอยู่ไม่น้อย โดย AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure รองรับการทำ Auto Scaling ได้ทั้งในแบบ Horizontal Scaling ที่เพิ่ม Node เข้าไปในบริการส่วนที่เป็น Frontend เพื่อรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากขึ้นได้ และยังสามารถทำ Vertical Scaling เพิ่ม CPU และ RAM ให้กับ Database Instance เพื่อรับมือกับการเขียนอ่านข้อมูลปริมาณมหาศาลได้ โดยยังมี Network Scaling เพิ่มปริมาณ Bandwidth เพื่อรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากขึ้นชั่วคราวได้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่า AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure มีความสามารถในระดับ Hyperscale Cloud จริงๆ และมาพร้อมกับความเชี่ยวชาญของ Oracle ที่เป็นผู้นำด้านระบบ IT Infrastructure สำหรับภาคธุรกิจองค์กรและ Application ขนาดใหญ่ระดับโลก จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจพิจารณาใช้งานในเชิงเทคโนโลยีไม่น้อยเลยทีเดียว
มั่นใจในอธิปไตยของข้อมูล ด้วยแนวทาง Sovereign Cloud
“ข้อมูลธุรกิจของคุณบน Cloud อยู่ที่ไหน?”, “ข้อมูลเหล่านั้นอยู่ภายใต้กฎหมายของใคร?” และ “เราควบคุมข้อมูลเหล่านั้นได้จริงๆ หรือไม่?”
AIS Business เชื่อว่าคำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่ธุรกิจองค์กรส่วนมากตอบไม่ได้ และนั่นก็หมายถึงความเสี่ยงที่หลายองค์กรอาจจะยังไม่เคยคาดถึงมาก่อน ซึ่งนี่เองก็เป็นที่มาว่าทำไม AIS Business ถึงมุ่งมั่นที่จะให้บริการ Sovereign Cloud ในประเทศไทยมาโดยตลอด แม้จะนำเทคโนโลยีระดับ Hyperscale Cloud จาก Oracle มาเปิดให้บริการ AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure ก็ตาม ก็ยังคงต้องนำแนวทาง Sovereign Cloud มาใช้ด้วยเช่นกัน

ภายใต้แนวคิด Sovereign Cloud นี้ AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure จึงมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
- มี Data Center ภายในประเทศไทยทั้งหมด จัดเก็บข้อมูลในประเทศไทย ไม่มีการสำรองหรือสำเนาข้อมูลไปยังประเทศอื่น
- ระบบ Cloud Infrastructure ทั้งหมดทำงานในประเทศไทย ไม่มีการเชื่อมต่อระบบบริหารจัดการไปยัง Public Cloud
- Data Center, Cloud Infrastructure และ Data ทั้งหมดอยู่ภายใต้กฎหมายไทยเท่านั้น อยู่ใต้อำนาจศาลไทย ไม่ถูกบังคับโดยกฎหมายประเทศอื่น
- ปฎิบัติตามการกำกับดูแลของหน่วยงานภาครัฐไทย อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เป็นต้น
- คิดค่าใช้จ่ายเป็นหน่วยเงินบาท ไม่มีการแปลงค่าสกุลเงินแต่อย่างใด
- มีทีมงานคนไทยให้บริการ 100% ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
ความเป็น Sovereign Cloud ของ AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure นี้ ทำให้บริการนี้มีความแตกต่างจากผู้ให้บริการ Cloud ชั้นนำระดับโลกรายอื่นที่มาเปิดให้บริการในประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะถึงแม้ผู้ให้บริการบางรายจะมีการลงทุนสร้าง Data Center ในประเทศไทย แต่ความเป็นเจ้าของและการถูกบังคับใช้กฎหมาย ก็ยังอยู่ที่ประเทศอื่นๆ ด้วยอยู่ดี จึงมีความเสี่ยงที่ผู้บังคับใช้กฎหมายในประเทศนั้นๆ อาจใช้อำนาจเข้าถึงข้อมูลหรือยับยั้งการให้บริการ Cloud ได้ ในขณะที่ AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure ซึ่งเป็น Sovereign Cloud อย่างแท้จริงจะไม่มีความเสี่ยงในประเด็นเหล่านี้

นอกจากนี้ AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure ยังเป็น Local Cloud แห่งเดียวในไทยที่มี DR Region ภายในประเทศให้ใช้งานควบคู่กันไปได้ด้วย ในขณะที่ผู้ให้บริการ Cloud ค่ายอื่นๆ ถึงแม้จะมาเปิด Data Center ภายในไทยหลายแห่ง แต่ Data Center เหล่านั้นก็ทำงานร่วมกันเป็น Region เดียวกันเท่านั้น จึงไม่สามารถรองรับการทำ Disaster Recovery ได้ แต่ AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure สามารถตอบโจทย์นี้ได้ด้วย 2 Region ในประเทศ
ความพร้อมทั้งหมดนี้เอง ทำให้ AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure สามารถเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับธุรกิจที่มีความต้องการในการใช้ Cloud แต่ก็มีข้อกังวลเรื่อง Data Security, Data Privacy และการจัดเก็บข้อมูลในประเทศไทย อย่างเช่น สถาบันการเงิน หรือหน่วยงานภาครัฐ ที่ตอนนี้ AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure พร้อมเป็นทางเลือกในการใช้งาน Cloud ให้กับหน่วยงานเหล่านี้ได้แล้ว

“วันนี้ AIS ได้ก้าวสู่อีกขั้นของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ควบคู่กับการพัฒนาคน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องมี AI เป็นของตัวเอง เพื่อเสริมความมั่นคงด้านเทคโนโลยีในอนาคต เพราะ AIS เชื่อว่า “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เป็นของคนไทย” คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล จึงเป็นที่มาในการเดินหน้าลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่องผ่านการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำระดับโลก สู่การให้บริการ AIS Cloud powered by Oracle Cloud Infrastructure แพลตฟอร์มคลาวด์มาตรฐานระดับโลกรายแรกของไทย ที่ดำเนินการโดยคนไทย 100% พร้อมศูนย์ข้อมูลในประเทศ (Local Data Center) ซึ่งช่วยให้องค์กรภาครัฐและเอกชนสามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมั่นใจในความปลอดภัย และเป็นไปตามกฎหมายไทยทุกประการ” คุณภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS กล่าว
รองรับการใช้งานได้ทั้งสำหรับหน่วยงานภาครัฐ, สถาบันการเงิน และธุรกิจองค์กร ผ่านการรองรับ dSURE Cloud ระดับ 3 ดาว
นอกเหนือไปจากการเป็น Sovereign Cloud อย่างเต็มตัวของ AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่จะทำให้หน่วยงานรัฐมั่นใจได้มากขึ้นนั้น ก็คือการที่ AIS Cloud ได้ผ่านการรับของโดย depa ด้วยมาตรฐาน dSURE ระดับ 3 ดาวเป็นรายแรกๆ ของประเทศ ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดสำหรับบริการ Cloud ที่มีความสามารถครบถ้วน, มีความมั่นคงปลอดภัยในระดับมาตรฐานสากล, มีความยั่งยืนในแง่ของการใช้พลังงาน และมีการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดในประเทศไทยโดยไม่มีการส่งออกไปภายนอกอย่างแท้จริง
การได้รับการรับรองตามมาตรฐาน dSURE นี้ ยังส่งผลดีต่อหน่วยงานเอกชนที่จะสามารถใช้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีได้หากเลือกใช้บริการที่ผ่านการรับรอง dSURE ทำให้ AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure เองก็สามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ธุรกิจองค์กรไทยจะสามารถรับการสนับสนุนการลดหย่อนภาษีจากภาครัฐได้
เข้าถึงและใช้งานได้ง่าย ผ่านทีมงาน AIS Business รวมถึงพันธมิตรชั้นนำอย่าง MFEC และ Yip In Tsoi
อีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ AIS Business ได้นำมาเปิดเผยในงานสัมมนาครั้งนี้ ก็คือการจับมือเป็นพันธมิตรกับ MFEC และ Yip In Tsoi ในฐานะของ Master Dealer ที่สามารถขาย AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure ได้ ซึ่งทั้งสองบริษัทนี้ต่างเป็นก็เป็นธุรกิจ IT ที่มีความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีของ Oracle มาอย่างยาวนาน และมีกลุ่มลูกค้าทั้งในภาครัฐ, สถาบันการเงิน และหน่วยงานเอกชนขนาดใหญ่มากมาย เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจองค์กรไทยสามารถเข้าถึงและใช้งาน AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure ผ่านพันธมิตรที่คุ้นเคยได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

พร้อมพัฒนาทักษะบุคลากรไทย ให้ใช้ AI เป็นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ในการเปิดตัวครั้งนี้ Oracle ยังได้ประกาศถึงความร่วมมือกับ depa ในการนำ Oracle University มาเปิดให้ผู้ที่สนใจได้เรียนกันฟรีๆ กับเนื้อหาที่ครอบคลุมทั้ง Cloud, AI, Machine Learning, Generative AI และอื่นๆ อีกมากมาย โดยเนื้อหาทั้งหมดมี Subtitle ภาษาไทยให้ผู้ที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ พร้อมยังสามารถสอบ Certificate ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย ถือเป็นอีกโครงการหนึ่งที่มีความน่าสนใจในแง่ของการพัฒนาทักษะของคนไทยให้มีความรู้เตรียมพร้อมรับมือกับโลกยุค AI ได้เป็นอย่างดี
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเริ่มต้นเข้าไปเรียนรู้ใน Oracle University + depa ได้แล้วที่ https://education.oracle.com/DEPA
สนใจใช้งาน AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure ติดต่อทีมงาน AIS Business ได้ทันที ที่ E-mail: business@ais.co.th หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://m.ais.co.th/EKH6vAoFy
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






