AIS คว้ารางวัล Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2025 ชูมาตรฐานเหนือชั้น มั่นคงปลอดภัยตอบโจทย์การใช้งานในภาคธุรกิจองค์กรและภาครัฐ

ในกิจกรรม Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2025 บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัทในเครือ AIS ได้รับรางวัล Best Performance Awards ประเภทหน่วยงานที่พร้อมในการปฏิบัติตามมาตรฐานผู้ให้บริการคลาวด์ ในระดับหน่วยงานที่มีผลการประเมินผ่านเกณฑ์ระดับดีเลิศ ซึ่งเป็นหนึ่งในสองหน่วยงานที่ผ่านการประเมินในระดับสูงสุด เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของธุรกิจอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย, การดำเนินการตามมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัย, การกำหนดกระบวนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ชัดเจน ไปจนถึงการลงทุนด้านบุคลากรเพื่อเสริมความตระหนักรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้ธุรกิจองค์กรและหน่วยงานภาครัฐมั่นใจในทุกบริการของ AIS ว่าจะมีความมั่นคงปลอดภัยอย่างแน่นอน

การรับรางวัลในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ AIS มีให้แก่ลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการกำหนดบรรทัดฐานใหม่ในด้าน Cybersecurity ของประเทศไทย ที่ทำให้ธุรกิจองค์กรและหน่วยงานภาครัฐต้องหันมาพิจารณาใหม่ถึงขอบเขตด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม และปัจจัยที่ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าเทคโนโลยีหรือบริการที่เลือกใช้จะมีความมั่นคงปลอดภัยที่เพียงพอต่อการนำไปใช้งานรองรับระบบสำคัญขององค์กร

 

การเลือกใช้งานเทคโนโลยีที่มีความมั่นคงปลอดภัยและมีอธิปไตยของเทคโนโลยีและข้อมูล กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการพิจารณากันทั่วโลก

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าในการเลือกใช้เทคโนโลยีใดๆ นั้น การพิจารณาถึงประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยของเทคโนโลยีหรือผู้ให้บริการนั้นถือเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ เพื่อให้ธุรกิจองค์กรมีความมั่นใจในการใช้งาน และลดความเสี่ยงที่องค์กรจะต้องหยุดชะงักจากเหตุการณ์ภัยคุกคามที่ไม่คาดฝัน โดยประเด็นดังกล่าวนี้ก็กำลังกลายเป็นข้อกังวลของเหล่าธุรกิจองค์กรทั่วโลก โดยหากอ้างอิงจากรายงาน The 2025 State of Cloud Security Report ของ Fortinet นั้นจะพบว่า

  • Cloud Security และ Cloud Compliance นั้นเป็นปัจจัยที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT กังวลมากที่สุดในการเลือกใช้บริการ Cloud โดยมีผู้ถูกสำรวจกว่า 61% นั้นกำลังเผชิญกับความท้าทายในการดำเนินการตามข้อกฎหมายและการปกป้องข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนสูงในการใช้ Cloud
  • ผู้เชี่ยวชาญกว่า 63% ระบุว่าการทำ Data Security และ Data Privacy นั้นเป็นความท้าทายในการบริหารจัดการและใช้งาน Cloud ซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญมีความกังวลมากที่สุดในหัวข้อนี้
  • 76% ของผู้เชี่ยวชาญระบุว่ากำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการปกป้องและรับมือกับภัยคุกคามที่ทวีความซับซ้อนขึ้นทุกวัน

 

ด้วยเหตุนี้เอง ปัจจัยด้าน Cybersecurity จึงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทุกธุรกิจองค์กรและหน่วยงานภาครัฐต้องนำมาใช้ในการตัดสินใจเลือกบริการ Cloud เพิ่มเติมจากปัจจัยอื่นๆ เพราะไม่ว่าบริการ Cloud นั้นๆ จะมีประสิทธิภาพหรือความสามารถมากมายเพียงใด แต่หากไม่มี Cybersecurity ในระดับที่ดีเพียงพอ, ไม่มีอธิปไตยในข้อมูลอย่างแท้จริง หรือไม่มีทีมงานผู้ให้บริการ Cloud คอยช่วยสนับสนุนเฝ้าระวังด้าน Cybersecurity นั่นแปลว่าองค์กรนั้นๆ กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงร้ายแรงทางธุรกิจอยู่ และไม่อาจต่อยอดไปสู่การใช้ AI ร่วมกับข้อมูลสำคัญของธุรกิจในอนาคตได้

อย่างไรก็ดี อีกประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ก็คือประเด็นด้านอธิปไตยของเทคโนโลยีและข้อมูล จากเหตุการณ์ความไม่มั่นคงจากความขัดแย้งระดับประเทศที่ทั่วโลกกำลังต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านสงคราม, นโยบายทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป หรือแม้แต่ประเด็นด้าน Scammer ที่มีการโจมตีข้ามชาติก็ตาม

ปัญหาเหล่านี้ทำให้หลายประเทศได้กลับมาพิจารณาถึงอธิปไตยของเทคโนโลยีและข้อมูลกันอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างความมั่นคงภายในประเทศ และมั่นใจได้ว่าหากเกิดความขัดแย้งหรือเหตุการณ์ระดับนานาชาติใดๆ ในอนาคต เทคโนโลยีและข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการขับเคลื่อนประเทศหรือขับเคลื่อนธุรกิจองค์กรนั้นจะไม่หยุดชะงักจากการดำเนินการทางกฎหมายหรือนโยบายตอบโต้ระหว่างประเทศนั่นเอง

 

ได้รับมาตรฐาน ISO นั้นอาจยังไม่เพียงพอ แต่ยังต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญอื่นๆ ด้วย

ที่ผ่านมาการพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยีหรือบริการใดๆ นั้น อาจทำการพิจารณาโดยอ้างอิงจากมาตรฐานสากลอย่างเช่น ISO เพื่อให้มั่นใจในความมั่นคงปลอดภัย แต่ด้วยประเด็นข้างต้นที่กล่าวมา ทุกวันนี้ธุรกิจองค์กรและหน่วยงานภาครัฐต่างก็ต้องพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยีให้ถี่ถ้วน ครอบคลุมในหลายแง่มุมมากยิ่งขึ้น ดังนี้

  • การรับรองตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น ISO, IEC หรือ CSA STAR ที่เคยเป็นประเด็นพิจารณาหลักนั้นยังคงต้องถูกใช้งานอยู่ในฐานะหนึ่งในปัจจัยที่ต้องพิจารณาร่วมกับประเด็นอื่น
  • การปฏิบัติตามข้อกฎหมายและมาตรฐานของประเทศที่ใช้เทคโนโลยีหรือบริการ โดยส่วนมากเทคโนโลยีหรือบริการใดๆ นั้นมักมีการปฏิบัติตามข้อกฎหมายของประเทศในสาขาหลักของบริษัทอยู่แล้ว และต้องทำการสอบทานกับกฎหมายของประเทศผู้ใช้เทคโนโลยีหรือบริการเพิ่มเติมในภายหลัง ซึ่งมักจะไม่สอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์ และเกิดค่าใช้จ่ายหรือเวลาในการดำเนินการสอบทานเพิ่มเติม
  • ความเป็นอธิปไตยทางเทคโนโลยีและข้อมูล เทคโนโลยีในกลุ่ม Cloud หรือบริการในรูปแบบ Managed Services นั้นมักจะต้องยึดถือข้อกฎหมายร่วมกันระหว่างประเทศต้นทางผู้พัฒนาเทคโนโลยีหรือผู้ให้บริการ ร่วมกับประเทศปลายทางของลูกค้าผู้ใช้งาน ทำให้ในมุมของผู้ใช้งานเทคโนโลยีหรือบริการเหล่านั้น ยังอาจมีความเสี่ยงในการถูกเข้าถึงหรือระงับการใช้งานเทคโนโลยีหรือข้อมูลเหล่านั้นจากการบังคับใช้กฎหมายของประเทศเจ้าของเทคโนโลยีหรือบริการได้
  • การกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัย, กระบวนการ และการกำกับดูแลบังคับใช้สำหรับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน นอกเหนือจากการที่เทคโนโลยีหรือบริการนั้นต้องผ่านการรับรองตามมาตรฐานสากล, การสอบทานให้ทำงานได้ถูกต้องตามกฎหมาย และมีความเป็นอธิปไตยทางเทคโนโลยีและข้อมูลแล้ว ในฐานะของผู้ให้บริการภายในประเทศก็ควรจะต้องมีนโยบาย, กระบวนการ และการกำกับดูแลที่เชื่อถือได้ เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความมั่นคงปลอดภัยที่ครอบคลุม

