เรียนรู้ 5 ขั้นตอนการโจมตี Web Application

จากรายงาน 2015 Data Breach Investigations Report ของ Verizon ระบุว่าการโจมตีเว็บแอพพลิเคชันเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญที่แฮ็คเกอร์ใช้เจาะระบบ มากกว่า 50% ของการขโมยข้อมูลบัตรเครดิตเกี่ยวข้องกับการใช้เว็บแอพพลิเคชันทั้งสิ้น บทความนี้จึงนำเสนอ 5 ขั้นตอนการโจมตีเว็บแอพพลิเคชันที่แฮ็คเกอร์มักนิยมใช้ในรูปของ Infographic อย่างง่าย เพื่อให้แต่ละองค์กรสามารถหาวิธีรับมือได้อย่างถูกวิธี

web_app_attack_infographic_2

สรุป 5 ขั้นตอนการโจมตีเว็บแอพพลิเคชัน

1. Reconnaissance – สอดแนมเป้าหมายเพื่อดูว่าระบบที่จะเจาะเป็นอย่างไร เช่น ประเภทของเซิฟเวอร์ ประเภทของระบบปฏิบัติการ เพื่อค้นหาวิธีเจาะระบบเป้าหมายที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด เราสามารถป้องกันการสอดแนมได้ด้วยการเข้ารหัสข้อมูล และลดการเปิดเผยข้อมูลระบบเครือข่ายของเราออกสู่ภายนอกให้ได้มากที่สุด

2. Scanning – ค้นหาและตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของระบบที่ต้องการจะเจาะเพื่อค้นหาช่องโหว่ที่จะแทรกซึมเข้าไปได้ เช่น การทำ Port Scanning, Dialers, Network Mappers, Vulnerability Scanners, Sweepers เป็นต้น แต่ละองค์กรสามารถลดช่องโหว่ของการ Scanning ได้ด้วยการปิด Service ที่ไม่ได้ใช้งาน จำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล และติดตั้งระบบ IPS

3. Gaining Access – แทรกซึมเข้าระบบของเป้าหมายตามช่องโหว่ที่ค้นพบ ช่องโหว่บนเว็บแอพพลิเคชันส่วนใหญ่ประกอบด้วย Cross-site Scripting, SQL Injection, DoS Attack, Session Hijacking และ Buffer Overflows ซึ่งช่องโหว่เหล่านี้ หลักๆสามารถป้องกันได้ 2 วิธี คือ การทำ Secure Coding ตั้งแต่พัฒนาแอพพลิเคชัน และการนำระบบรักษาความปลอดภัย เช่น Web Application Firewall หรือ DDoS Prevention เข้ามาช่วย

4. Maintaining Access – หลังจากแทรกซึมเข้าระบบได้แล้ว แฮ็คเกอร์มักจะทิ้งช่องทางไว้เพื่อให้ตนเองสามารถเข้าถึงหรือควบคุมระบบของเป้าหมายต่อไปได้โดยง่าย เช่น การสร้าง Backdoor, การทิ้งโทรจันหรือมัลแวร์ไว้ติดต่อผ่าน C&C Server เป็นต้น การตรวจสอบระบบเครือข่ายหลังถูกแฮ็คเกอร์แทรกซึมเข้ามาแล้วจำเป็นต้องอาศัยระบบ Alert & Monitoring ที่ครอบคลุม รวมทั้งสามารถตรวจจับและแจ้งเตือนพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น การเชื่อมต่อ การใช้พอร์ท โปรโตคอล เซสชัน ได้

5. Covering Tracks – ปกปิดร่องรอยหลังจากที่บุกรุกเข้าไปในระบบเป็นที่เรียบร้อยเพื่อไม่ให้ระบบรักษาความปลอดภัย เช่น IPS หรือระบบ Monitoring สามารถตรวจจับได้ วิธีที่แฮ็คเกอร์นิยม เช่น Steganography, การใช้ Tunneling Protocol, การแก้ไข Logfiles ขั้นตอนนี้นับว่าตรวจจับและป้องกันได้ยากที่สุด เพราะจำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ของผู้ดูแลระบบและระบบ Monitoring ที่มีประสิทธิภาพสูงในการค้นหาสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น

ดู Infographic สรุป 5 ขั้นตอนการโจมตีเว็บแอพพลิเคชันด้านล่าง

web_app_attack_infographic_1

ที่มา: http://www.csoonline.com/article/3022515/security-awareness/5-stages-of-a-web-app-attack-infographic.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

DCSS ชู Integration Platform ผสาน Observability และ Zero Trust ขับเคลื่อน Modern Enterprise [Guest Post]

สรุปงาน “Future-Ready Integration Platform for Modern Enterprise” โดย บริษัท ดีซีเอสเอส (ประเทศไทย) จำกัด ที่มาพร้อมการบริการด้านIT พลัง Centralized …

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …