[PR] อะโดบีเปิดตัวแพลทฟอร์มโฆษณาแบบตัดสินใจอัตโนมัติที่ล้ำหน้าที่สุดในวงการ

กรุงเทพฯ – 29 ตุลาคม 2558 – วันนี้อะโดบี ( Nasdaq:ADBE ) ได้ประกาศเปิดตัวแพลทฟอร์มโฆษณาแบบตัดสินใจอัตโนมัติ ( Programmatic Advertising Platform ) ที่เหนือล้ำที่สุดในวงการสำหรับเหล่านักโฆษณาและผู้เผยแพร่สื่อ ซึ่งเป็นการทำให้ Adobe Marketing Cloud นั้นได้ถูกยกระดับความสามารถในการผสานรวมโซลูชั่นต่าง ๆ เข้าด้วยกันขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ทั้งนี้ด้วย Adobe Media Optimizer ก็ทำให้เทคโนโลยีแบบ “บริการตัวเอง ( self-service )” ใหม่ล่าสุดนี้เปิดให้นักโฆษณาทำการควบคุมการซื้อโฆษณาผ่านการค้นหา, ช่องแสดงโฆษณา และสื่อเครือข่ายสังคมผ่านระบบแลกเปลี่ยนโฆษณาและเครือข่ายสื่อจากพาร์ทเนอร์อย่าง Google, Facebook, Yahoo, Rubicon Project, Index Exchange และอื่น ๆ ได้เองโดยตรงเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมานักโฆษณานั้นต้องเผชิญกับปัญหาในกระบวนการการซื้อโฆษณาแบบตัดสินใจอัตโนมัติที่หลากหลายและขาดความโปร่งใสมาอย่างต่อเนื่อง แพลทฟอร์มใหม่ล่าสุดนี้จะทำให้เกิดความโปร่งใสในค่าใช้จ่ายของสื่อ, ประสิทธิภาพของโฆษณา และรายรับ พร้อมทั้งทำให้มีข้อตกลงกับลูกค้าได้ว่าจะไม่เกิดการค้ากำไรเกินควรหรือค่าใช้จ่ายแอบแฝง การผสานการทำงานรวมกับ Adobe Analytics และ Adobe Audience Manager ก็ทำให้ให้แน่ใจได้ว่านักโฆษณาจะสามารถนำข้อมูลออกมาวิเคราะห์และพุ่งเป้าการโฆษณาไปยังกลุ่มผู้ชมที่เจาะจงได้ อีกทั้งความสามารถในการสร้างสรรค์อย่างมีชีวิตชีวาก็จะทำให้นักโฆษณาสามารถใช้รูปภาพ, วิดีโอ และสื่ออื่น ๆ จาก Adobe Creative Cloud ในการนำเสนอเนื้อหาที่เหมาะสมต่อผู้ฟังในเวลาที่ใช่ได้อีกด้วย

adobe-programmatic-v5

นอกจากการเปิดตัวแพลทฟอร์มโฆษณาแบบตัดสินใจอัตโนมัติต่อเหล่านักโฆษณาในวันนี้แล้ว อะโดบีก็ยังประกาศเปิดตัวระบบโฆษณาแบบตัดสินใจอัตโนมัติสำหรับผู้เผยแพร่สื่อด้วยเช่นกัน Adobe Primetime ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มโทรทัศน์ของ Adobe ที่ช่วยให้ช่องต่าง ๆ และผู้ให้บริการดูโทรทัศน์แบบมีค่าใช้จ่ายสามารถนำเสนอและสร้างรายได้จากการรับชมโทรทัศน์ผ่านหน้าจอที่หลากหลายนั้น ก็สามารถเปิดให้ผู้ขายสื่อสร้างรายรับจากคลังของโฆษณาวิดีโอที่มีอยู่ให้สูงสุดได้ด้วยค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับหน้าจอแต่ละชนิด ผู้กระจายเนื้อหาต่าง ๆ นั้นก็จะถูกเชื่อมโยงเข้ากับผู้ซื้อโฆษณาหลายรายยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้ชมที่มีจำนวนมากขึ้นได้ และด้วยการตรวจสอบผลการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ชมจาก Adobe Audience Manager ก็ทำให้ Adobe Primetime ช่วยให้การขายโฆษณาโดยตรงแบบพรีเมี่ยมสามารถอ้างอิงกับข้อมูลที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นได้ ส่งผลให้สามารถทำการทำนายได้อย่างแม่นยำสูงสุด และปรับปรุงประสิทธิภาพของโฆษณาให้ดีที่สุดได้ ความสามารถในการทำโฆษณาแบบตัดสินใจอัตโนมัติใน Adobe Primetime นี้เปิดให้ทดสอบใช้งานได้ในแบบ beta แล้ววันนี้