 

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. ในฐานะขององค์การมหาชนซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้กับหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ และระบบเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่อประเทศ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในประเด็นนี้เป็นอย่างดี จึงได้กำหนดให้การมอบรางวัล Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2025 ในครั้งนี้มีการตรวจสอบให้ครอบคลุมถึงประเด็นข้างต้นอย่างครบถ้วน เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับเหล่าผู้พัฒนาและให้บริการเทคโนโลยีไทย รวมถึงธุรกิจองค์กรไทยในทุกอุตสาหกรรม ในการกำหนดแนวทางเพื่อสร้างรากฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นอธิปไตยทางเทคโนโลยีและข้อมูล

 

ตอกย้ำความมั่นคงปลอดภัยของ AIS ด้วยรางวัล Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2025 จากสกมช.

AIS มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำทางด้านความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นอธิปไตยทางเทคโนโลยีและข้อมูล เพื่อให้ลูกค้าทั่วประเทศไทยมีความมั่นใจ จึงได้ทำการยกระดับทั้งในด้านของนโยบาย, กระบวนการ, การกำกับดูแล ไปจนถึงการสอบทานตามมาตรฐานสากลและข้อกฎหมายของไทยอย่างครบถ้วน รวมถึงยังมีการผลักดันให้เกิดเทคโนโลยีและบริการที่มีความเป็นอธิปไตยอย่างแท้จริง จนสามารถคว้ารางวัล Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2025 ในสาขา หน่วยงานที่พร้อมในการปฏิบัติตามมาตรฐานผู้ให้บริการคลาวด์” มาได้สำเร็จในครั้งนี้

แม้ว่าธุรกิจในเครือ AIS จะมีด้วยกันหลากหลาย แต่ AIS ก็ได้ทำการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นอธิปไตยทางเทคโนโลยีและข้อมูลทั่วทั้งองค์กร ช่วยให้ลูกค้าในทุกบริการของ AIS วางใจได้ว่า AIS จะทำการปกป้องระบบและข้อมูลด้วยมาตรฐานในระดับสูงสุด บนการดำเนินงานและการกำกับดูแลที่รัดกุม ด้วยการดำเนิน 5 แนวทางหลัก ได้แก่

 

1. การกำกับดูแลและสอบทานตามข้อกฎหมายและมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง (Governance & Compliance)

AIS ได้ตั้งต้นด้วยการกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยภายในองค์กร โดยมีการยึดทั้งข้อกฎหมายไทยและมาตรฐานสากลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และกฎหมายด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เพื่อนำมาเป็นกรอบในการดำเนินการใดๆ และมีการกำกับดูแลตรวจสอบที่ครบถ้วนต่อเนื่อง รวมถึงมีการปรับปรุงนโยบายเหล่านี้ตามบริบทที่เปลี่ยนแปลงของข้อกฎหมายและมาตรฐานอยู่ตลอด ทำให้มั่นใจได้ว่าการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการใดๆ จาก AIS นั้น จะเป็นไปตามข้อกฎหมายและมาตรฐานอย่างแน่นอน

