4 แนวทางเตรียมพร้อมทำ Container Backup สำหรับธุรกิจองค์กร

เมื่อเทคโนโลยี Container ได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ธุรกิจองค์กรจะขาดไปไม่ได้แล้ว การสำรองข้อมูลและระบบที่อยู่บน Container Platform อย่างเช่น Kubernetes หรือ Red Hat OpenShift นั้นจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญที่หลายธุรกิจต้องเผชิญ

ในบทความนี้เราจะแนะนำ 4 แนวทางการเตรียมตัวเพื่อทำ Container Backup ในองค์กร พร้อมนำเสนอถึง IBM Spectrum Protect Plus โซลูชัน Data Protection ที่รองรับการสำรองข้อมูล Container ได้ให้ทุกท่านได้รู้จักกันครับ

1. มีความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยี Container Platform ที่ใช้งาน

เนื่องจากระบบ Application ที่ทำงานอยู่บน Container นั้นมีความซับซ้อนและมีองค์ประกอบที่หลากหลายมากกว่า Application ในอดีตเป็นอย่างมาก และในการที่ Application หนึ่งๆ บน Container Platform จะทำงานได้นั้นก็ต้องอาศัยทั้ง Container และข้อมูลทั้งหมดให้ทำงานเชื่อมต่อกันตามสถาปัตยกรรม Microservices การสำรองข้อมูลบนระบบ Container จึงเป็นงานที่มีความซับซ้อนกว่าการสำรองข้อมูลบน Traditional Application ในอดีตเป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้ ผู้ดูแลระบบที่ต้องการทำการสำรองข้อมูลของ Cloud-Native Application ที่พัฒนาขึ้นมาบน Container นี้ จึงควรจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี Container Platform ที่ใช้งานให้ดี ว่าใช้งานเทคโนโลยีใด, รุ่นไหน, มีส่วนประกอบอะไรบ้าง รวมถึงทำความเข้าใจสถาปัตยกรรมของแต่ละ Application ที่ต้องการสำรอง ว่ามีการจัดเก็บเชื่อมต่อข้อมูลอย่างไร, มีการกำหนดค่าของระบบอย่างไร และมีการกำหนดสิทธิ์อย่างไร เพื่อให้การออกแบบระบบสำรองข้อมูลและกระบวนการกู้คืนเป็นไปได้อย่างเหมาะสมสำหรับแต่ละ Application

2. ตรวจสอบความเข้ากันได้ระหว่างโซลูชัน Container Backup กับ Container Platform

ถึงแม้ Container จะไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ แต่การนำมาใช้งานในระดับธุรกิจองค์กรนั้นก็ยังเพิ่งเกิดขึ้นได้เป็นเวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น ทำให้โซลูชันการสำรองข้อมูลให้กับ Container Platform นี้ยังไม่มีเทคโนโลยีมาตรฐานกลางที่ครบถ้วนในทุกส่วนมากนัก และผู้พัฒนาโซลูชันแต่ละรายก็มีแนวทางการพัฒนาโซลูชันที่แตกต่างกัน ส่งผลให้โซลูชัน Backup แต่ละระบบมีความสามารถสำหรับการสำรองข้อมูล Container ที่ค่อนข้างต่างกัน รวมถึงยังรองรับการใช้งานร่วมกับส่วนต่างๆ ของระบบได้ไม่เหมือนกันนัก

สาเหตุนี้เองที่ทำให้การทำความเข้าใจเทคโนโลยี Container Platform ที่ใช้งานอยู่จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะข้อมูลที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจนั้นจะต้องถูกนำมาใช้เพื่อเลือกสรรโซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการ เพื่อให้มั่นใจว่าโซลูชันที่ต้องการนี้จะเข้ากันได้กับระบบที่ใช้งานอยู่นั่นเอง

3. กำหนดนโยบายการสำรองข้อมูลให้เหมาะสม

Cloud-Native Application แต่ละระบบนั้นอาจต้องการความถี่, วิธีการ หรือรูปแบบในการสำรองข้อมูลที่แตกต่างกันออกไป เหมือนกับ Traditional Application ที่มีระดับความสำคัญแตกต่างกันก็ย่อมมีการสำรองข้อมูลในระดับที่ต่างกัน ดังนั้นการกำหนดนโยบายสำหรับการสำรองข้อมูลให้กับแต่ละ Application ตามความเหมาะสมนั้นจึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการการสำรองข้อมูลและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่สำรองเอาไว้ให้เพียงพอต่อการใช้งานได้

