[Guest Post] วีเอ็มแวร์ เผยองค์กรใน APAC ที่อาศัยซอฟต์แวร์ เป็นเครื่องมือดำเนินการปรับเปลี่ยนองค์กรอย่างรอบด้าน มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จทางธุรกิจมากกว่า

จากผลการวิจัยทั่วโลกฉบับล่าสุดที่เผยแพร่โดยบริษัท วีเอ็มแวร์ (NYSE: VMW) ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าการทำงานอย่างสอดคล้องกันระหว่างฝ่ายธุรกิจ ฝ่ายไอที และฝ่ายพัฒนาแอป จะสามารถสร้างนวัตกรรม และช่วยให้บริษัทมีอัตราการเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายทางธุรกิจที่วางไว้

 

ขณะที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ผลการวิจัยของวีเอ็มแวร์พบว่าบริษัทที่มีความก้าวหน้าในการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล หรือดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation – DX) มีสถานะและความพร้อมที่ดีกว่าสำหรับการรับมือกับวิกฤติและเศรษฐกิจขาลง เพราะมีการพัฒนาและปรับใช้โมเดิร์นแอปพลิเคชัน (Modern Application) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท วีเอ็มแวร์ กล่าวว่า “ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า องค์กรธุรกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (APAC) ให้ความสำคัญเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับองค์กรต่างๆ ทั่วโลก ในการลดสัดส่วนความสำคัญในการมอบประสบการณ์ให้กับลูกค้า และหันไปมุ่งเน้นความสำคัญในเรื่องที่เกี่ยวกับพนักงานแทน เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน และการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ โดยให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่จะช่วยขับเคลื่อนโครงการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันได้ในระยะยาว”

 

 

ลักษณะขององค์กรในเอเชียแปซิฟิกที่ประสบความสำเร็จ เผยให้เห็นว่า เทคโนโลยีเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งที่เกื้อหนุนความสำเร็จ ขณะที่บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ผู้บริหารที่เข้าใจเรื่องซอฟต์แวร์ และการปรับเปลี่ยนองค์กรให้สอดคล้องกัน คือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ:

  • บุคลากรมีความสำคัญ – 94% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า จำเป็นที่จะต้องเปิดโอกาสให้บุคลากรที่มีทักษะด้านเทคนิคที่แตกต่างหลากหลายเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจังในโครงการ DX เพื่อให้โครงการประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง
  • ผู้บริหารมีความสำคัญ – 89% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า องค์กรที่มีผู้บริหารที่ใส่ใจเรื่องซอฟต์แวร์จะประสบความสำเร็จได้มากกว่า
  • ความสอดคล้องกันของทีมงาน – 88% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า ความสอดคล้องกันที่มากขึ้นระหว่างภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการพัฒนาแอปจะช่วยยกระดับความสำเร็จในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน

อย่างไรก็ดี เกือบทุกบริษัทไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ล้วนพบเจออุปสรรคในการดำเนินโครงการ DX: 

  • 97% ของผู้ตอบแบบสอบถามในเอเชียแปซิฟิกมองเห็นความสำเร็จในระดับหนึ่งจากการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมาก (90%) พบเจออุปสรรคบางประการ โดยปัญหาท้าทายด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันที่สำคัญที่สุด 3 ข้อสำหรับองค์กรใน เอเชียแปซิฟิกมีดังนี้:
    • มีอุปสรรคและข้อกำหนดมากเกินไปในเรื่องความปลอดภัยและกฎระเบียบ (32% – สูงกว่า 5 จุดเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลก)
    • แอป/ซอฟต์แวร์ไม่สามารถบูรณาการอย่างเหมาะสมเข้ากับระบบรุ่นเก่า/ระบบที่มีอยู่ (27%) 
    • มีหลายแพลตฟอร์มมากเกินไป ทำให้การเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น (27%)

 

 

 

ในเรื่องของกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน สำหรับองค์กรในเอเชียแปซิฟิกที่มีอัตราการเติบโตสูงมากกว่า 5% พบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว ซอฟต์แวร์/แอปใหม่ที่องค์กรพัฒนาขึ้นถูกนำไปใช้งานจริงสูงกว่าเกือบ 14% เมื่อเทียบกับองค์กรที่มีอัตราการเติบโตไม่เกิน 5%  และเมื่อเจาะลึกรายละเอียดในส่วนของกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์/แอป ผู้บริหารสายงานไอทีและนักพัฒนาแอปทั้งจากองค์กรที่มีอัตราการเติบโตสูงและต่ำเปิดเผยว่า ทีมงานของตนเองใช้เวลาไปกับงานบำรุงรักษาในสัดส่วนที่เท่ากัน (39%)  อย่างไรก็ตาม บริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูงกว่าใช้เวลาไปกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมมากกว่าบริษัทที่มีผลประกอบการต่ำกว่า (49% เทียบกับ 44%) และในทำนองเดียวกัน บริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูงมีขั้นตอนอัตโนมัติในกระบวนการพัฒนาแอปในสัดส่วนที่มากกว่า (58% เทียบกับ 46%)

  

หลักการวิจัย

รายงาน “Successful Digital Transformation: Apps At The Ready” ของวีเอ็มแวร์ อ้างอิงผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารสายงานธุรกิจ ผู้บริหารสายงานไอที และนักพัฒนาแอปในองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่ 5,000 คนใน 17 ประเทศทั่วโลก โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 1,650 คนมาจาก 5 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิก ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้  ทั้งนี้ บริษัท แวนสัน บอร์น (Vanson Bourne) ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน 2563

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม:

 

เกี่ยวกับวีเอ็มแวร์

วีเอ็มแวร์เป็นผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความซับซ้อน บริการคลาวด์, เน็ตเวิร์กกิ้ง, ระบบซีเคียวริตี้และดิจิทัลเวิร์คเพลสของวีเอ็มแวร์พร้อมมอบรากฐานดิจิทัลแบบไดนามิกและมีประสิทธิภาพให้กับลูกค้าทั่วโลก ภายใต้ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์มากมาย โดยสำนักงานใหญ่วีเอ็มแวร์ตั้งอยู่ที่เมืองพาโล อัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย วีเอ็มแวร์ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นพลังสนับสนุนที่ดี จากแนวโน้มและผลกระทบการจัดการนวัตกรรมเชิงพื้นที่ในระดับโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ https://www.vmware.com/company

 

เกี่ยวกับแวนสัน บอร์น (Vanson Bourne)

แวนสัน บอร์น เป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระในด้านการวิจัยตลาดสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูลที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้ มีการอ้างอิงผลการศึกษาที่ชัดเจน ใช้หลักการศึกษาวิจัยที่เข้มงวด และมีการสอบถามความเห็นจากผู้บริหารระดับสูงในสายงานธุรกิจและเทคโนโลยี ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจและตลาดสำคัญๆ  ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.vansonbourne.com/

 

 

About Maylada

Check Also

Sangfor Athena SASE: การเข้าถึงที่ปลอดภัยสำหรับยุค Cloud และ AI [Guest Post]

ขอบเขตความปลอดภัยแบบเดิมขององค์กรกำลังหายไป เมื่อพนักงานสามารถทำงานได้จากทุกที่ แอปพลิเคชันกำลังย้ายไปสู่ SaaS และ Cloud ขณะที่ Generative AI เช่น ChatGPT, Gemini, Claude และ DeepSeek …

จาก VMware Cloud Foundation 9.1.1 สู่ VMware AI Factory เมื่อ Private AI Cloud คือคำตอบของการคุมต้นทุน และ Data Sovereignty ในองค์กร

การนำ AI มาใช้งานในระดับองค์กรกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะภาพฝันของการทดลองรันโมเดลบน Public Cloud กำลังถูกเผชิญความเป็นจริงทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นปัญหา AI Tokenomics, ความเสี่ยงเรื่องข้อมูลรั่วไหล และ Data Sovereignty โดยผลสำรวจจาก …