Adobe AI Foundry เปิดโอกาสให้ธุรกิจสร้างโมเดล Firefly ของตัวเอง

Adobe กำลังก้าวไปในทิศทางใหม่ของปัญญาประดิษฐ์ โดยเปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถสร้างโมเดล AI เชิงสร้างสรรค์แบบคัสตอมได้ แทนที่จะเพียงปรับแต่งโมเดลที่มีอยู่เดิมเท่านั้น

Credit: Adobe

บริษัทนำเสนอแนวทางนี้ผ่านบริการใหม่ที่ชื่อว่า Adobe AI Foundry ซึ่งเพิ่งเปิดตัว โดยช่วยให้ธุรกิจสามารถทำงานร่วมกับ Adobe เพื่อสร้างโมเดล AI ที่ปรับแต่งอย่างละเอียดตามทรัพย์สินทางปัญญาและอัตลักษณ์แบรนด์ของตนเอง

Adobe ระบุว่า โมเดลที่ปรับแต่งเหล่านี้จะพัฒนามาจากตระกูลโมเดลพื้นฐาน Firefly ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2023 โดยเริ่มจากความสามารถในการสร้างภาพ และต่อมาพัฒนาให้สามารถสร้างเนื้อหาทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ เสียง กราฟิกเวกเตอร์ หรือฉาก 3 มิติ

จุดเด่นคือ โมเดล Firefly ได้รับการฝึกจากข้อมูลที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องทั้งหมด ทำให้เหมาะกับธุรกิจที่กังวลเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ในงาน AI และด้วยบริการ Adobe AI Foundry ที่เสริมด้วยข้อมูลและแบรนด์ขององค์กร ก็ยิ่งเพิ่มความมั่นใจว่าโมเดลที่ปรับแต่งจะมีความปลอดภัยในการใช้งาน

Hannah Elsakr รองประธานฝ่าย Generative AI Business Ventures ของ Adobe ให้สัมภาษณ์กับ TechCrunch ว่าบริษัทกำลัง “เปิดโครงสร้างของ Firefly อย่างละเอียด” เธออธิบายว่าบริษัทส่วนใหญ่เพียงแค่เชื่อมต่อโมเดลภาษาขนาดใหญ่ เช่น GPT ของ OpenAI หรือ Gemini ของ Google ผ่าน API ของผู้ให้บริการ แล้วจึงปรับแต่งผลลัพธ์ให้ตรงกับความต้องการ ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า “fine-tuning” หรือการปรับแต่งโมเดล และมักทำได้ไม่ยาก ตัวอย่างเช่น โมเดล o3 mini ของ OpenAI สามารถปรับแต่งให้เชี่ยวชาญด้านเหตุผลได้ด้วยเพียงไม่กี่คำสั่ง

แต่บริการ Adobe AI Foundry มีแนวทางต่างออกไป โดย Elsakr อธิบายว่า Adobe จะร่วมมือกับธุรกิจในการผสาน IP ของตน เช่น ภาพและวิดีโอของแบรนด์ รวมถึงสไตล์เฉพาะของการถ่ายทำ เข้ากับโมเดลพื้นฐานของ Firefly ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “deep tuning” ซึ่งเป็นการฝึกโมเดลใหม่โดยใช้ข้อมูลขององค์กร และ “ให้น้ำหนักมากขึ้น” กับองค์ประกอบเฉพาะของแบรนด์ในผลลัพธ์ที่ได้

ด้วยโมเดลที่ปรับแต่งเฉพาะนี้ บริษัทต่าง ๆ จะสามารถจัดการแคมเปญการตลาดได้ง่ายขึ้น เช่น เมื่อสร้างโฆษณาขึ้นหนึ่งชิ้น ก็สามารถใช้โมเดลปรับให้เหมาะกับตลาด ภาษา ฤดูกาล ช่องทาง หรือรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยยังคงรูปลักษณ์และสไตล์ที่สอดคล้องกัน โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง

Adobe วางแผนจะคิดค่าบริการ Adobe AI Foundry ตามปริมาณการใช้งาน แทนที่จะคิดตามจำนวนผู้ใช้เหมือนรูปแบบเดิม

Elsakr ย้ำว่า บริษัทไม่ได้มองว่า AI จะมาแทนที่ครีเอเตอร์ที่เป็นมนุษย์ แต่เป็นการยกระดับเครื่องมือที่ช่วยให้พวกเขาทำงานสร้างสรรค์ได้เร็วขึ้น “มนุษยชาติคือศูนย์กลางของความคิดสร้างสรรค์ และสิ่งนั้นไม่อาจถูกแทนที่ได้” เธอกล่าว “Firefly และ Foundry คือก้าวต่อไปในการมอบเครื่องมือที่มีประโยชน์ เพื่อช่วยยกระดับทักษะการเล่าเรื่องของคุณ”

ที่มา: https://siliconangle.com/2025/10/20/adobes-ai-foundry-service-lets-companies-create-branded-versions-firefly-models/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