[Guest Post] เสียวหมี่ ขึ้นแท่นอันดับ 3 ในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก ด้วยยอดส่งมอบเครื่องถึง 46 ล้านเครื่อง มีส่วนแบ่งการตลาด 13.1%

เสียวหมี่ ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก ก้าวขึ้นสู่อันดับ 3 ในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก หลังสามบริษัทวิจัยตลาด Canalys, Counterpoint และ IDC เผยผลสำรวจตลาดสมาร์ทโฟนไตรมาส 3 ปี 2020 ได้มีการส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกสูงถึง 348.0 ล้านเครื่อง ลดลง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยอดส่งมอบกลับเพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้ 

 

Canalys ยังระบุอีกว่า ยอดส่งมอบเครื่องสมาร์ทโฟนที่เพิ่มสูงขึ้น ยังส่งผลให้เสียวหมี่ขยับตำแหน่งขึ้นแท่นเป็นอันดับสามในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ เนื่องจากเสียวหมี่ มีการส่งมอบเครื่องสมาร์ทโฟนเพิ่ม 14.5 ล้านเครื่องไปยังตลาดในยุโรปมากขึ้นกว่าคู่แข่งในตลาด 

ขณะที่ Counterpoint เผยว่าการขยายตัวของตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาส 3 ปีนี้แสดงให้เห็นถึงสัญญาณการฟื้นตัว โดยมีแบรนด์เสียวหมี่ ได้ขยับขึ้นสู่อันดับ 3 ในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก ที่มีอัตราการเติบโตถึง 75% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และมีส่วนแบ่งตลาด 13% ในไตรมาสนี้

 

ทั้งนี้เสียวหมี่ มียอดส่งมอบเครื่องสมาร์ทโฟนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 46.2 ล้านเครื่องในไตรมาสที่ 3 ปี 2020 มีอัตราการส่งสินค้าเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 35% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกัน และปัจจัยการเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากชุดแคมเปญและโปรโมชั่นระหว่างการเฉลิมฉลองครบรอบปีของแบรนด์ในเดือนสิงหาคม นอกจากนี้เสียวหมี่ยังได้ขยายตลาดใหม่ ๆ สู่ละตินอเมริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง เป็นต้น

 

ด้าน IDC ระบุว่าในไตรมาส 3 นี้ตลาดโลกได้คลายความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ลง และเสียวหมี่มียอดการส่งมอบเครื่องมากถึง 46.5 ล้านเครื่อง คว้าอันดับ 3 ทั่วโลก ด้วยส่วนแบ่ง 13.1% และเติบโต 42.0% เป็นผลมาจากการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาดอินเดีย รวมถึงตลาดในประเทศจีน โดยมีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นคือ Redmi 9 Series ขายดีทั้งในอินเดียและจีน นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ อาทิ Redmi K30 Ultra สมาร์ทโฟนระดับกลางและ Mi 10 Ultra สมาร์ทโฟนไฮเอนด์โดยได้ความนิยมจากผู้บริโภคในตลาดมากขึ้น

มร.โจนาธาน คัง ผู้จัดการประจำเสียวหมี่ประเทศไทย กล่าวว่า “นับเป็นอีกก้าวสำคัญของเสียวหมี่ได้ก้าวขึ้นเป็นอันดับสามในตลาดสมาร์ทโฟนของโลก ตามผลการวิจัยตลาดของทั้ง 3 บริษัทดังกล่าวซึ่งเรายังคงยึดมั่นในหลักการสามประการเพื่อปฎิบัติตามวิสัยทัศน์ที่จะมอบเทคโนโลยีให้กับทุกคนบนโลกดังนี้ ประการแรกคือ เราจะไม่หยุดที่จะสำรวจและสร้างสรรค์นวัตกรรมและนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดให้กับทุกคน ประการที่สอง เราจะยังคงส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่สมเหตุสมผลที่สุด และประการสุดท้าย เราจะพยายามสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด เราเชื่อมั่นว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การแสวงหานวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสามารถในการแข่งขันของเสียวหมี่เสมอ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่น่าทึ่งในราคาที่เข้าถึงได้และเป็นจริงจึงเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้เสมอในทุกวงจรของเศรษฐกิจ และการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดนั้นอยู่ในวัฒนธรรมวิศวกรรมของเรา หลักการทั้งสามนี้รับประกันการเติบโตอย่างมีคุณภาพของเสียวหมี่และเป็นประกาศของเราสำหรับทศวรรษหน้า”

 

ข้อมูลอ้างอิง*

Canalys: https://www.canalys.com/newsroom/canalys-worldwide-smartphone-market-q3-2020

IDC: https://www.idc.com/getdoc.jsp?containerId=prUS46974920

Counterpoint: https://www.counterpointresearch.com/global-smartphone-market-shows-signs-recovery-q3-realme-grows-fastest-132-qoq/

 

เกี่ยวกับเสียวหมี่

เสียวหมี่ ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2553 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Main Board of the Hong Kong Stock Exchange ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 (1810.HK.) เสียวหมี่เป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่มีสมาร์ทโฟนและสมาร์ทฮาร์ดแวร์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อด้วยแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) เป็นแกนหลัก

เสียวหมี่ให้ความสำคัญทั้งด้านนวัตกรรมและคุณภาพ มุ่งมั่นพัฒนาประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดรวมไปถึงการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพเสียวหมี่ ไม่ลดละสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพในราคาที่เป็นจริงเพื่อมอบโอกาสให้ทุกคนบนโลกได้เพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม

ปัจจุบัน เสียวหมี่ เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับที่ 4 ของโลก และได้สร้างแพลตฟอร์ม IoT สำหรับลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยสมาร์ทดีไวซ์มากกว่า 271 ล้านผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เสียวหมี่ วางจำหน่ายมากกว่า 90 ตลาดทั่วโลก 

ในเดือนสิงหาคม 2563 เสียวหมี่ ได้รับการจัดอันดับใน “Fortune Global 500” โดยอยู่ในอันดับที่ 422 ไต่ขึ้นมา 46 อันดับจากปีที่แล้ว และบริษัทยังอยู่ในอันดับ 7 ของประเภทบริษัทที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตอีกด้วย ในเดือนพฤษภาคม 2020 เสียวหมี่ก็ยังคงได้รับการจัดอันดับใน “Forbes Global 2000” อีกครั้ง โดยได้เลื่อนขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 384

เสียวหมี่เป็นส่วนหนึ่งของ Hang Seng Index, Hang Seng China Enterprises Index และ Hang Seng TECH Index

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวเสียวหมี่ สามารถเข้าชมได้ที่ https://blog.mi.com/en/

About Maylada

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