8 ทักษะที่ Network Engineer ต้องเรียนรู้ในปี 2017

เว็บไซต์ NetworkComputing.com ได้ออกมาเขียนถึง 8 ทักษะที่เหล่า Network Engineer ควรมีในปี 2017 ทางทีมงาน TechTalkThai เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน จึงขอหยิบยกมาสรุปเป็นภาษาไทยเอาไว้ดังนี้ครับ

Credit: ShutterStock.com

 

1. Application Flows

การทำความเข้าใจว่าแต่ละ Application นั้นทำงานอย่างไร และมีลำดับขั้นตอนในการรับหรือส่งข้อมูลอย่างไรบ้างให้ได้จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการปรับแต่งประสิทธิภาพการทำงานของ Application ในปัจจุบันที่มักจะต้องมีการรับส่งข้อมูลกันระหว่างหลายๆ ระบบอยู่ตลอดเวลานั้นจะเกี่ยวเนื่องกับการปรับแต่งระบบเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่ Quality of Service (QoS) ในแบบที่ซับซ้อน, การปรับแต่งระบบ Software Defined Networking ให้ดี หรือบางกรณีอาจต้องมีการปรับแต่งประสิทธิภาพของระบบ WAN เลยก็เป็นได้

 

2. Cybersecurity

ในอดีตนั้น งานทางด้านระบบเครือข่าย และงานทางด้านการรักษาความปลอดภัยนั้นมักอยู่แยกขาดจากกัน แต่ปัจจุบันนั้นการโจมตีมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยในขั้นพื้นฐานนั้นก็เริ่มใช้งานง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก การที่เหล่าผู้ดูแลระบบจะเข้าไปช่วยในการรักษาความปลอดภัยในส่วนของระบบเครือข่ายเบื้องต้นทั้งหมด และทำการวางสถาปัตยกรรมระบบเครือข่ายทั้งภายในองค์กรและในส่วนของการเชื่อมต่อไปยังระบบ Cloud ให้เอื้อต่อการจัดการด้านความปลอดภัยมากขึ้นก็ถือเป็นงานที่สมควรทำ (ความคิดเห็นเพิ่มเติม – ส่วนผู้ที่ดูแลรักษาความปลอดภัย IT จะได้ไปทำงานอื่นที่ซับซ้อนกว่านี้หรือทำงานในเชิงภาพรวมได้มากขึ้นนั่นเอง)

 

3. SD-WAN

ในปี 2016 ที่ผ่านมานั้นมีผลิตภัณฑ์กลุ่ม SD-WAN เกิดขึ้นในตลาดมากมาย ซึ่งบางผลิตภัณฑ์เมื่อใช้งานจริงก็กลับไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาของระบบ WAN ดังคำกล่าวอ้าง ดังนั้นในปี 2017 นี้ที่องค์กรต่างๆ เริ่มมีประสบการณ์กับระบบ SD-WAN กันมากขึ้นแล้ว และเริ่มมองเห็นข้อจำกัดของเทคโนโลยีกันมากขึ้น ก็ได้เวลาที่จะต้องเปิดให้เหล่า Network Engineer ได้เข้าไปทำการประเมินว่าองค์กรควรใช้งาน SD-WAN ต่อไปหรือไม่ หากจะใช้งานต่อต้องมีการปรับปรุงอะไรบ้าง และหากจะเลิกใช้งานจะเปลี่ยนไปเป็นทางเลือกอะไรแทน

 

4. DNS

ถึงแม้ที่ผ่านมาเหล่า Network Engineer นั้นจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับ DNS ซักเท่าไหร่ แต่ในปี 2016 ที่ผ่านมานี้เราก็ได้เห็นประเด็นทางด้านความปลอดภัยและปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากระบบ DNS กันมากมาย ทำให้ความรู้ความเข้าใจใน DNS เชิงลึกนั้นกลายมาเป็นประเด็นสำคัญสำหรับการรักษาความปลอดภัยในปี 2017 นี้ไปแล้ว อีกทั้ง DNS เองก็ยังมีบทบาทที่สำคัญมากในการใช้งานบริการ Public Cloud หรือ Private Cloud ก็ตามแต่ ดังนั้นเหล่า Network Engineer จึงควรจะหันมาให้ความสำคัญกับความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ DNS กันเสียหน่อย

 

