SUSE by Ingram

VMware ออกแพตซ์อุดช่องโหว่ Code Execution หลายรายการผู้ใช้งานควรอัปเดต

VMware ได้ออกแพตซ์อัปเดตสำหรับ ESXi, vCenter Server Appliance (vCSA), Workstation และ Fusion เพื่อปัญหาช่องโหว่ทั้งหมด 4 รายการหนึ่งในนั้นสามารถทำให้เกิด Code Execution ได้

Credit: Pavel Ignatov/ShutterStock

ช่องโหว่แรก CVE-2017-4941 ทำให้ผู้โจมตีจากภายนอกสามารถทำการ Execute Code ใน VM ผ่านทาง VNC (ช่องทางที่ให้เข้าไปบริหารจัดการ VM) ที่ได้รับการพิสูจน์ตัวตนแล้วได้ “เพียงแค่ใช้ชุด Packet ของ VNC ที่ถูกสร้างขึ้นมาแบบพิเศษก็สามารถทำให้ผลลัพธ์ในขั้นตอนของการเขียนทับ Stack เกิดผิดพลาดนำไปสู่การเกิด Code Execution ได้ โดยผู้โจมตีต้องเริ่มต้น VNC เซสชั่นก่อนใช้งานช่องโหว่นี้“–บริษัท Cisco Tarlos กล่าวในคำแนะนำ

ช่องโหว่ที่สอง CVE-2017-4933 ทำให้ผู้โจมตีสามารถทำการ Code Execution ภายใน VM ได้โดยใช้การสร้าง Packet ของ VNC แบบพิเศษแต่ Bug นี้เกิดขึ้นจาก Heap Overflow โดยทาง VMware กล่าวว่าช่องโหว่นี้จะเกิดขึ้นได้ใน ESXi ก็ต่อเมื่อ VNC ถูกเปิดใช้งานจากภายในไฟล์ที่ใช้ตั้งค่าของ VM แบบ Manual พร้อมทั้งต้องอนุญาตทราฟฟิค VNC ให้ผ่าน Firewall ได้ด้วย

Alain Homewood จาก Insomnai Security บริษัทที่ให้บริการด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลได้พบช่องโหว่ CVE-2017-4940 เกี่ยวกับ Cross site Script ที่ทำให้ผู้โจมตี Inject Code และถูกประมวลผลได้เมื่อผู้ใช้เข้าถึง Host Client และสุดท้าย CVE-2017-4943 ที่รายงานโดย Lakasz Plonka  ที่มีผลกระทบต่อ vCenter Server Appliance โดยทำให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์ระดับต่ำได้รับสิทธิ์การเข้าถึงของผู้ดูแลไปยัง OS

VMware ได้ออกแพตซ์แก้ไขใน 6 แพตซ์ที่แตกต่างกันสำหรับ ESXi ส่วนแพตซ์อื่นนั้นประกอบด้วย Workstation เวอร์ชัน 12.5.8, Fusion เวอร์ชัน 8.5.9 และ vCSA เวอร์ชัน 6.5 U1d

ที่มา : http://www.securityweek.com/code-execution-flaws-patched-several-vmware-products?

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Citrix เข้าซื้อกิจการ Wrike ระบบ Work Management สำหรับองค์กรมูลค่า 67,500 ล้านบาท

Citrix ได้ออกมายืนยันถึงการเข้าซื้อ Wrike ธุรกิจ Startup ที่เติบโตมาเป็นระบบ Work Management Platform สำหรับธุรกิจองค์กรที่มูลค่า 2,250 ล้านเหรียญหรือราวๆ 67,500 ล้านบาท

รู้จักกับแนวทาง Unified Fast File and Object (UFFO) สำหรับจัดเก็บข้อมูลสมัยใหม่เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์ประมวลผลได้อย่างง่ายดาย

ท่ามกลางยุคสมัยที่ข้อมูลใหม่ๆ ถูกสร้างขึ้นอยู่ตลอดเวลา และความต้องการในการนำข้อมูลไปใช้ต่อยอดสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจนั้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวทางการในการจัดเก็บข้อมูลเพื่อให้พร้อมต่อการนำไปใช้อยู่เสมอนั้นจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญโจทย์หนึ่งขององค์กร