5 เหตุผลที่ทำให้ AIS Data Center สามารถตอบโจทย์ทั้งการใช้งานระดับ Enterprise ไปจนถึง Hyperscaler Cloud

ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI และ Data ที่ได้ก้าวเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญของทุกธุรกิจ เทคโนโลยี Cloud และ Data Center นั้นก็เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน ในฐานะระบบ IT Infrastructure พื้นฐานสำหรับให้บริการ AI และ Data แม้แต่ในประเทศไทย ก็มีการคาดการณ์ว่าแนวโน้มการเติบโตของ Cloud โดยเฉลี่ยต่อปีจะสูงถึง 23% ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027 เช่นกัน

แนวโน้มดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการในระบบโครงสร้างพื้นฐานทางด้าน IT ที่มีเสถียรภาพและมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะ AI มาใช้งานนั้นเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่อง และมั่นใจในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ ซึ่ง AIS Data Center เองก็ได้ผ่านบทพิสูจน์ในฐานะของการเป็น Data Center ที่มีมาตรฐานระดับโลก เพื่อให้บริการ Hyperscaler Cloud อย่าง AIS Cloud powered by Oracle Cloud Infrastructure มาแล้ว

แล้วอะไรที่ทำให้ AIS Data Center สามารถให้บริการถึงระดับ Hyperscaler Cloud ได้? นั่นก็เป็นเพราะคุณสมบัติสำคัญ 5 ประการที่ AIS Data Center สามารถนำเสนอแก่ลูกค้าองค์กรไปจนถึงลูกค้ากลุ่ม Hyperscaler Cloud ได้ ดังนี้

1. ความปลอดภัยสูงด้วยมาตรฐานสากลระดับโลก

AIS Data Center ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากลหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น Uptime Tier III (Facility), ISO14001, ISO 50001, ISO 20000-1, ISO 27701, ISO 27001, ISO 22301 และ SOC 2 Type II นอกจากนี้ ยังได้รับการรับรองในด้านการให้บริการ Cloud Service ตามมาตรฐาน CSA-STAR, ISO 27017 และ ISO 27018 ซึ่งล้วนเป็นมาตรฐานสำคัญที่เน้นความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และความต่อเนื่องทางธุรกิจ ด้วยมาตราฐานเหล่านี้ ทำให้ธุรกิจที่มีความต้องการด้านความปลอดภัยของข้อมูลและระบบโครงสร้างพื้นฐาน สามารถเลือกใช้บริการจาก  AIS Data Center ได้อย่างวางใจ

2.โครงข่ายประสิทธิภาพสูงทั้งในและต่างประเทศระดับ Carrier-Grade ตอบโจทย์ Hybrid Multi-Cloud ได้อย่างมั่นใจ

ด้วยธุรกิจหลักของ AIS ในฐานะของผู้ให้บริการโครงข่ายชั้นนำของประเทศไทย จึงมีทั้งระบบโครงข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมทั้งมีการเชื่อมต่อกับ International Internet Gateway โดยตรง ซึ่งทำให้การใช้งาน AIS Data Center นั้นจะทำให้มีการเชื่อมต่อเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว เสถียร มีประสิทธิภาพที่สูง และมี Latency ที่ต่ำทั้งในระดับประเทศและระดับสากล

3. รองรับการใช้พลังงานสูง ตอบโจทย์ AI ได้ครบวงจร

เมื่อแนวโน้มของเทคโนโลยี AI กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว AIS ก็ได้ร่วมมือกับ Gulf และ Singtel ในการพัฒนา GSA Data Center ขึ้น เพื่อรองรับความต้องการเฉพาะทางของ AI และ Hyperscaler Cloud โดยเฉพาะ ศูนย์ข้อมูลแห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณสูงสำหรับรองรับการประมวลผล AI ด้วย GPU จำนวนมาก พร้อมด้วยระบบระบายความร้อนที่ล้ำสมัย เหมาะสมต่อการให้บริการในฐานะ AI Data Center

4. มั่นคงและยั่งยืน ด้วยแนวคิด Green Data Center

แนวคิดด้าน Green Data Center เป็นสิ่งที่ AIS ให้ความสำคัญในการออกแบบและพัฒนา Data Center ทุกแห่ง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในด้านการใช้พลังงานและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ที่ GSA Data Center ดำเนินการการออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูงในการใช้พลังงานและการระบายความร้อน พร้อมทั้งเลือกใช้พลังงานสะอาด (Green Energy) เป็นส่วนหนึ่งของระบบการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้าน ESG อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED Gold ซึ่งเป็นมาตรฐานอาคารเขียวระดับสากล ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ AIS ในการสร้างศูนย์ข้อมูลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และพร้อมรองรับการเติบโตของ AI Workload อย่างมั่นคงและยั่งยืน

5. บริการ 24×7 โดยทีมวิศวกรมืออาชีพ พร้อมให้บริการทั้งระดับองค์กรและ Hyperscaler

การบริหารจัดการ Data Center และ Cloud Infrastructure จำเป็นต้องอาศัยความพร้อมทั้งในด้านเทคโนโลยีและทีมงาน AIS มีทีมงานวิศวกรเฉพาะทางที่ผ่านการรับรองจากสถาบันระดับโลกในแง่มุมต่างๆ มากกว่า 100 คน พร้อมให้บริการและคำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังมีศูนย์ Network Operations Center (NOC) ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน (24×7) เพื่อดูแลด้านความพร้อมของระบบเครือข่าย การเชื่อมต่อ และการทำงานของอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง ด้วยมาตรฐานการให้บริการที่ชัดเจนผ่าน SLA (Service Level Agreement) AIS จึงสามารถตอบสนองความต้องการได้ทั้งในระดับ องค์กรธุรกิจ (Enterprise) และ ผู้ให้บริการ Cloud ระดับ Hyperscaler ได้อย่างครอบคลุม ทั้งในมิติของ โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี กระบวนการ และบุคลากร

AIS Cloud powered by Oracle Cloud Infrastructure คือ THAI Hyperscale Cloud ที่เป็น Sovereign Cloud เพื่อให้บริการ Cloud บริการคลาวด์ระดับ Hyperscale ที่บริหารจัดการโดยคนไทย เพื่อคนไทย แก่ธุรกิจองค์กรในประเทศไทย โดยใช้เทคโนโลยีของ Oracle ที่ทำงานอยู่ภายใน AIS Data Center ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ AIS Cloud powered by Oracle Cloud Infrastructure เป็นบริการ Sovereign Cloud ที่สมบูรณ์ได้ในประเทศไทย ได้แก่

  • การให้บริการทั้งหมดดำเนินงานอยู่ภายในประเทศไทย ทั้งในส่วนของ Data Center, เทคโนโลยี และทีมงานผู้ให้บริการ
  • การให้บริการที่ปฏิบัติตาม ข้อกำหนดทางกฎหมายของประเทศไทยอย่างครบถ้วน โดยไม่มีข้อผูกพันกับกฎหมายต่างประเทศใด ๆ ช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าจะไม่ถูกแทรกแซงด้วยประเด็นทางข้อกฎหมายของประเทศอื่นๆ อย่างแน่นอน
  • ช่วยให้สามารถให้บริการด้วย ความเร็วสูงและค่า Latency ที่ต่ำ รองรับการเข้าถึงระบบและแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่าง รวดเร็ว เสถียร และมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย
  • การคิดค่าบริการเป็นสกุลเงินบาทไทยโดยตรง ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากความผันผวนของค่าเงิน
  • มีทีมงาน Cloud Architect ของ AIS พร้อมให้การสนับสนุนการใช้งาน และการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้มั่นใจในความเร็วและความแม่นยำในการให้บริการแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี

แน่นอนว่าภายใต้ความร่วมมือนี้ AIS Data Center ก็ได้รับการตรวจสอบและผ่านมาตรฐานตามข้อกำหนดของ Oracle เพื่อให้มั่นใจว่าการให้บริการ AIS Cloud powered by Oracle Cloud Infrastructure นั้นจะเป็นไปด้วยประสบการณ์ระดับเดียวกับการใช้งานบริการ Cloud ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความมั่นคง ความต่อเนื่องในการใช้งาน และความปลอดภัยของ Data Center ก็ตาม 

ด้วยเหตุนี้ AIS Cloud powered by Oracle Cloud Infrastructure จึงเป็นบริการ Sovereign Cloud ในประเทศไทย ที่พร้อมทำหน้าที่เป็นรากฐานทางดิจิทัลที่สำคัญของธุรกิจ ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจองค์กรไทย โดยเฉพาะสำหรับหน่วยงานภาครัฐและภาคการเงินที่มีความต้องการในการปกป้องระบบและข้อมูลสำคัญสูงเป็นพิเศษนั่นเอง 

สำหรับผู้ที่สนใจ AIS Data Center สามารถติดต่อทีมงาน AIS Business ได้ทันทีที่ business@ais.co.th หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://m.ais.co.th/mlHBvwWCo

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

ยกระดับองค์กรสู่ยุค AI ด้วยการผสานความสามารถของ Everpure (formerly by Pure Storage)และ Blendata [PR]

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา องค์กรจำนวนมากเริ่มลงทุนด้าน Data และ AI อย่างจริงจัง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับไม่ใช่ “การเร่งสปีด” ของธุรกิจ เพราะหลายองค์กรยังติดอยู่กับปัญหาเดิม ทั้งระบบที่ซับซ้อน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และ AI ที่ยังไปไม่ถึงระดับ …

รู้จักกับ FortiCNAPP และ eCloudvalley AI-Powered Managed Services เพราะ Cloud Security ไม่ใช่แค่เรื่องของการมีเครื่องมือ

จากผลสำรวจ Cloud Security Report 2026 พบว่า Hybrid Cloud ได้รับความนิยมมากที่สุดในองค์กร และ 1 ใน 3 ของผู้ทำแบบสำรวจยอมรับว่าตนมีใช้ Cloud …