“ความโปร่งใสเป็นกุญแจหลักสู่ความสำเร็จในโลกของโฆษณาแบบตัดสินใจอัตโนมัติที่การซื้อและขายโฆษณาแบบดิจิตัลเป็นไปอย่างอัตโนมัติ แต่นักโฆษณานั้นก็มีความต้องการที่มากขึ้นไปกว่าข้อมูลที่เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่าของแคมเปญ ซึ่งอะโดบีสามารถตอบโจทย์เหล่านั้นได้” จัสติน เมอริเคล ผู้ดำรงตำแหน่งผู้กำกับอาวุโสฝ่ายโซลูชั่นการโฆษณาแห่งอะโดบีกล่าว “ด้วยมูลค่าของการโฆษณาแบบตัดสินใจอัตโนมัติทั่วโลกที่คาดว่าจะเติบโตถึง 53,000 ล้านเหรียญดอลาร์สหรัฐภายในปี 20181 อะโดบีเป็นบริษัทแรกที่ทำการผสานรวมเทคโนโลยีที่แตกต่างเหล่านี้เข้าด้วยกัน และนำเสนอความสามารถในการโฆษณาแบบตัดสินใจอัตโนมัตินี้เป็นแพลทฟอร์มกลางได้สำเร็จ”

adobe-announce-new-advertising-platform

“อะโดบีกำลังพุ่งเป้าความสนใจไปยังปัญหาหลักบางส่วนของวงการที่มีแพลทฟอร์มโฆษณาแบบตัดสินใจอัตโนมัติ ที่เกิดขึ้นเทคโนโลยีที่ใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างกัน และการเก็บข้อมูลในแต่ละระบบแยกขาดจากกัน เพื่อทำการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้รองรับผู้ใช้งานจำนวนมากและเกิดความโปร่งใสในช่องทางของการทำแคมเปญที่หลากหลาย” สตีเฟน เบรินเจอร์ ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO แห่ง VivaKi Operating System ( VOS ) กล่าว “การติดตามว่าโฆษณาดิจิตัลถูกนำเสนอเมื่อไหร่, ที่ไหน และอย่างไรนั้นยากขึ้นเรื่อย ๆ แต่นักการตลาดก็มีความต้องการที่จะตรวจสอบมากขึ้นเรื่อย ๆ เราแบ่งปันข้อตกลงของ Adobe ในการทำโฆษณาแบบตัดสินใจอัตโนมัติที่ทั้งโปร่งใสและตรวจสอบได้ และความสัมพันธ์ในระดับ Always On ของเราก็ได้ทำให้เราได้รับโอกาสที่มีความหมายอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางในอนาคต และการทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้”

นักโฆษณาและบริษัทตัวแทนกำลังมองหาความง่ายในโลกที่มีทั้งความหลากหลายและความซับซ้อนอย่างมหาศาล เพื่อที่จะได้บรรลุคำสัญญาที่ให้ไว้กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด จุดเด่นหลัก ๆ ของแพลทฟอร์มนี้ได้แก่:

  • Dynamic Creative Optimization ( DCO ) – เพื่อสร้างความดึงดูดให้แก่ผู้ใช้งาน, การบรรลุเป้าหมาย และประสบการณ์แบบผสานรวม นักโฆษณาสามารถใช้ Adobe Media Optimizer เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เจาะจงได้ด้วยงานโฆษณาที่ยืดหยุ่นและถูกปรับให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละคนได้แบบทันทีโดยอ้างอิงจากพฤติกรรมที่ผ่านมาของลูกค้ารายนั้น ด้วยการผสานรวมความสามารถ DCO ใหม่ล่าสุดนี้เข้ากับ Adobe Marketing Cloud Core Services ซึ่งรวมถึงบริการ Profile and Audiences และ Asset Sharing with Adobe Creative Cloud รวมถึงเทคโนโลยีในการปรับปรุงประสิทธิภาพฝั่งปลายทางใน Adobe Target เข้าด้วยกัน นักโฆษณาก็จะสามารถเพิ่มเนื้อหาที่เป็นเป้าหมายได้อย่างมั่นคงบนช่องทางการทำการตลาดหลักที่หลากหลาย
  • ความโปร่งใสและการควบคุม – การสร้างแคมเปญที่อ้างอิงจากการใช้ข้อมูลใน ณ ขณะนั้น ๆ โดยเปิดให้นักโฆษณาและบริษัทตัวแทนสามารถควบคุมทุก ๆ ช่องทางได้มากกว่าที่เป็นอยู่เดิมนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก Adobe Media Optimizer เป็นตัวกลางที่น่าเชื่อถือสำหรับการสร้างความโปร่งใส่ทางด้านค่าใช้จ่ายของสื่อและประสิทธิภาพของโฆษณาในระดับของโดเมน ความสามารถในการทำงานร่วมกับ Integral Ad Science ที่เพิ่มมาใหม่นี้จะช่วยให้สามารถนำเสนอโฆษณาได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้นโดยสามารถตรวจสอบ, ป้องกันการฉ้อฉล และปลอดภัยต่อแบรนด์ได้
  • การรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากและการปรับปรุงประสิทธิภาพ – นักโฆษณาสามารถเพิ่มการบรรลุเป้าหมายได้โดยการเข้าถึงผู้ชมซึ่งมีคุณค่ามากผ่านทางเว็บจำนวนมหาศาลด้วยการทำงานร่วมกันระหว่าง Adobe Media Optimizer กับผู้ให้บริการโฆษณาชั้นนำและคลังโฆษณาต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง Google AdX, Facebook Exchange, Rubicon Project และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยระบบที่ได้รับการปรับเสริมอัลกอริธึมนี้จะอนุญาตให้แบรนด์และบริษัทตัวแทนทำการบริหารจัดการกระบวนการประมูลได้แบบทันทีโดยตรงผ่านผู้ให้บริการโฆษณาด้วยจำนวนการเข้าถึงข้อมูลมากกว่าหนึ่งล้านครั้งต่อวินาที และให้คำแนะนำในการใช้จ่ายเงินโดยอัตโนมัติ
  • ลำดับการใช้งานที่ง่ายและบริการเสริมที่ยืดหยุ่น – ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับแคมเปญที่รวดเร็ว, แม่นยำ และปรับแต่งให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานแต่ละคน เพื่อที่จะเชื่อมโยงโลกออนไลน์เข้ากับโลกจริง เพื่อให้การลงทุนทางโฆษณานั้นคุ้มค่าและนำเสนอโฆษณารายบุคคลได้ในความเร็วระดับมิลลิวินาที นักโฆษณาต้องการโซลูชั่นที่ทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์เพื่อให้การใช้งานโซลูชั่นหนึ่ง ๆ นั้นสร้างคุณค่าเพิ่มเติมให้กับโซลูชั่นอื่น ๆ ระบบลำดับการใช้งานในการบริหารจัดการแคมเปญได้อย่างมีประสิทธิภาพและไร้รอยต่อของ Adobe Media Optimizer ที่เลือกใช้ได้ทั้งแบบจัดการเองหรือมีบริการการจัดการให้ด้วยนั้นก็สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับความต้องการของแบรนด์หรือบริษัทตัวแทนได้
  • มองเห็นลูกค้าได้รอบทิศแบบ 360 องศา – ข้อมูลของผู้ชมนั้นสำคัญมากกับการทำแคมเปญใด ๆ ก็ตาม Adobe Media Optimizer สามารถรวมข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งเข้าด้วยกันด้วย Adobe Audience Manager เพื่อสร้างและแบ่งกลุ่มผู้ชมที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปใช้งานใน Adobe Marketing Cloud ทั้งนี้ด้วยการผสานข้อมูลโปรไฟล์ทั้งจากออนไลน์และออฟไลน์ Adobe Audience Manager และ Adobe Campaign ก็ทำให้นักการตลาดสามารถพัฒนาภาพรวมแบบครบวงจรของลูกค้าได้

“ด้วยการบริหารจัดการช่องทางการโฆษณาแบบตัดสินใจอัตโนมัติทั้งหมดของเรา (ช่องแสดงผล, การค้นหา และสื่อเครือข่ายสังคม) ภายใน Adobe Media Optimizer ทำให้เราได้รับประโยชน์การข้อมูลอันเหลือเชื่อในการจัดแบ่งกลุ่มและการกำหนดช่องทางในการบรรลุเป้าหมายสำหรับผู้ใช้งาน ซึ่งทำให้เราสามารถบริหารจัดการและใช้งบประมาณในการโฆษณาได้อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น” ลาธัญญา ฮ็อดจส์ ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารอาวุโสฝ่ายการตลาดแบบมีปฏิสัมพันธ์แห่ง Redbox กล่าว “เราได้เห็นการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 106 เปอร์เซ็นต์ในการใช้งบประมาณกับโฆษณาบนช่องแสดงผลด้วย Adobe Media Optimizer เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ให้บริการโฆษณาบนช่องแสดงผลรายก่อน และทำให้เรามีรายรับเพิ่มมากขึ้น”

1ที่มา: MAGNA GLOBAL. “MAGNA GLOBAL’s New Programmatic Forecasts.” Sept. 2014 http://www.magnaglobal.com/magna-globals-new-programmatic-forecasts-global-programmatic-spend-to-reach-53bn-by-2018/

เกี่ยวกับ Adobe Marketing Cloud

Adobe Marketing Cloud ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ ( Big Data ) เพื่อเข้าถึงและดึงดูดลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างรายได้ด้วยเนื้อหาการตลาดที่ปรับแต่งเฉพาะรายบุคคลบนอุปกรณ์และจุดเชื่อมต่อดิจิตัลที่หลากหลาย ด้วย 8 โซลูชั่นที่ทำงานร่วมกันได้อย่างเหนียวแน่นก็ทำให้นักการตลาดมีเทคโนโลยีการตลาดที่ครบสมบูรณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูล, การบริหารจัดการประสบการณ์บนเว็บและแอพ, การทดสอบและเลือกเป้าหมาย, การโฆษณา, การบริหารจัดการผู้ชม, วิดีโอ, การดึงดูดบนโซเชี่ยล และการจัดการแคมเปญ การนำ Adobe Creative Cloud เข้ามาใช้งานร่วมด้วยนั้นก็ทำให้สามารถใช้ทรัพย์สินที่สร้างสรรค์ขึ้นมาบนช่องทางการตลาดได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย แบรนด์ต่าง ๆ ทั่วโลกนับพันซึ่งรวมถึงสองในสามของบริษัทใน Fortune 50 ก็มีการใช้งาน Adobe Marketing Cloud อยู่

ลิงค์ที่เป็นประโยชน์

 

เกี่ยวกับ Adobe Systems Incorporated

อะโดบีกำลังเปลี่ยนโลกผ่านทางประสบการณ์ดิจิตัล สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม http://www.adobe.com


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Google ประกาศยุติบริการ IoT Core Service ให้เวลาลูกค้าย้ายออกภายใน 1 ปี

Google ประกาศยุติบริการ IoT Core Service ให้เวลาลูกค้าย้ายออกภายใน 1 ปี

Cloudera เปิดตัว CDP One บริการ Cloud Data Lakehouse

Cloudera ประกาศเปิดตัว Cloudera Data Platform (CDP) One บริการ All-in-one Data Lakehouse Software as a Service …