Breaking News

เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำความเร็ว 54Tbps เชื่อมโยงเอเชียเข้าด้วยกัน เปิดให้บริการแล้ว

NTT Communications แห่งญี่ปุ่นร่วมกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมในอีก 9 ประเทศได้ประกาศเปิดตัวระบบเคเบิลใต้น้ำความเร็ว 54Tbps เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

[SCM]actwin,0,0,0,0;http://www.ntt.com/en/about-us/press-releases/news/article/2016/20161031_2.html?platform=hootsuite Press Releases October 31, 2016: NTT Communications Launches High-Capacity Optical Undersea Cable Network Serving Asia-Pacific Region | NTT Com | NTT Communications About Us - Mozilla Firefox firefox 11/3/2016 , 3:38:10 PM
http://www.ntt.com/en/about-us/press-releases/news/article/2016/20161031_2.html?platform=hootsuite
Press Releases October 31, 2016: NTT Communications Launches High-Capacity Optical Undersea Cable Network Serving Asia-Pacific Region | NTT Com | NTT Communications

เคเบิลเส้นนี้มีชื่อว่า Asia Pacific Gateway (APG) โดยมีความยาว 10,400 กิโลเมตร และมีความเร็วสูงสุดทางทฤษฏีถึง 54Tbps ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายแรกเริ่มที่เคยตั้งกันไว้ที่ 40Tbps เลยทีเดียว แต่ในขณะเดียวกัน Greg’s Cable Map http://cablemap.info/ นั้นได้ระบุไว้ว่าเครือข่ายเคเบิลใต้น้ำนี้มีความเร็วเพียง 38.4 Tbps เท่านั้น

APG นี้จะช่วยสร้างความมั่นคงทางการเชื่อมต่อเครือข่ายให้กับเวียดนามเป็นอย่างมาก เนื่องจากเดิมทีนั้นบริการเครือข่ายของเวียดนามส่วนหนึ่งอยู่บนเคเบิล Asia America Gateway (AAG) ซึ่งถูกเปิดใช้งานเมื่อปี 2009 และมีปัญหาบ่อยๆ จนประกาศหยุดซ่อมแซมไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

APG นี้จะเชื่อมเวียดนาม, ฮ่องกง, จีน, มาเลย์เซีย, สิงคโปร์, ไต้หวัน,ไทย และเกาหลีใต้เข้ากับญี่ปุ่น โดยในไทยนั้นจุดเชื่อมต่อจะอยู่ที่สงขลา

ที่มา: http://www.datacenterknowledge.com/archives/2016/11/03/54-terabit-submarine-cable-linking-asian-nations-goes-live/

 



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Leadership Vision: New Normal Data-Driven Business บทสัมภาษณ์คุณสันติสุข ลิ้มปิติเจริญโชติ STelligence

ปี 2020 ที่ทุกธุรกิจและผู้ประกอบการทุกรายต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่คาดการณ์ไม่ได้นี้ การใช้ข้อมูลมาตัดสินใจในธุรกิจถือเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดและเติบโตท่ามกลางภาวะนี้ ทิศทางการลงทุนด้าน Data ของธุรกิจองค์กรควรเป็นอย่างไร? หลักคิดในการตัดสินใจโครงการด้าน Data สำหรับธุรกิจในยามนี้มีอะไรบ้าง? พบคำตอบของคำถามเหล่านี้ได้ในบทความ "Leadership Vision: New Normal Data-Driven Business" บทสัมภาษณ์คุณสันติสุข ลิ้มปิติเจริญโชติ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท STelligence จำกัด

ขอเรียนเชิญเข้าร่วมฟังสัมมนาออนไลน์ Emerging Stronger Series

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ก่อให้เกิดผลกระทบไปทั่วทุกมุมโลก การเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือที่ชัดเจนกับความไม่แน่นอนท่ามกลาง “ความปกติใหม่” ที่เกิดขึ้น รวมถึงกลยุทธ์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นที่องค์กรตั้งรับในวันนี้ จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จอย่างยั่งยืนในอนาคต