Hacker 2 คนถูกจับ หลัง Hack และขโมยรถไปได้มากกว่า 30 คันด้วย Laptop เพียงเครื่องเดียว

ณ Houston รัฐ Texas ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีการเข้าจับกุม Michael Arcee และ Jesse Zelay สอง Hacker ที่ทำการขโมยรถ Jeep และ Dodge ไปแล้วมากกว่า 30 คันโดยการใช้ Laptop เชื่อมต่อเข้ากับระบบ Software ของตัวรถ และทำการโจมตีเพื่อ Start รถและขโมยรถเหล่านั้นไป

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

ในข่าวรายงานว่า Hacker สองคนนี้มุ่งเน้นขโมยรถ Jeep และ Dodge ที่ไม่ได้ทำการล็อคเอาไว้ ทำให้พวกเขาไม่ต้องเสียแรงในการงัดรถแต่อย่างใด และใช้ Software ทำการเชื่อมต่อกับระบบควบคุมของรถโดยไม่เปิดเผยว่าเชื่อมต่อผ่านทาง OBDII หรือ USB หรือช่องทางอื่นๆ และทำการ Start รถเพื่อขโมยรถออกไปได้ทันทีโดยใช้เวลาเพียงไม่ถึง 6 นาที

ทั้งนี้ทาง Fiat Chrysler Automobiles ได้ออกมาปฏิเสธว่าการขโมยรถครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีของการโจมตีระยะไกลผ่าน UConnect แบบที่เคยเป็นข่าวในปีที่แล้ว

กรณีนี้ถือว่าเป็นกรณีที่น่าสนใจมากสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ เพราะการขโมยรถยนต์เพื่อนำไปขายในตลาดมืดหรือส่งออกนอกชายแดนนั้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก ในขณะที่การเสริมความฉลาดให้กับรถยนต์ด้วยการฝัง Software ควบคุมเพิ่มเติมเข้าไปในรถยนต์นั้นก็เป็นอนาคตทั้งในฐานะของ Connected Car, Driverless Car และ Internet of Things (IoT) ประเด็นด้านความปลอดภัยของ Software จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ในเวลานี้

ที่มา: https://www.autoblog.com/2016/08/04/hackers-steal-30-jeeps-houston-texas/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Google Cloud ประกาศจับมือ HPE GreenLake นำเสนอ Distributed Cloud Hosting ตอบโจทย์ภาคธุรกิจองค์กร

แนวโน้มของการใช้งาน Hybrid Multicloud นั้นกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ในขณะที่ผู้ให้บริการ Cloud ขนาดใหญ่ในระดับ Hyperscale Cloud เองนั้นต่างก็กำลังแข่งขันเพื่อนำเสนอโซลูชัน Distributed Cloud กระจายระบบจาก Public Cloud …

[Guest Post] ฟอร์ติเน็ตเปิดตัวโซลูชัน Cloud native protection ปกป้องธุรกิจให้พ้นจากภัยคุกคามบนคลาวด์ พร้อมให้ใช้งานแล้วบน AWS

FortiCNP ช่วยลดความซับซ้อนในกระบวนการด้านความปลอดภัยบนคลาวด์ บริหารความเสี่ยงภัยได้เร็วขึ้น และให้การป้องกันภัยคุกคามได้เกือบเรียลไทม์ด้วยคุณสมบัติในการตรวจจับมัลแวร์ในระดับ Zero-Permission