5 เทรนด์ IoT ที่สำคัญสำหรับภาคโลจิสติกส์ – ซัพพลายเชนในปี 2023 โดย Reader Forum

IoT ไม่ได้เป็นเพียงเครือข่ายของอุปกรณ์อัจฉริยะ แต่เป็นแนวคิดทั้งหมดที่ช่วยให้สามารถระบุและคัดแยกมูลค่าจากข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งรวบรวมโดยเซ็นเซอร์และวิเคราะห์ในระบบคลาวด์
 
Image Credit : jabil.com
ระบบนิเวศของ IoT เป็นแพลตฟอร์มที่ปรับแต่งได้และเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น บริษัทด้านโลจิสติกส์จะได้รับประโยชน์หากมีการดำเนินการดังต่อไปนี้:
  • การรวบรวมข้อมูล IoT เพื่อให้มีสินทรัพย์ทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว
  • การประมวลผลข้อมูล IoT เพื่อให้ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะของคลังสินค้าและการควบคุมแบบเรียลไทม์
  • การวิเคราะห์ข้อมูล IoT เพื่อให้มีการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์และการวางแผน SC ที่แม่นยำ

เทรนด์ #1 – IoT สำหรับการวิเคราะห์ขั้นสูง

เนื่องจากเศรษฐกิจประสบกับภาวะเงินเฟ้อ ภาวะถดถอย และอุปทานส่วนเกิน ห่วงโซ่อุปทานจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนที่แม่นยำยิ่งขึ้น ขีดความสามารถในการคาดการณ์ความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทาน อาจสร้างข้อได้เปรียบที่ IoT จะมอบให้กับระบบลอจิสติกส์ ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูงที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่องมือซึ่งใช้ฐานข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเพื่อประมวลผลข้อมูลจากทุกแผนกภายในธุรกิจ
 
แนวโน้มทั่วโลกในหลายๆ ด้าน ส่งผลให้องค์กรต่างๆ สามารถรับรายงานและการคาดการณ์ที่แม่นยำสำหรับสถานการณ์เฉพาะของตนได้ เพื่อมุ่งไปที่การคาดการณ์ในส่วนของการเพิ่มขึ้นของราคา การขาดแคลนวัตถุดิบ หรือการหยุดงานประท้วงที่ส่งผลต่อการหยุดชะงักของการดำเนินงาน ด้วยเหตุนี้ IoT จึงช่วยให้สามารถวางแผนความต้องการ การกระจายทรัพยากร กำลังการผลิต และอื่นๆ ได้ดีขึ้น
 

เทรนด์ #2 – IoT สำหรับโลจิสติกส์ที่ยืดหยุ่น

ขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นคือการปรับคลังสินค้าและเส้นทางการขนส่งให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดโดยไม่ลดปริมาณงาน แนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับ IoT ด้านล่างนี้สามารถช่วยให้บรรลุเป้าหมายนี้ได้
 
  • Multimodal Transportation : IoT ให้มุมมองแบบองค์รวมของการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ เพื่อปรับปรุงการติดตามสินค้าและการประสานงานในการทำงาน เพิ่มความปลอดภัย และทำให้งานเอกสารเป็นแบบอัตโนมัติ การขนส่งสินค้าภายใต้การควบคุมด้วย IoT สามารถมองเห็นได้ในทุกขั้นตอน ในขณะที่การจัดการภาคส่วนการขนส่งก็ง่ายดายเช่นเดียวกัน
  • Real-Time Monitoring : แพลตฟอร์ม IoT บนคลาวด์จัดการข้อมูลเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าและยานพาหนะแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ฝ่ายต่าง ๆ มองเห็นภาพรวมของห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด และช่วยให้เปลี่ยนอุปกรณ์ส่วนประกอบได้หากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น เป็นการช่วยยกระดับการทำงานอัตโนมัติอัจฉริยะทั่วทั้งเครือข่าย และช่วยให้ผู้จัดการห่วงโซ่อุปทานสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วต่อการหยุดชะงักและเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
  • Predictive Asset Management : การจัดการสินทรัพย์เชิงคาดการณ์ ในปี 2023 บริษัทต่างๆ ควรเปลี่ยนไปใช้แนวคิดเรื่องโลจิสติกส์แบบ “เผื่อไว้” สำหรับการวางแผนสินค้าคงคลัง การควบคุมที่เข้มงวดโดยใช้ IoT ช่วยให้ทราบตำแหน่งที่แน่นอน ปริมาณที่แท้จริง และสภาพของสินค้าที่สมบูรณ์ วิธีที่ช่วยให้การดำเนินงานได้สะดวกและง่ายดายที่สุดในการทำให้ข้อมูลต่างๆ มีความถูกต้องและแม่นยำ คือ การปรับรูปแบบการใช้งานด้วย RFID tags ให้กับสินค้า เพื่อให้บริษัทด้านลอจิสติกส์มีข้อมูลการจัดส่งแบบเรียลไทม์ การเปรียบเทียบการคาดการณ์ทั่วโลกกับการคาดการณ์ภายใน เป็นไปได้ที่จะสร้างสมดุลระหว่างการเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าคงคลังและเงินสำรองเพื่อให้ครอบคลุมสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน

เทรนด์ #3 – IoT กับการขาดแคลนบุคลากร

การขาดแคลนแรงงานไม่ใช่ปัญหาใหม่ในด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มพนักงานขับรถบรรทุก การลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุดจะทำให้อุตสาหกรรมนี้น่าดึงดูดยิ่งขึ้น เครื่องมือวิเคราะห์ IoT ช่วยให้บริษัทต่างๆ คาดการณ์วิกฤตการณ์และกำหนดเส้นทางขบวนรถใหม่ได้ ซึ่งหมายถึงการหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดและกำจัดการขนส่งที่ผิดพลาดสำหรับพนักงานขับรถ
 
โซลูชันการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ที่ใช้ IoT ช่วยลดการสูญเสียระหว่างทาง และการติดตามยานพาหนะอย่างละเอียดช่วยให้มีข้อมูลการปฏิบัติงานที่แท้จริง ข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถช่วยตรวจสอบสุขภาพให้กับพนักงานขับรถได้ด้วย เป็นการลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
 
ในปี 2022 ที่ผ่านมา ปัญหาการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญที่จะจัดการโลจิสติกส์ที่ซับซ้อนเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงการมากที่สุด จึงทำให้การวิเคราะห์บน IoT เป็นแหล่งข้อมูลเฉพาะทางซึ่งเข้ามามีบทบาทที่สำคัญที่จะช่วยให้สามารถตัดสินใจด้านการจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยพิจารณาจากข้อมูลที่วิเคราะห์ ยิ่งมีข้อมูลในการวิเคราะห์มากเท่าไร การคาดการณ์ก็ยิ่งแม่นยำมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งสามารถช่วยวางแผนการขนส่งสำหรับอนาคตให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดความไร้ประสิทธิภาพลงได้
 

เทรนด์ #4 – IoT สำหรับคลังสินค้าอัตโนมัติ

การระบาดครั้งใหญ่ผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยีคลังสินค้าอัจฉริยะไปใช้ในวงกว้างมากขึ้น คลังสินค้าอัจฉริยะเคยเป็นเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มที่น่าสนใจอย่างมาก และตอนนี้กำลังกลายเป็นกระแสระดับโลกที่กลายเป็นเทรนด์ที่ต้องมี
 
Warehouse automation ระบบอัตโนมัติของคลังสินค้าขึ้นอยู่กับข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่ถูกต้องเกี่ยวกับตำแหน่งของสินค้า ซึ่งจะถูกส่งไปยังระบบคลาวด์โดยใช้วิธีการสแกนอ่านโดยเทคโนโลยี RFID tags เป็นต้น
 
Autonomous mobile robots (AMRs) เป็นเทคโนโลยีที่นำมาปรับใช้งานให้กับคลังสินค้ามากที่สุด เพื่อให้ทราบตำแหน่งและปริมาณของสินค้าที่จะขนส่งอย่างแม่นยำ มีการอัปเดตความเคลื่อนไหวของสินค้าที่เข้าและออกอยู่ตลอดเวลา
 
