แอปพลิเคชันผสาน AI ติดตามความเคลื่อนไหวในการขับรถ

มีการใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่มีสาเหตุจากการใช้งานมือถือขณะขับรถด้วยการใช้งาน AI บนแอปพลิเคชันเช่น TrueMotion ที่สามารถตรวจจับว่าผู้ใช้กำลังไปไหน นั่งอยู่บนพาหนะประเภทใดและใช้โทรศัพท์อย่างไรอยู่ เพื่อจัดทำคะแนนจากค่าต่างๆ เช่นความวิตกกังวลในการขับรถต่อเหตุการณ์ผิดปกติและเวลาที่เกิดเหตุการณ์

ภาพรถไร้คนขับรุ่นทดสอบ Credit: https://www.google.com/selfdrivingcar/

มีมุมมองจาก 2 ฝั่งคือจากบริษัทที่มีจุดประสงค์ในการใช้ข้อมูลติดตามผู้ขับรถ เพื่อส่งเสริมด้านความปลอดภัยในการขับรถและด้านผลประโยชน์จากบริษัทประกันภัย แต่ก็มีอีกเสียงหนึ่งแย้งถึงความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่อาจจะถูกนำไปใช้

Brad Cordova ผู้ก่อตั้งจาก TrueMotion กล่าวถึงปัญหาว่าสิทธิ์การเป็นเจ้าของข้อมูลขึ้นกับสัญญาของบริษัทประกันที่ทำกับลูกค้า “บริษัทประกันไม่ได้ต้องการข้อมูลมากมาย พวกเขาเพียงสนใจประสบการณ์ของลูกค้า” ทั้งนี้ TrueMotion มีการทำงานเบื้องหลังตลอดเวลาโดยจับความเร็วการเคลื่อนที่จากโทรศัพท์และ GPS sensor รวมถึงการใช้โทรศัพท์ จากนั้นด้วยอัลกอริทึม Deep learning มันสามารถตรวจพบได้ว่าผู้ใช้งานอยู่ในพาหนะแบบใดเป็นคนขับหรือผู้โดยสาร โดยจากปัจจัยต่างๆ เช่นความเร็วที่จับได้ การเบรคหรือการเร่ง ระยะห่างระหว่างโทรศัพท์จากใบหน้า อุปกรณ์อยู่ในระดับหูหรืออื่นๆ นอกจากนี้ Cordova ยังมีความเห็นทิ้งท้ายว่าแอปพลิเคชันที่เกิดขึ้นนี้เพื่อช่วยให้ผู้ขับรถที่ดีได้รับประโยชน์จากประกันภัยมากยิ่งขึ้น เพื่อตัดสินจากพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงไม่ใช่จากอายุหรือเพศจากวิธีการเดิมๆ

อย่างไรก็ดีมีความเห็นจาก Madeline Ashby นักเขียนนวนิยายวิทยาศาสตร์และอนาคตกล่าวว่า “มันเป็นการขยายโมเดลจาก Facebook มาสู่การประภัยที่ผู้คนกังวลมานาน โดยอาจจะมีข้อมูลส่วนตัวถูกนำใช้ในกระบวนการยุติธรรมตัดสินด้วย” นอกจากนี้ข้อมูลความเป็นส่วนตัวอื่นๆ อาจถูกอ้างถึงเช่น ผู้ขับไปที่ไหนมาบ้าง อยู่นานเท่าไหร่ หรือรูปแบบอื่นๆ ที่ผู้คนอยากให้เป็นส่วนตัว มีตัวอย่างจากกล้องติดรถยนต์อย่าง Nexar เกี่ยวกับการยอมรับเงื่อนไขการใช้งานว่า “ขอสงวนสิทธิ์เพื่อบันทึกเหตุการณ์ผิดปกติและ time-lapse photography เพื่อสนับสนุนการจัดทำเรตติ้งของผู้ขับของป้ายทะเบียนนั้น

Ashby กล่าวทิ้งท้ายว่าเราอาจจะไม่ตระหนักถึงนิสัยการขับรถแต่บริษัทประกันใส่ใจอย่างมากและพวกเขาอาจจะจดชื่อคุณไว้ กรณีที่เลวร้ายกว่านั้นคือพวกเขาอาจะได้รับข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับประสิทธิภาพการขับรถเช่น ประเภทเพลงที่ผู้ใช้ฟังและใช้เป็นสมมติฐานเกี่ยวกับนิสัยการขับรถได้

ที่มา : https://motherboard.vice.com/en_us/article/43nz9p/ai-powered-driving-apps-can-track-your-every-move

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Stripe ยกระดับระบบชำระเงินสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Machine-to-Machine รับยุค Agentic AI

Stripe เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 288 รายการ พร้อมส่งแผนพลิกโฉมระบบชำระเงินจากเดิมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกรรมสำหรับมนุษย์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตั้งโปรแกรมได้และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับธุรกกรรมแบบ Machine-to-Machine ถือเป็นการปูทางเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