98.01% ของเว็บไซต์ที่ใช้ Cloudflare นั้นใช้ IPv6 แล้ว เพราะ IPv6 เร็วกว่า IPv4 อย่างชัดเจน

ทาง Cloudflare ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถิติของเว็บไซต์ต่างๆ ที่มาใช้งานบริการของ Cloudflare ว่ามีการใช้งาน IPv6 เป็นที่เรียบร้อยแล้วเกินกว่า 4 ล้านเว็บไซต์ และนับเป็น 98.01% ของเว็บไซต์ที่ใช้บริการ Cloudflare ทั้งหมด และมีการเรียกใช้งานเว็บไซต์ผ่านทาง IPv6 เข้ามาจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเว็บไซต์ที่ถูกเข้าถึงผ่านทาง IPv6 มากที่สุดในโลกมีดังนี้

cloudflare-ipv6-percentage-vs-traffic

สำหรับสาเหตุที่ IPv6 ได้รับความนิยมสูงนั้นก็เป็นเพราะความรวดเร็วในการเข้าถึงที่สูงกว่า IPv4 นั่นเอง โดย Cloudflare ได้ระบุว่าทั้งระบบปฏิบัติการและ Web Browser ชั้นนำนั้นต่างก็สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ที่ใช้ IPv6 ได้เร็วกว่า IPv4 ตั้งแต่ 25ms ถึง 300ms อีกทั้งยังไม่ต้องเสียเวลาในการแปลง IPv4 และ IPv6 กลับไปกลับมาในทุกๆ การสื่อสารด้วยสำหรับผู้ใช้งานและเว็บไซต์ที่ต่างก็รองรับ IPv6 กันอยู่แล้ว

ทั้งนี้ Cloudflare ก็ได้วัดความเร็วของเว็บไซต์ที่ใช้ IPv6 และพบว่าใช้เวลาน้อยกว่า IPv4 ถึง 27% ส่วน LinkedIn นั้นก็ออกมาเผยตัวเลขว่า IPv6 นั้นทำให้การเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์พกพาเร็วขึ้นถึง 40%

นอกจากนี้ใน 30 วันที่ผ่านมา ทาง Cloudflare ก็ได้เก็บสถิติการเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ บน Cloudflare และพบว่าประเทศที่มีอัตราส่วนเชื่อมต่อมาด้วย IPv6 สูงสุดนั้นมีดังนี้

  1. Belgium, 56.47%
  2. Ireland, 31.75%*
  3. Greece, 20.79%
  4. Germany, 15.87%
  5. Ecuador, 15.62%
  6. Luxembourg, 15.51%
  7. Portugal, 14.07%
  8. Estonia, 13.75%
  9. India, 11.84%
  10. Peru, 10.57%

การที่ Ireland นั้นมีอัตราส่วนของ IPv6 สูงนั้นเป็นเพราะ Facebook มีการลงทะเบียน IPv6 ใน Ireland เอาไว้เยอะมาก และ Traffic กว่า 81% ของ Facebook ที่ววิ่งผ่าน IPv6 นั้นก็เป็นของ Facebook ทั้งสิ้น

ที่มา: https://blog.cloudflare.com/98-percent-ipv6/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Tenable จับมือ Anthropic เข้าร่วม “Project Glasswing” ยกระดับการป้องกันไซเบอร์ในยุค AI [Guest Post]

การเข้าร่วม Project Glasswing และการได้ร่วมทำงานกับ Claude Mythos Preview ในครั้งนี้ จะช่วยให้ Tenable สามารถสนับสนุนลูกค้าให้เข้าใจพฤติกรรมของโมเดล AI ระดับแนวหน้า (Frontier AI) …

Amazon เตรียมปลดระวาง Mechanical Turk ไม่รับผู้ใช้งานเพิ่มแล้ว

Amazon Web Services (AWS) ได้ยุติการรับลูกค้าใหม่สำหรับบริการที่มีอายุเก่าแก่หลายทศวรรษอย่าง Mechanical Turk เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนับเป็นสัญญาณเตือนถึงจุดสิ้นสุดของแพลตฟอร์มตลาดแรงงานแบบคราวด์ซอร์สรุ่นบุกเบิกนี้