Maintenance of vehicles การบำรุงรักษายานพาหนะมีประโยชน์อย่างมาก โดยการประยุกต์ปรับใช้งานอุปกรณ์วิเคราะห์ IoT สามารถรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับยานพาหนะ และประเมินสภาพของส่วนประกอบโดยการวิเคราะห์เสียงและการสั่นสะเทือน ติดตามระดับของเหลว และตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ขับขี่

ตัวอย่างเช่น

  • สไตล์การขับขี่ที่ดุดันไม่เกรงใจใคร ซึ่งสามารถตรวจจับได้โดยการเร่งความเร็วมากเกินที่กำหนด การเข้าโค้งหักศอก และเบรกอย่างรุนแรง
  • พฤติกรรมเหล่านี้ สามารถปรับแต่งอุปกรณ์ได้โดยใช้แค่ตัววัดความเร่ง เครื่องวัดการหมุนวน หรือเซ็นเซอร์ความเอียง ซึ่งเป็นความล้ำของ IoT
Automation of transport vehicles ปัจจุบันสามารถจับต้องได้มากขึ้น เมื่อได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าว่าต้องส่งสินค้าอะไรและให้กับใคร ข้อมูลเหล่านี้หากมีความชัดเจนพอเราสามารถเลือกรูปแบบการขนส่งโดยใช้โดรนหรือยานพาหนะพิเศษได้ เพื่อประสิทธิภาพที่สูงกว่า
 

ทรนด์ #5 – IoT เพื่ออนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

คำมั่นสัญญา : สหราชอาณาจักร แคนาดา ญี่ปุ่น และอีกสองสามประเทศได้มุ่งมั่นที่จะปล่อย CO2 เป็นศูนย์ภายในปี 2050
 
เทรนด์นี้ได้รับความนิยมจากผู้คนกว่า 85% ของผู้บริโภคทั่วโลกได้พัฒนาพฤติกรรมการซื้อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
 
เนื่องจากลอจิสติกส์มีส่วนรับผิดชอบต่อการปล่อย CO2 ประมาณ 11% ทั่วโลก แนวโน้มของ “การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน หากบริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานไฟฟ้าในสินทรัพย์เป็นหลัก เซนเซอร์ IoT จะช่วยติดตามการปล่อยมลพิษได้อย่างแม่นยำ การมีข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากยานพาหนะแต่ละแห่งและไซต์งานด้านลอจิสติกส์ ทำให้ง่ายต่อการสร้างกลยุทธ์สำหรับการลดอย่างค่อยเป็นค่อยไป
 

บทสรุป

 
เทรนด์ IoT ที่สำคัญสำหรับภาคโลจิสติกส์ – ซัพพลายเชน จะอยู่กับเราไปอีกนาน และหากคุณมีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลภายในโซลูชันลอจิสติกส์ที่ถูกรวบรวมโดย IoT คุณก็จะสามารถคาดการณ์แนวโน้มลอจิสติกส์ได้ด้วยตัวเอง
 

About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

ERP on Cloud เทรนด์ใหม่อุตสาหกรรมการผลิตไทย : Digiwin Thailand จับมือ GWS CLOUD โชว์โซลูชันในงาน ME EXPO 2026 [Guest Post]

Digiwin Thailand และ GWS CLOUD เตรียมเข้าร่วมจัดแสดงโซลูชัน “Digiwin ERP on GWS CLOUD” ซึ่งถือเป็นเทรนด์ใหม่ในอุตสาหกรรมการผลิตไทย เป็นครั้งแรก ในงาน ME …

ศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ ยกระดับ การบริหารธุรกิจน้ำมันปาล์ม ด้วย SAP Business One โดย NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd.

ในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ ที่มีความซับซ้อนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การบริหารจัดการที่แม่นยำและรวดเร็วไม่ใช่เพียง “ตัวช่วย” แต่คือ “หัวใจ” ของความสามารถในการแข่งขัน  สำหรับ บริษัท ศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ จำกัด ธุรกิจที่เติบโตขึ้น อย่างต่อเนื่อง …