Three Square Market (32M) ผู้ให้บริการด้านโซลูชันทางการตลาด ได้ออกมาประกาศเปิดให้พนักงานสามารถฝังไมโครชิปเพื่อใช้ยืนยันตัวตนได้หลังจากวันที่ 1 สิงหาคม 2017 เป็นต้นไป เพื่อใช้ในการเปิดประตูออฟฟิศ, ล็อกอินเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากเครื่องขายสินค้าภายในออฟฟิศ

ในไมโครชิปนี้ไม่ได้มีการฝัง GPS เอาไว้แต่อย่างใด และนโยบายนี้เกิดขึ้นมาได้จากความเชื่อของ Todd Westby ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO แห่ง 32M ที่เชื่อว่า RFID นั้นจะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เกิดการทำสิ่งต่างๆ ได้มากมาย ทั้งการซื้อสินค้า, การเปิดประตู, การใช้เครื่องถ่ายเอกสาร, การล็อกอินเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์, การปลดล็อคโทรศัพท์, การแลกนามบัตร, การเก็บข้อมูลทางการแพทย์ และการจ่ายเงิน จนสามารถกลายเป็นมาตรฐานในการนำไปใช้ในกรณีอื่นๆ เช่น ใช้แทน Passport, ใช้ในการเดินทางสาธารณะ และอื่นๆ อีกมากมายได้ด้วย
RFID นี้จะถูกฝังอยู่ใต้ผิวหนังระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ โดยใช้เทคโนโลยี Near-field Communications (NFC) ร่วมกับ RFID โดยโครงการนี้จะเป็นความร่วมมือระหว่าง 32M และ BioHax Internastional บริษัทจาก Sweden ที่พัฒนาเทคโนโลยีไมโครชิปสำหรับฝังในร่างกายโดยเฉพาะ ทำให้สามารถทำการยืนยันตัวตนแบบ Contactless ได้อย่างง่ายดาย
ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์หลักของ 32M คือเครื่อง Self-checkout Kiosk หรือ Vending Machine เพื่อสร้างโซลชันร้านสะดวกซื้อขนาดเล็กที่ไม่ต้องมีพนักงานเฝ้า การริเริ่มนำ RFID มาใช้ในครั้งนี้ก็อาจเกิดเป็นทิศทางที่น่าสนใจไม่น้อยได้ในอนาคต
RFID แบบฝังในร่างกายนี้มีข้อดีเหนือกว่า Biometrics ในแง่ของความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานที่สูงกว่า และยังสามารถปรับเปลี่ยน RFID ของผู้ใช้งานแต่ละคนได้ในหลากหลายบริบท แต่ในขณะเดียวกันตัว RFID เองก็อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้อย่างกว้างขวางได้เช่นกัน
สำหรับรายละเอียดฉบับเต็ม ลองอ่านได้ที่ https://32market.com/public/#blog ครับ
ที่มา: http://thehackernews.com/2017/07/biohacking-microchip-implant.html
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