ทั้งนี้ ประเด็นด้านการเลือกพื้นที่ในการสำรองข้อมูลเองก็ถือว่าสำคัญไม่น้อย เพราะนอกจากประเด็นนี้จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายขององค์กรโดยตรงแล้ว ก็ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพหรือกระบวนการในการกู้คืนข้อมูลหรือระบบอีกด้วย เนื่องจากการใช้ Container โดยทั่วไปก็มักจะทำให้องค์กรก้าวสู่ภาพของการทำ Hybrid Multicloud ไปด้วยในเวลาเดียวกัน ดังนั้นจึงมีปัจจัยที่ต้องประเมินในส่วนนี้เพิ่มเติมขึ้นมา

4. ออกแบบและทดสอบการกู้ข้อมูลและระบบไปยังหลากหลายปลายทางตามที่ต้องการ

ระบบที่สำรองข้อมูลเอาไว้ได้แต่ไม่สามารถกู้คืนมาใช้งานจริงได้นั้นย่อมไม่มีประโยชน์ ดังนั้นการออกแบบในส่วนของวิธีการและทรัพยากรที่จะต้องใช้สำหรับการกู้คืนข้อมูลบางส่วนหรือระบบทั้งหมดจึงเป็นอีกสิ่งสำคัญ รวมถึงการทดสอบการกู้คืนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ข้อมูลและระบบที่ทำการสำรองเอาไว้นี้จะพร้อมใช้งานได้ทันที

ด้วยข้อดีของ Container Platform ที่มีคุณสมบัติต่อยอดไปสู่การทำ Hybrid Multicloud ได้ ก็ทำให้องค์กรมีความยืดหยุ่นในการเลือกปลายทางสำหรับการกู้คืนข้อมูลหรือระบบกลับคืนมาได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการกู้คืนในระบบ On-Premises ที่องค์กรได้จัดเตรียมเอาไว้ หรือกู้คืนไปยังบริการ Public Cloud ที่ใช้งานอยู่ก็ได้เช่นกัน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นกรณีใด การซักซ้อมให้เกิดความพร้อมสำหรับการกู้คืนข้อมูลหรือระบบจริงก็เป็นกิจกรรมที่จะละเลยไปไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบน Public Cloud ที่บางครั้งเราอาจไม่สามารถควบคุมเทคโนโลยีที่ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์

ปกป้องระบบและข้อมูลใน Container ด้วย IBM Spectrum Protect Plus

IBM ในฐานะของผู้นำทางด้านโซลูชัน Hybrid Multicloud สำหรับธุรกิจองค์กร ได้มีการพัฒนาความสามารถสำหรับการสำรองและกู้คืนข้อมูลหรือระบบ Container Platform บน IBM Spectrum Protect Plus เอาไว้ให้ธุรกิจพิจารณานำไปใช้งานได้ทันที โดยสามารถใช้งานได้กับทั้ง Kubernetes และ Red Hat OpenShift ได้อย่างสมบูรณ์

Credit : IBM

ข้อมูลที่ IBM Spectrum Protect Plus จะทำการสำรองจาก Container Platform นั้นจะครอบคลุมทั้งส่วนของ Persistent Volume ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับการจัดเก็บข้อมูลสำคัญของระบบ Application และ Database ภายใน Cloud-Native Application และส่วนของ Kubernetes Resource Metadata เพื่อให้สามารถกู้คืน Container Platform กลับมาให้บริการ Application ได้ด้วย

สำหรับ Container Native Storage ที่ IBM Spectrum Protect Plus รองรับนั้นก็ได้แก่ Red Hat CephFS, Red Hat Ceph Storage RADOS Block Device (RBD) CSI snapshots อีกทั้งยังรองรับการทำงานร่วมกับระบบ Storage สำหรับ Container อย่างเช่น IBM Spectrum Fusion HCI, IBM Spectrum Scale และ IBM Spectrum Virtualize ได้ โดยองค์กรใดที่มีเป้าหมายในการก้าวไปสู่การทำ Hybrid Multicloud อย่างเต็มตัว IBM Spectrum Protect Plus ก็รองรับการทำงานร่วมกับ IBM Cloud Pak for Multicloud Management (MCM) เพื่อให้การปกป้องข้อมูลบนระบบ Multicloud เป็นไปได้อย่างง่ายดายจากหน้าจอบริหารจัดการเดียว

Credit : IBM

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IBM Spectrum Protect Plus สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ibm.com/products/ibm-spectrum-protect-plus