 

2. การวางระบบโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่มีความมั่นคงปลอดภัยและยืดหยุ่น (Secure & Resilient Infrastructure)

ในการใช้เทคโนโลยีหรือให้บริการเทคโนโลยีใดๆ AIS ได้เลือกใช้ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคงปลอดภัยและความยืดหยุ่นสูงอยู่เสมอ ด้วย AIS Telco-Grade Data Center ที่มีมาตรฐานครอบคลุมทั้งระบบไฟฟ้า, ระบบเครือข่าย, ระบบรักษาความปลอดภัยของอาคาร ตามมาตรฐาน Facility Tier III ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐาน ISO/IEC 27001,27701,22301, 20000-1 และ dSURE Cloud ระดับ 3 ดาวก็ตาม อีกทั้งยังมีการทำ Business Continuity & Disaster Recovery Plan (BCP/DRP) ตาม ISO 22301 ที่ชัดเจน พร้อมการทดสอบเป็นประจำทุกปี

 

3. การวางโครงสร้างองค์กรด้านทรัพยากรบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยที่ชัดเจน (People & Security Organization)

เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการในการออกนโยบาย, การกำกับดูแล และการให้บริการนั้นจะมีการดำเนินงานที่เป็นแบบแผน ทาง AIS ได้ กำหนดให้มีโครงสร้างของการกำกับดูแลด้าน Cybersecurity ที่ชัดเจน ประกอบไปด้วย Risk Management Committee, Cybersecurity Governance Committee และ Working Group ด้าน Cybersecurity โดยเฉพาะ อีกทั้งยังมีการแต่งตั้ง CIO และ Head of Cybersecurity เข้ามาร่วมรับผิดชอบ และบริหารทีมงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน Cybersecurity ในการดำเนินงาน

 

การแบ่งส่วนความรับผิดชอบด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเองก็มีการกำหนดอย่างชัดเจนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นทีมงานที่ดูแลด้าน Access Control, Vulnerability Management, Risk Management หรือ Incident Response ส่งผลให้การตรวจสอบดูแลรักษาความมั่นคงปลอดภัยในแต่ละส่วนนั้นมีความต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงในทุกวัน

นอกจากนี้ AIS Business ยังกำหนดให้ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับต้องผ่านการอบรมและทดสอบด้าน Cybersecurity อย่างสม่ำเสมอ โดยมีการทำ Phishing Simulation อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าในการให้บริการ AIS Cloud นั้น ไม่ว่าจะเป็นทีมงานที่รับผิดชอบในส่วนใด ก็ต้องมี Cybersecurity Awareness ในระดับที่เหมาะสม ไม่ตกเป็นเหยื่อของภัยคุกคามและสร้างความเสียหายในอนาคต

 

4. การดำเนินการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและการควบคุมดูแลบริการคลาวด์ (Security Operations & Platform Controls)

อีกปัจจัยหนึ่งที่ตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้แก่บริการ AIS ก็คือการมีทีม Cyber Security Operations Center หรือ CSOC ที่คอยเฝ้าระวัง, ตรวจจับ และรับมือกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นตลอด 24 ชั่วโมงในทุกๆ วันทั้งสำหรับระบบภายในของ AIS และระบบที่เปิดให้บริการแก่ลูกค้าของ AIS โดยมีการกำหนดกระบวนการ Cyber Security Incident Response Procedure (CSIRP) ที่ชัดเจน ครอบคลุมแนวทาง Prevent – Detect – Respond ของ NIST Framework พร้อมการทำ Cybersecurity Automation อย่างครบวงจรเพื่อให้การตรวจจับและรับมือกับภัยคุกคามเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุด

 

5. การผลักดันด้านการให้บริการที่มีความเป็นอธิปไตยทางเทคโนโลยีและข้อมูล (Technological Sovereignty)

เพื่อให้มั่นใจว่าบริการต่างๆ ของ AIS นั้นจะมีความเป็นอธิปไตยทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและข้อมูลอย่างแท้จริง ทาง AIS จึงได้ให้ความสำคัญต่อการลงทุนพัฒนาระบบที่มีความเป็นอธิปไตยอย่างเต็มที่ เช่น บริการ AIS Cloud ที่มีการให้บริการจาก Data Center ในประเทศไทย และใช้ Software ต่างๆ ที่ให้บริการในประเทศไทยโดยตรง ไม่ขึ้นกับข้อกฎหมายของต่างชาติ ส่งผลให้ระบบภายในของ AIS เองและบริการ Cloud ทั้งหมดนั้นขึ้นตรงต่อกฎหมายของประเทศไทยเท่านั้น ไม่ถูกแทรกแซงโดยต่างชาติอย่างแน่นอน อุดจุดอ่อนของ Hyperscale Cloud จากต่างชาติที่มาเปิดให้บริการในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

 

ทั้งหมดนี้ทำให้ AIS สามารถคว้ารางวัล Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2025 ในระดับสูงสุดจากสกมช. มาได้ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าวิสัยทัศน์ด้านความมั่นคงปลอดภัยของ AIS นั้นเกิดการปฏิบัติและกำกับดูแลกันอย่างเข้มงวด บังคับใช้ได้จริงทั้งสำหรับระบบภายในและระบบที่ให้บริการแก่ลูกค้าภายนอก อีกทั้งยังครอบคลุมไปถึงส่วนของ AIS Cloud ที่ได้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานของผู้ให้บริการ Cloud ตามประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 ที่เพิ่งประกาศล่าสุดด้วย

 

AIS Cloud: มั่นคงปลอดภัย มีอธิปไตยของข้อมูล พร้อมตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรและหน่วยงานรัฐอย่างมั่นใจในทุกประเด็นด้าน Cybersecurity

ในฐานะของผู้ให้บริการ Cloud ทาง AIS Cloud เองก็มีวิสัยทัศน์ที่จะนำเสนอบริการ Cloud ซึ่งแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นๆ ในแง่ของความมั่นคงปลอดภัยและความมีอธิปไตยของเทคโนโลยีและข้อมูลอย่างครบวงจร เพื่อให้ธุรกิจองค์กรและหน่วยงานภาครัฐนั้นมีทางเลือกในการใช้ Cloud Infrastructure ที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุดในประเทศไทย โดยการคว้ารางวัล Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2025 ในสาขา หน่วยงานที่พร้อมในการปฏิบัติตามมาตรฐานผู้ให้บริการคลาวด์” ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในสองหน่วยงานที่มีผลการประเมินผ่านเกณฑ์ระดับดีเลิศ ก็เป็นเครื่องมือยืนยันถึงวิสัยทัศน์นี้ได้เป็นอย่างดี

 

การใช้งาน AIS Cloud นั้น จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถมั่นใจได้ถึงประเด็นดังต่อไปนี้

  • การปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านการบริหารจัดการและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้แก่บริการ Cloud เช่น ISO 27001, 27017, 27018, 27701, 22301, CSA STAR, 22301 และ 20000-1
  • การปฏิบัติตามข้อกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562, พระราชบัญญัติ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562, พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และ ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 โดยไม่มีการบังคับใช้กฎหมายจากต่างชาติเข้ามาแทรกแซง
  • การรองรับการใช้งานสำหรับหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมั่นใจ ด้วยมาตรฐาน dSURE Cloud ระดับ 3 ดาว จาก depa
  • กระบวนการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย, ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และการให้บริการ โดยมีการกำกับดูแลและควบคุมอย่างเข้มงวด
  • การมีผู้บริหารและทีมงานที่รับผิดชอบด้าน Cybersecurity โดยตรง
  • การให้บริการโดยทีมงานที่ผ่านการฝึกอบรมด้าน Cybersecurity อย่างสม่ำเสมอ

 

ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจองค์กรหรือหน่วยงานรัฐที่เลือกใช้งาน AIS Cloud นั้นสามารถตอบรับต่อข้อกำหนดและข้อกฎหมายที่จำเป็นต่อการใช้งานของตนเองได้อย่างครบถ้วน รวดเร็ว และไม่มีค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน รวมถึงยังมั่นใจได้ในอธิปไตยของระบบและข้อมูลที่จะไม่ถูกแทรกแซงจากต่างชาติ วางใจได้ในการนำข้อมูลหรือเทคโนโลยีที่มีความละเอียดอ่อนสูงไปใช้งานบน AIS Cloud

ตัวอย่างหนึ่งที่จะสามารถทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนนั้น ก็คือการพัฒนา AI สำหรับการใช้งานในองค์กร ที่อาจต้องมีการนำข้อมูลภายในขององค์กรไปใช้เพื่อให้ AI ได้เรียนรู้ ซึ่งหากองค์กรเลือกใช้บริการ Cloud จากต่างชาติ ก็อาจมีความกังวลต่อการย้ายข้อมูลขึ้นบริการ Cloud, ความมั่นใจว่าข้อมูลบนบริการ Cloud จะไม่ถูกเข้าถึงจากการแทรกแซงในอนาคต หรือ AI บนบริการ Cloud นั้นๆ อาจมีการเรียนรู้ข้อมูลภายในองค์กรและนำไปเผยแพร่รั่วไหลสู่ระบบอื่นๆ

การเลือกใช้ AIS Cloud จะทำให้ธุรกิจองค์กรและหน่วยงานภาครัฐสามารถคลายความกังวลเหล่านี้ได้ ด้วยการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดในประเทศไทย, การใช้งาน AI ที่ควบคุมได้เองอย่างสมบูรณ์ภายใน AIS Cloud, การควบคุมการส่งออกข้อมูลไปยังภายนอกได้ตามต้องการ, ระบบเครือข่ายที่เชื่อมต่อจากองค์กรมาสู่ AIS Cloud อย่างมั่นคงปลอดภัย ไปจนถึงขอบเขตของการบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทยที่ปราศจากการแทรกแซง

 

สนใจ AIS Cloud ติดต่อทีมงาน AIS Business ได้ทันที

สำหรับองค์กรที่สนใจบริการคลาวด์ที่ปลอดภัยได้รับมาตรฐานทั้งระดับสากลและปฏิบัติตามมาตรฐานผู้ให้บริการคลาวด์ของประเทศไทย สามารถติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก AIS Business ได้ที่ business@ais.co.th หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.ais.th/business/ais-cloud/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Nokia เปิดตัว Deepfield Genome Shield โซลูชันป้องกัน DDoS ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคม

Nokia ประกาศเปิดตัว Deepfield Genome Shield ระบบป้องกันการโจมตีแบบ DDoS อัตโนมัติที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยให้กับผู้ให้บริการโทรคมนาคม และผู้ให้บริการคลาวด์ ชูจุดเด่นด้วยการผสานฐานข้อมูล Threat Intelligence จากอุปกรณ์กว่า 5 พันล้านเครื่องทั่วโลก …

Somboon Advance Technology อัปเกรดจาก SAP ECC 6.0 สู่ SAP Cloud ERP Private ผ่าน RISE with SAP เตรียมต่อยอดเติบโตด้วย AI, Data และ IIoT โดย NTT DATA Business Solutions Thailand

สำหรับธุรกิจองค์กรหลายแห่งในไทย การอัปเกรดจาก SAP ECC 6.0 ที่กำลังจะหยุดสนับสนุนอย่างเป็ทางการในไม่ช้านี้ไปสู่โซลูชัน SAP S/4HANA on Cloud กำลังกลายเป็นวาระใหญ่ที่ต้องเร่งดำเนินการกันอย่างเข้มข้น ในบทความนี้ คุณองอาจ สินธทียากร ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป …