รายงานเผย Walmart เข้าซื้อกิจการ Jet.com ที่มูลค่า 105,000 ล้านบาท

เป็นอีกข่าวที่สะเทือนวงการ E-Commerce เมื่อมีรายงานระบุว่า Walmart ธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่นั้นได้ทำการเข้าซื้อกิจการของ Jet.com บริษัท Startup ร้านค้าออนไลน์ขนาดใหญ่คู่แข่งของ Amazon ที่มีอายุเพียง 2 ปีด้วยมูลค่า 3,000 ล้านเหรียญหรือราวๆ 105,000 ล้านบาทไทย

jet_people
Credit: Jet.com

ทางด้าน Walmart เองนั้นตั้งแต่ต้องมีการแข่งขันกับเหล่าร้านค้าออนไลน์เอง ก็ถือเป็นธุรกิจค้าปลีกที่มีการปรับตัวทางด้าน IT อย่างจริงจังต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยมีหน่วยงาน Walmart Labs สำหรับทำหน้าที่บริหารจัดการและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับเสริมธุรกิจค้าปลีกโดยเฉพาะ และที่ผ่านมาก็ได้ทำการลงทุนเข้าซื้อกิจการต่างๆ ทางด้าน IT อยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Startup ที่พัฒนาระบบ Point-of-Sale อย่าง Grabble, บริษัทพัฒนา iPhone App อย่าง Small Society, Startup ด้าน Big Data อย่าง Inkiru, บริการตรวจสอบและปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์อย่าง Torbit อีกทั้งในต้นปีที่ผ่านมาก็ยังมีการรวมทีม Information Systems ของ Walmart เองให้เข้ามาอยู่ภายใต้ Walmart Labs เพื่อให้การวางแผนดำเนินการต่างๆ ทางด้าน IT และ E-Commerce นั้นเป็นไปได้อย่างราบเรียบ

นอกจากนี้ยังมการวิเคราะห์กันอีกว่าที่ Walmart ตัดสินใจเข้าซื้อ Jet.com นั้นไม่ได้มีแต่เหตุผลในเชิงธุรกิจที่ต้องการแข่งขันกับ Amazon เท่านั้น แต่ยังมีเทคโนโลยีของ Jet.com ที่จะช่วยส่ง Order ของลูกค้าไปยังผู้ผลิตรายที่เหมาะสมที่สุดในแง่ของราคาและค่าใช้จ่ายได้ในแบบ Real-time ทำให้สามารถประหยัดต้นทุนหรือสร้างแคมเปญลดราคาสำหรับสินค้าจำนวนมากได้

ทาง Walmart และ Jet.com ยังไม่มีการออกมาแถลงการอย่างเป็นทางการ แต่คาดการกันว่าทั้งคู่อาจจะออกมาแถลงข่าวภายในวันนี้หรือไม่ก็ภายในสัปดาห์นี้

ที่มา: http://venturebeat.com/2016/08/07/jet-com-reportedly-to-be-acquired-by-walmart-for-3-billion/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Red Hat เปิดโอเพ่นซอร์สแพลตฟอร์ม Kubernetes Security ของตน

StackRox คือบริษัทที่ทำด้าน Kubernetes Security ที่ Red Hat เข้าครอบครองในปี 2021 โดยล่าสุด Red Hat ได้ตัดสินใจเป็นโอเพ่นซอร์สในโปรเจ็คนี้

Azure เปิดทดสอบ DNS Private Resolver

Azure ได้ลดความยุ่งยากเรื่องของโซลูชัน DNS ให้ผู้ใช้งานอีกระดับด้วยการประกาศทดลอง DNS Private Resolver