ครบรอบ 30 ปี ‘Minesweeper’

ไม่ต้องบรรยายกันมาก เพราะ Minesweeper เป็นหนึ่งในเกมสุดคลาสิกใน Windows เวอร์ชันเก่าๆ ซึ่งวันนี้มีอายุครบ 30 ปีบริบูรณ์ คือถ้าใครเคยติดเกมนี้มาก่อนถือว่าไม่เด็กแล้วนะครับ

credit : howtogeek.com

เรื่องราวเริ่มต้นจากในวันที่ 8 ตุลาคม 1990 Microsoft ได้ปล่อยเกมสุดคลาสิกเกมหนึ่งในแพ็กเกจ Microsoft Entertainment Pack ตรงสู่ผู้ใช้งาน Windows 3.0 และต่อมาก็ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลาย แม้กระทั่ง บิล เกตส์ เองในปี 1994 ก็ยอมรับว่าเขาติดเกมนี้มากเลยทีเดียว

สำหรับใครที่เกิดไม่ทัน Minesweeper เป็นเกมแนวลอจิกตัวหนึ่งคือเราต้องหาระเบิดให้ได้หมด โดยจะมีเลขใบ้บอกจำนวนระเบิดรอบพื้นที่ใน 8 ทิศ

อันที่จริงแล้ว Minesweeper มีชื่อว่า Mine ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นจากพนักงาน Microsoft 2 คนที่ชื่อ Robert Donner และ Curt Johnson ให้เพื่อนๆ เล่นบน OS/2 ต่อมาหลังจาก Windows 3.0 เสร็จแล้ว Bruce Ryan หัวหน้าทีมผลิตภัณฑ์อยากจะมีเกมใส่เข้ามาเพื่อเพิ่มยอดขาย ตัว Robert จึงนำเสนอสิ่งนี้ ซึ่งหลังจากปรับหน้าตาเล็กน้อย Mine ก็ถูกเปลี่ยนชื่อลงสู่ตลาดจริงในชื่อ Minesweeper

ท้ายที่สุดแล้ว Microsoft ได้นำเสนอชุด Games ใน Windows ตั้งแต่ Windows 3.1 ถึง Windows 7 (ช่วง 1992-2009) เชื่อว่าคนในโลกนี้หลายร้อยล้านคนต้องเคยผ่านเกมนี้กันมาบ้างหล่ะครับ..

ที่มา : https://www.howtogeek.com/693898/30-years-of-minesweeper-sudoku-with-explosions/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน AI ท่ามกลางปริมาณข้อมูลที่ถูกจัดเก็บและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง [PR]

ที่ผ่านมาบทสนทนาเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มักให้ความสำคัญกับพลังการประมวลผล (Compute) เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทั่วโลกล่าสุดจาก IDC เผยให้เห็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญเมื่อขยายการใช้งาน AI นั่นคือข้อมูลที่ยังคงถูกจัดเก็บและสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารอบการประมวลผลแต่ละรอบจะเสร็จสิ้นไปนานแล้วก็ตาม

วิกฤต AI แย่งงานมนุษย์ยังไม่เกิด เหตุตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้อานิสงส์ AI Boom จนสร้างงานใหม่สุทธิทะลุ 1 ล้านตำแหน่ง

กระแสความวิตกกังวลว่า AI จะเข้ามาแย่งงานจนเกิดวิกฤตแรงงานตกงานจำนวนมากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะจะต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะเมื่อมีข้อมูลจากตลาดแรงงานสหรัฐอเมริกาชี้ชัดว่า การขยายตัวของเทคโนโลยี AI กำลังสร้างตำแหน่งงานใหม่มากกว่าจำนวนการเลิกจ้างอย่างมีนัยสำคัญ หรือคิดเป็นตัวเลขกว่า 1 ล้านตำแหน่ง