เริ่มต้นใช้งาน Container และ Hybrid Cloud ในองค์กรอย่างง่ายดายด้วย IBM Spectrum Fusion และ IBM Spectrum Fusion HCI

นอกเหนือไปจากการสำรองข้อมูล Container แล้ว สำหรับองค์กรใดที่สนใจวางระบบ IT Infrastructure เพื่อรองรับการใช้งาน Container Platform โดยเฉพาะให้สามารถต่อยอดไปสู่การทำ Hybrid Multicloud ได้ IBM Spectrum Fusion และ IBM Spectrum Fusion HCI อาจเป็นโซลูชันที่คุณกำลังมองหา

Credit : IBM

IBM Spectrum Fusion คือระบบ Storage ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อทำงานร่วมกับ Red Hat OpenShift โดยเฉพาะสำหรับรองรับ Mission-Critical Application ซึ่งสามารถรองรับการเพิ่มขยายกระจายตัวไปทั่วโลกได้ด้วยคุณสมบัติของความเป็น Distributed File System ที่ต่อยอดมาจาก IBM Spectrum Scale พร้อมความสามารถในการบริหารจัดการข้อมูลที่ถูกจัดเก็บอยู่จาก IBM Spectrum

ทั้งนี้สำหรับองค์กรที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ Storage แต่ยังต้องการในส่วนของ Compute ด้วย IBM Spectrum Fusion HCI ก็คือโซลูชันที่จะมาตอบโจทย์ความต้องการนี้ ด้วยการเสริม Red Hat OpenShift ลงไปในระบบโดยตรง ทำให้องค์กรสามารถใช้งาน Container ได้บน IBM Spectrum Fusion HCI ในขณะที่ระบบยังคงสามารถเพิ่มขยายแบบ Scale-Out ได้อย่างอิสระ

แน่นอนว่าทั้งสองโซลูชันนี้มีความสามารถในการสำรองข้อมูลสำหรับ Kubernetes และ Red Hat OpenShift ในตัว ดังนั้นการเลือกใช้งาน IBM Spectrum Fusion และ IBM Spectrum Fusion HCI นี้ก็จะช่วยสร้างความสะดวกสบายให้กับธุรกิจองค์กรที่ต้องการพัฒนาหรือใช้งาน Cloud-Native Application ได้เป็นอย่างดีในระยะยาว

สนใจโซลูชัน IBM FlashSystem และ SAP HANA ติดต่อทีมงาน Metro Connect ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจในโซลูชันใดๆ ของ IBM สามารถติดต่อทีมงาน Metro Connect ได้ทันทีที่ mktmcc@metroconnect.co.th หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Metro Connect ได้ที่ https://www.metroconnect.co.th/


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

รู้จัก digi.data.go.th แพลตฟอร์มคอมมูนิตี้ใหม่สำหรับคนสาย Data – เรียนรู้ แบ่งปัน ร่วมมือ เพื่อใช้ข้อมูลพัฒนาธุรกิจและประเทศ

เมื่อข้อมูลเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตมากขึ้น ทั้งในแง่ของชีวิตประจำวันทั่วไป การทำงานของธุรกิจ และการให้บริการของภาครัฐ การส่งเสริมให้มีการใช้ข้อมูลอย่างถูกต้อง ปลอดภัย บริหารจัดการข้อมูลอย่างมีมาตรฐาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไปมีทักษะที่เพียงพอต่อการทำความเข้าใจและใช้ประโยชน์จากข้อมูล จึงได้กลายมาเป็นหนึ่งภารกิจของภาครัฐเช่นกัน  ในวันนี้ ขอเชิญทุกท่านมาทำความรู้จักกับแพลตฟอร์ม digi.data.go.th จากสถาบันนวัตกรรมและธรรมาภิบาลข้อมูล (DIGI) ที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริมความรู้ให้กับธุรกิจและบุคคลทั่วไป …

เจาะลึกโซลูชันเชิงเทคนิคภายใน Cloud X ได้แก่ VMware Tanzu, MS Azure Arc, Veeam Data Protection, Blendata B-Log ว่าตอบโจทย์การทำงานอย่างไรได้บ้าง

“พันธกิจหลักของ AIS Cloud X คือ ต้องการทำให้การเข้าถึงระบบคลาวด์รวดเร็วขึ้น มีความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลมากขึ้น และช่วยให้มีการลงทุนอย่างคุ้มค่ามากที่สุด” AIS Cloud X Intelligent Cloud Ecosystem พร้อมให้ใช้งานที่หลากหลาย …