5. Internet of Things

การมาของ Internet of Things (IoT) ในตลาดองค์กรนั้นจะสร้างความปวดหัวให้กับเหล่า Network Engineer อย่างแน่นอน ทั้งด้วยประเด็นด้านการออกแบบระบบเครือข่ายให้รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์จำนวนมากได้ทั้งผ่านสาย LAN และ Wireless LAN อีกทั้งยังมีประเด็นด้านความปลอดภัยในการใช้งานอุปกรณ์ IoT ภายในระบบเครือข่ายขององค์กรเองอีกด้วย ดังนั้นเหล่า Network Engineer จึงควรเตรียมวางแผนแต่เนิ่นๆ สำหรับการเพิ่มขยายระบบเครือข่ายเพื่อรองรับการมาของ IoT ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยกันได้แล้ว

 

6. การ Virtualize อุปกรณ์เครือข่ายและบริการต่างๆ

ถึงแม้ในปี 2016 ที่ผ่านมาจะเป็นปีที่มีการกล่าวขวัญถึง Software Defined Networking (SDN) กันมากก็ตาม แต่ในปี 2017 นี้เราจะเริ่มได้เห็นการทำ Virtualization ให้กับเหล่าอุปกรณ์และบริการทางด้านระบบเครือข่ายกันมากขึ้น เพื่อเป็นการเติมเต็มสถาปัตยกรรมของ SDN ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นนั่นเอง ดังนั้นเหล่า Network Engineer ก็ต้องเริ่มหันมาทำความเข้าใจกับแนวคิดของการ Virtualize บริการและความสามารถต่างๆ ทางด้านระบบเครือข่าย รวมถึงทำความเข้าใจการออกแบบระบบในลักษณะนี้ให้ได้ด้วยในเวลาเดียวกัน

 

7. Network Automation

ก่อนหน้านี้เรามักเข้าใจว่าการทำ Automation ในฝั่งของระบบเครือข่ายนั้นคือการเขียน Script ไปควบคุมการกำหนดค่าการทำงานของอุปกรณ์เครือข่ายแต่ละชุดเท่านั้น เพื่อให้เหล่าผู้ดูแลระบบสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น แต่ปัจจุบันระบบเครือข่ายนั้นเริ่มมีความซับซ้อนสูงขึ้นและต้องเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเพื่อรองรับการเกิดขึ้นมาของบริการใหม่ๆ หรือ Traffic รูปแบบใหม่ภายในระบบเครือข่าย ดังนั้นการทำ Network Automation จึงเริ่มขยับขึ้นมากลายเป็นการพัฒนาโปรแกรมเพื่อเรียกใช้งาน API ของอุปกรณ์ต่างๆ จำนวนมากให้ปรับเปลี่ยนการทำงานให้เป็นไปตามที่องค์กรต้องการให้ได้ภายในระบบเครือข่ายที่มีส่วนประกอบจำนวนมากและซับซ้อนเหล่านี้

 

8. Hyperconverged Systems

ระบบ Hyperconverged Infrastructure เริ่มกลายเป็นที่นิยมภายใน Data Center ของเหล่าองค์กร และเหล่า Network Engineer เองก็ต้องทำความเข้าใจระบบเหล่านี้ที่มีการรวมเอาทั้ง Compute, Storage และ Network เอาไว้ภายในระบบเดียวเพื่อให้สามารถออกแบบระบบเครือข่ายที่เหมาะสมต่อการทำงานของระบบเหล่านี้ให้ได้ และทำให้เหล่า Application ที่ทำงานอยู่บนระบบเหล่นี้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดด้วย

 

อ่านจบทั้งหมดนี้ก็ถือว่าไม่ค่อยมีข้อไหนพลิกโผนะครับ น่าจะนำไปใช้เป็นแนวทางพอได้อยู่เหมือนกัน

ที่มา: http://www.networkcomputing.com/careers/8-skills-network-engineers-need-2017/424210919



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

นักวิจัยค้นพบวิธีป้องกันไม่ให้ Petya Ransomware โจมตีได้ชั่วคราวแล้ว

Amit Serper นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก Cybereason ได้ออกมาเปิดเผยถึงวิธีการป้องกันไม่ให้ Petya Ransomware ตัวใหม่ที่กำลังระบาดอยู่นี้ทำการโจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์ได้สำเร็จ

Email สำหรับจ่ายค่าไถ่ Petya Ransomware ถูกผู้ให้บริการสั่งปิด เหยื่อยืนยันการจ่ายค่าไถ่ไม่ได้แล้ว

นับเป็นข่าวร้ายสำหรับเหยื่อของ Petya Ransomware ที่ระบาดอย่างหนักใน 3 วันที่ผ่านมา เมื่อ Posteo ผู้ให้บริการ Email ที่ผู้พัฒนา Petya ใช้ในการติดต่อเหยื่อเพื่อรับการยืนยันค่าไถ่และส่งกุญแจถอดรหัสให้ สั่งปิดอีเมล์ wowsmith123456@posteo.net …