VMware เปิดตัว nanoEDGE ใช้ VMware vSAN HCI ติดตั้งบน Edge Server ขนาดเล็ก รองรับ 25-50VM

Edge Computing นั้นได้กลายเป็น Workload หนึ่งที่เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคของ Digital Transformation นี้ และทาง VMware เองก็ได้ทำการพัฒนาโซลูชัน nanoEDGE ขึ้นมา เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ สามารถมี Edge Data Center ขนาดเล็กมากๆ ที่สามารถติดตั้ง VMware vSAN ในตัวได้ เพื่อรองรับการประมวลผลอย่างทนทาน

Credit: StorageReview

โดยปกติแล้ว VMware vSAN HCI มักจะติดตั้งบน Rack Server กันเป็นส่วนมาก แต่ในโซลูชัน nanoEDGE นี้ Hardware ที่ถูกเลือกใช้นั้นคือ Supermicro E300-9D ซึ่งเป็น Edge Computer ขนาดเล็กที่ไม่จำเป็นต้องติดตั้งบน Rack และมี Hardware ที่รองรับกับ Driver ที่จำเป็นต่อ VMware ESXi ได้

nanoEDGE นี้ถูกนิยามให้เป็นโซลูชันแบบ 2.5 Server โดยมี Server 2 เครื่องที่ติดตั้ง VMware vSAN และ VMware NSX ส่วนอีกเครื่องนั้นทำหน้าที่เป็น vSAN Witness Appliance เท่านั้น ส่วนระบบเครือข่ายนั้นก็เชื่อมต่อกันดว้ย 10GbE เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของการใช้ vSAN และการทำ vMotion ได้อย่างคล่องตัว

ก็ถือเป็นอีกแนวโน้มที่น่าสนใจ เพราะที่ผ่านมาเหล่าผู้พัฒนาโซลูชัน HCI เองนั้นต่างก็มองว่าตลาด Edge Computing นี้เป็นอีกตลาดที่น่าจะมีขนาดใหญ่ขึ้นได้มากอยู่แล้ว หลังจากนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า nanoEDGE จะรองรับ Hardware อื่นๆ เพิ่มเติมอีกมากน้อยแค่ไหนในอนาคต

ที่มา: https://www.storagereview.com/vmware_nanoedge_a_small_low_cost_sddc


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Microsoft เข้าซื้อกิจการ Mover บริการย้ายข้อมูลจาก Cloud Storage อื่นมายัง OneDrive

Microsoft ได้ออกมาประกาศเข้าซื้อกิจการของ Mover ผู้พัฒนาโซลูชันด้านการย้ายข้อมูลจาก Cloud Storage อื่นๆ มายัง OneDrive เพื่อให้ผู้ใช้งาน Microsoft 365 สามารถย้ายข้อมูลเดิมที่เคยใช้งานมาได้ง่ายขึ้น

บริหารจัดการการตั้งค่า Wireless LAN อย่างชาญฉลาดด้วย AI จาก Aruba AirMatch

เมื่อการใช้งานระบบ Wireless LAN ได้กลายมาเป็นการเชื่อมต่อพื้นฐานของแทบทุกอุปกรณ์ในปัจจุบัน การปรับแต่งระบบเครือข่ายไร้สายให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเหมาะสมกับการทำงานนั้นก็กลายเป็นเรื่องยากด้วยปัจจัยที่ต้องประเมินนั้นเยอะขึ้นและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด Aruba ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาช่วยให้ผู้ดูแลระบบ IT สามารถดูแลรักษาระบบเครือข่ายได้ง่ายขึ้น จึงได้พัฒนา AirMatch ซึ่งนำเอา AI มาใช้ในการทำ Wi-Fi RF Management โดยอัตโนมัติขึ้นมาเป็นตัวช่วยนั่นเอง